
SHORT CUT
ปรากฏการณ์ ‘Fruit Love Island’ คลิปผลไม้ AI เลียนแบบรายการดังที่ทำลายมาตรฐานศิลปะ เมื่อเทรนด์โซเชียลยุคใหม่กำลังท้าทายความหมายของคำว่าความคิดสร้างสรรค์
ในโลกของโซเชียลมีเดียที่หมุนไวเกินคาดคิด เราได้เห็นเทรนด์แปลกๆ มามากมาย แต่เทรนด์ล่าสุดที่กำลังยึดครองหน้าฟีด TikTok อย่าง ‘Fruit Love Island’ กำลังทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า "นี่เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?" เมื่อผลไม้ที่สร้างด้วย AI ออกมาสวมบทบาทผู้เข้าแข่งขันรายการเรียลลิตี้ชื่อดัง Love Island ทะเลาะตบตี และมีดราม่าไม่แพ้คนจริงๆ
หลายคนอาจจะสงสัยว่าเทรนด์ผลไม้หน้าคนพวกนี้มันเริ่มมาจากไหน จริงๆ แล้วมันเริ่มจากช่อง TikTok ที่ชื่อว่า ai.cinema021 ใช้เครื่องมือ AI มาเจนภาพผลไม้ให้มีหน้าตาเหมือนคน แล้วเอาไปใส่ในพล็อตรายการเรียลลิตี้ยอดฮิตอย่าง Love Island ที่ปกติจะมีคนสวยคนหล่อมาหาคู่กัน แต่คราวนี้เปลี่ยนจากคนเป็นผลไม้แทน และมีการตั้งชื่อตัวละครอีกด้วย อย่างเช่น สตรอเบอร์รี่ชื่อ Strawberto หรือช็อกโกแลตชื่อ Chocolatina มานั่งดราม่า ใส่ร้ายกัน หรือแย่งแฟนกันแทน
ช่องนี้ดึงคนดูได้มากกว่า 3 ล้านคนในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ ท่ามกลางยอดวิวหลักล้าน กลับมีกระแสตีกลับอย่างรุนแรงจากผู้คนบนโลกออนไลน์ที่เรียกคอนเทนต์เหล่านี้ว่า ‘AI Slop’ (ขยะ AI) ซึ่งหมายถึงเนื้อหาที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ในปริมาณมากแต่ขาดคุณภาพ มีการขยับปากที่ไม่ตรงกับเสียง และบทสนทนาที่ฟังดูไร้อารมณ์ แต่กลับถูกดันด้วยอัลกอริทึมจนล้นหน้าฟีด
ที่สำคัญคือพอเรื่องนี้กลายเป็นไวรัลปุ๊บ ตอนนี้ก็มีแอคเคานต์ใหม่ๆ ผุดขึ้นมาทำการ์ตูนผลไม้ AI เลียนแบบตามกันมาอีกเพียบเลย
เหตุผลหลักที่เหล่านักวิจารณ์กังวล ไม่ใช่แค่ความแปลกของมัน แต่คือ:
ล่าสุดมีรายงานว่า TikTok ได้เริ่มดำเนินการลบวิดีโอจากบัญชี ‘Fruit Love Island’ บางส่วนออกไปแล้ว โดยให้เหตุผลเรื่องการจัดการคอนเทนต์ AI ที่ไม่มีคุณภาพซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าของบัญชีที่ออกมาโต้แย้งว่าวิดีโอของตนเป็นการล้อเลียน (Parody) และสร้างความบันเทิง
ปรากฏการณ์ Fruit Love Island ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องตลกขบเคี้ยวในโลกโซเชียล แต่มันคือการปะทะกันระหว่าง ‘ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI’ กับ ‘มาตรฐานของคุณค่าทางศิลปะ’ ในยุคที่อัลกอริทึมเป็นใหญ่ เราอาจจะต้องเลือกเองว่า จะยอมปล่อยให้ ‘ผลไม้พูดได้’ ครองโลกบันเทิง หรือจะกลับไปให้คุณค่ากับหยาดเหงื่อและความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์จริงๆ
ที่มา: Forbes