ข่าว

กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ ฮึดสู้ขายหมูปิ้งหลังโควิด 19 ทำรายได้หาย

กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่  โดนพิษโควิด 19 ทำรายได้หดหาย ไม่ยอมแพ้ลุกขึ้นสู้ขายหมูปิ้งหารายได้เข้าบ้าน บอกไม่อยากเป็นคนเกาะลูกเมียกิน

การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา หรือ โควิด 19 ทำเอาเศรษฐกิจต้องชะงักกันทั่วโลก และเกิดวิกฤติกันทุกครัวเรือนเลยทีเดียว ซึ่งงานนี้แร๊ปเปอร์มากฝีมือที่อาศัยงานโชว์หาเลี้ยงชีพอย่าง กอล์ฟ ณัฐวุฒิ ศรีหมอก หรือ กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ ก็โดนผลกระทบไปด้วยเต็มๆ ถึงขั้นตัดพ้อตัวเองที่นอนอยู่บ้านเฉยๆ เหมือนเกาะลูกเมียกินไปวันๆ ล่าสุดเจ้าตัวทนไม่ไหวตัดสินใจสู้ ลุกมาขายหมูปิ้งหวังหารายได้เข้าบ้าน พร้อมกับระบายความรู้สึกผ่านเฟซบุ๊กว่า

“บันทึกไว้ว่าเดือนมีนาคม 2020 เป็นเดือนที่ชีวิตของผมมาถึงจุดพีกถึงขีดสุด อัลบั้ม Into the New Era ที่อุตสาหะบากบั่นทำมา 2-3 ปี ได้รับห้ารางวัลจากสองสถาบันใหญ่ภายในช่วง 10 วัน ใครจะรู้ว่าไม่กี่วันต่อมา สถานการณ์หวัด Covid-19 จะพลิกผันให้เดือนที่ดูรุ่งโรจน์ที่สุดของผมกลับเป็นเดือนที่งานเงียบเชียบที่สุดเหมือนอย่างที่ดูจะแย่ลงเรื่อยๆมาซักพัก ผลกระทบจากสิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึงส่งผลให้เราทุกคนตกอยู่ในสภาพที่ไม่รู้ว่าความหวังอยู่ที่ใด เพราะมันช่างดูสิ้นหวังเหลือเกิน

ผมมีวันหยุดอยู่บ้านหลายวัน ถ้าจะนับข้อดีในเรื่องนี้ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้อยู่กับครอบครัว เล่นกับลูก ต่อกันดั้มหรืออ่านหนังสือที่ดองไว้มานาน แต่ข้อเสียคือผมกลายเป็นคนว่างงาน ว่างแบบชนิดทุเรศตัวเอง ทุกวันนี้รายได้ของบ้านเราจะแบ่งเป็นสองก้อนหลัก คือรายได้จากงานเพลงของผม ตั้งแต่เพลงโฆษณาถึงงานจ้าง กับอีกทางคือจากทาง บ.บ้านชูใจ โปรดัคชั่นเฮาส์เล็กๆที่รับทำคลิปโฆษณาต่างๆ อันเป็นงานหลักของเบลทำกับชูใจ ซึ่งตอนนี้มันจึงกลายเป็นรายได้ทางเดียวที่หล่อเลี้ยงบ้านเรา

นั่นหมายถึงว่าทุกวันที่ผมนอนว่างงาน ผมกำลังกินข้าวที่ลูกเมียหามาให้ผมกินอยู่ หากจะมองเห็นข้อดีที่วิกฤตการนี้ได้ให้บทเรียนผม ผมมองว่ามันสอนผมเรื่องความไม่ประมาทในชีวิตได้อย่างดีมาก ท่ามกลางความสำเร็จที่โหมกระหน่ำเข้ามา

อยู่ๆพอมันจะหายไปมันหายไปง่ายกว่ามาก คนชนะพร้อมพ่ายแพ้หมดรูปในชั่วพริบตา ชื่อเสียงที่เป็นเหมือนเพชรก็เช่นกัน วิจิตรเพียงใด ในวันที่แสงไม่อยากฉายมาจับ เพชรมันก็เป็นเพียงแค่หิน

ผมตัดสินใจบอกเบลว่าผมขอออกไปขายหมูปิ้งช่วงว่างงานนี้ งานนี้ใช้เวลาออกนอกบ้านแค่ตอนเช้า ใช้เวลาฝึกไม่นาน แม้รายได้ไม่เยอะแต่ก็คงพอค่ากับข้าวในแต่ละวัน ที่สำคัญหมูปิ้งเป็นอาหารเช้าที่ชูใจโปรดปราน อย่างน้อยถ้าขายไม่ได้เลย ผมก็ยังมีข้าวเหนียวหมูปิ้งกลับไปฝากลูกทุกเช้า เบลถามผมว่าไม่กลัวเสียภาพเหรอ อยู่เฉยๆก็ได้ ผมตอบเธอว่าในฐานะหัวหน้าครอบครัวที่มือเท้าอยู่ครบดี .. ผมอายกว่ามาก ถ้าต้องอยู่เฉยๆ ให้ลูกเมียหาเลี้ยงเช้านี้ผมจะเริ่มขายวันแรกแล้ว โชคดีที่มีกัลยาณมิตรที่ดีอย่างจี๋และแนน ทั้งคู่อยู่ช่วยผมทุกอย่างจนถึงให้ทำเลขายหน้าร้านหม่าล่าสะโบมั้ย ซ.รัชดา32 ที่เดิมไว้ตั้งหน้าร้าน

สองสามวันที่ซ้อมปิ้งหมูมา กลับเป็นโมเม้นท์ที่ผมรู้สึกสบายใจที่สุดในขณะได้ลงมือทำ ผมไม่หวังอะไรไกลในความร่ำรวยภายหน้า ผมไม่คิดเสียดายอะไรที่เคยมีแล้วไม่มีอีกต่อไป ผมรู้แต่เพียงปัจจุบัน ผมจะปิ้งหมูให้อร่อยที่สุดแค่นั้นพอ”