แพท พาวเวอร์แพท เปิดใจชีวิตหลังออกจากเรือนจำ พร้อมขอโอกาสสังคม

05 ม.ค. 2564 เวลา 10:40 น.

“แพท พาวเวอร์แพท” เผยชีวิตหลังออกจากเรือนจำ ต้องปรับตัวอีกเยอะ รับเมารถเพราะสายตาไม่ได้เจอที่กว้างมานาน ลั่นจะพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นคนที่ดีกว่าเดิมแล้ว

กลายเป็นข่าวที่หลายคนให้ความสนใจและแสดงความยินดีกันเป็นจำนวนมาก หลังเมื่อวานนี้ 4 ม.ค. 2564 อดีตนักร้องหนุ่มชื่อดัง แพท พาวเวอร์แพท หรือ แพท วรยศ บุญทองนุ่ม ได้รับการปล่อยตัว ออกจากเรือนจำ หลังที่ใช้ชีวิตในคุกนานเกือบ 17 ปี โดยล่าสุดหนุ่ม แพท พาวเวอร์แพท ได้ออกมาเปิดใจผ่านรายการ คุยแซ่บSHOW โดยเจ้าตัวได้เผยทุกเรื่องราว ระบุว่า

"กำลังพยายามปรับตัวอยู่ครับ ช่วงเวลาที่อยู่ข้างในมันนานมาก เทคโนโลยี สภาพสังคม มันเปลี่ยนไปหมด สิ่งที่แปลกใจที่สุดคือสมาร์ทโฟน พวกสื่อโซเชียล ทางครอบครัวเตรียมโทรศัพท์ไว้ให้ พยายามให้เราลองใช้ เริ่มเล่นไลน์ได้นิดหน่อย"

ออกจากคุกวันแรกก้มกราบคุณแม่

"เป็นสิ่งที่เราตั้งใจอยากจะทำมานาน ลึกๆ เรามีความรู้สึกผิดติดอยู่ในใจ เราอาจจะทำให้ครอบครัวลำบากกับการกระทำของเรา ผมอยากจะขอโทษแต่ก็ไม่มีโอกาสใกล้ชิดครอบครัวขนาดนั้น พอถึงนาทีนั้นมันไม่ต้องคิดแล้ว มันเป็นสิ่งที่เรารอคอย เราอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่มันจุกพูดไม่ได้ คุณแม่ก็บอกว่ากลับไปอยู่ด้วยกันนะลูก คนอื่นๆ ส่วนใหญ่จะอวยพรเรา"

"ออกจากเรือนจำครอบครัวพาไปวัด ถวายสังฆทาน รดน้ำมนต์ ไปเยี่ยมญาติ สักการะศาลหลักเมือง ก็ได้รับพรมาจากหลายๆ ท่าน รู้สึกอบอุ่นมากครับ อาหารมื้อแรกกับครอบครัวเป็นง่ายๆ ข้าวแกง น้ำพริกปลาทูทอด น่องไก่น้ำแดง เวลาเดินทางเราจะมีปัญหาเรื่องการเมารถ ระยะสายตาในการมองเราเคยมองแต่ที่แคบๆ พอเห็นรถวิ่งมันเวียนหัว"

"ผมอยากจะขอโทษทั้งพ่อและแม่ ผมอาจจะไม่ได้ปฏิบัติตัวเป็นลูกที่ดีที่ผ่านมา อาจจะทำให้ทุกคนลำบาก หลังจากวันนี้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ผมจะชดเชยที่พลาดไปไม่ได้ทำไว้ จะกลับไปดูแลท่านในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ต่อไป"

ย้อนไปสมัยพาวเวอร์แพท แล้วอยู่ดีๆ เข้าคุก เกิดอะไรขึ้น ?

"สมัยก่อนเป็นเด็กที่ค่อนข้างมีโลกส่วนตัวสูงพอสมควร เราเล่นดนตรี มีไอดอลที่เป็นร็อกสตาร์ที่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด แล้วเราชื่นชอบเขา เหมือนแยกแยะไม่ออก อยากใช้ชีวิตแบบเขา เรื่องความเกเร เรื่องยาเสพติด บวกกับความรู้สึกบางครั้งไม่มีใครเข้าใจเรา ไม่รู้จะพูดคุยกับใครเวลามีปัญหาใช้ยาเสพติดเป็นเพื่อน จนชีวิตพังไป ตอนนั้นก็ทุกวันทุกเวลาที่ลืมตาตื่นขึ้นมา มีทั้งเพื่อนทั้งพี่ ทุกคนในครอบครัวก็เป็นห่วง แต่เราไม่ฟัง เราค่อนข้างหัวดื้อ"

ขยับจากผู้เสพมาเป็นผู้ค้าได้ยังไง ?

"พอเราเสพยาจิตใจไม่เข้มแข็ง มีความอ่อนไหวถูกชักจูงได้ง่าย เราไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการขายทั้งสิ้น แต่ถูกชักจูงว่าเดี๋ยวเอาไปฝากนะแล้วก็ใช้ไปเลย เดี๋ยวผมมาเอา ซึ่งเราก็ติดยามีของเสพก็โอเค แล้วตำรวจก็ตามเข้ามาตอนที่เขามาเอา ตำรวจตามมาก็รวบ ตอนนั้นช็อกมากวินาทีนั้นมันตกใจ มันเกิดขึ้นจริงๆ เหรอ ฝันไปหรือเปล่า"

“ตอนนั้นคิดว่าพังแล้ว ทุกอย่างจบ ตอนนั้นผมปฏิเสธคงลำบากเพราะของกลางอยู่กับเรา พูดอะไรไม่ได้ แก้ตัวไม่ขึ้น ทุกอย่างมันจบไปหมดเลย ตอนนั้นมีหน้าคนที่เราเตือนสติเรามา คำพูดที่เคยสอนมันตรงและมันจริง โทษในคดีของผมจะต้องตัดสินตลอดชีวิต 2 ครั้ง ให้การเป็นประโยชน์ต่อศาลในการรับสารภาพลดให้เหลือ 50 ปี ตอนนั้น 23 ย่าง 24 คุณพ่อคุณแม่น่าจะทราบตอนที่ออกข่าว เพราะว่าผมก็ไม่ได้อยู่กับครอบครัวแล้ว ออกมาอยู่เอง ไม่ได้ค่อยไปมาหาสู่กับครอบครัว พอรู้ข่าวเขาก็มา ถามเรื่องราวหาทนาย ผมเห็นแม่ร้องไห้ ผมก็รับสภาพนั้นไม่ได้ ทำไมเราเป็นลูกที่เลวขนาดนี้ แต่เขาก็ไม่ได้ต่อว่าเรา ยิ่งเรารู้สึกผิดที่สุดเลย คุณแม่บอกทุกเรื่องสามารถช่วยได้ทุกเรื่อง ทำไมไม่มาปรึกษา"

ก้าวแรกที่ไปในเรือนจำเป็นยังไง ?

"มันค่อนข้างแตกต่างจากหนังโดยสิ้นเชิง วันแรกที่ผมเข้าไปอยู่ เข้าไปตอนเย็นแล้ว มันเงียบมากไม่มีคนเลย ซึ่งผมไม่รู้ว่าเวลาที่ผมไปคือเขาเก็บผู้ต้องขังเข้าห้องขังหมดแล้ว ชั้นบนจะมีตะแกรงที่มองลอดมาได้ ผู้คุมมาผมเข้ามาใส่ตรวนก็มีคนมองลงมาเห็นผม ก็มีคนเฮรับ เพื่อนผู้คุมทราบว่าผมเป็นนักร้อง เขาอาจจะคิดว่ามีนักร้องเข้ามาจะช่วยสร้างเอนเตอร์เทน แต่เราไม่พร้อมเลย"

มีคนมาจีบไหม

"มีครับ เขาเขียนใส่กระดาษมา ฝากคนมาให้เรา ผมก็ฝากไปบอกว่าผมไม่ได้มีรสนิยมแบบนี้ ก็ปฏิเสธเขาไปดีๆ ก็เป็นเพื่อนกันได้ หลังจากนั้นเขาก็เงียบๆ ไป ทีนี้เขาก็จะรู้กันแล้วก็ไม่มีแล้ว"

หลังต่อสู้ศาลตัดสิน 50 ปี รู้สึกยังไง ?

"ก็ตกใจว่าเราจะอยู่ยังไง เราก็น้อมรับคำตัดสิน มันต้องอยู่เราต้องยอมรับและอยู่กับมันให้ได้ เราต้องทำให้มันดีกว่าเดิม ให้คนภายนอกที่เขาเห็นภาพเราแบบนั้นให้รู้สึกกับเราใหม่ พัฒนาตัวเองทุกๆ ด้านที่เราสนใจ ความรู้ เปลี่ยนแปลงตัวเองให้ครอบครัวภูมิใจ เรื่องฆ่าตัวตายไม่เคยมีในหัวเลย เราต้องสู้เพราะเรามีครอบครัวที่คอยให้กำลังใจเราตลอด คุณพ่อคุณแม่ก็ยังให้กำลังใจเราว่าอยู่ไปลูก เดี๋ยวเค้าก็ลดโทษให้ประพฤติตัวให้ดีให้อยู่ในระเบียบ อยู่ไม่ถึงหรอก"

เริ่มต้นทำอะไรในนั้น ?

"อันดับแรกเลยอยากจะเรียนให้จบปริญญา พอทราบด้านในมีศึกษาทางไกลในชั้นปริญญาก็สมัครเรียนเลย หนังสือจะส่งตามมา ครูที่จะเข้ามาสอน ตอนนั้นจบสารสนเทศศาสตร์ เป็นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เรียนเหมือนเปิดโลกทัสน์ในด้านที่เราไม่ถนัดนัก แล้วก็เรียนต่อจิตรกรรม มีครูจากภายนอกที่เป็นจิตอาสามาสอนผู้ต้องขัง”

มีภาพในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วย ?

"อันนี้เป็นภาพสีน้ำ สีน้ำเป็นสีที่ขึ้นชื่อว่าวาดยากมาก โดยธรรมชาติของน้ำมันไม่อยู่กับที่ควบคุมยาก แต่เราจะทำยังไงให้คนวาดไปในทางเดียวกัน"

ออกมาแล้วจะเปิดร้านวาดเลยไหม ?

"ก็อยากนะครับ"

จะกลับมาร้องเพลงจริงจังไหม ?

"งานเพลงมันเป็นชีวิตของผมอยู่แล้ว ผมเติบโตมากับเสียงเพลงเป็นคนที่รักดนตรี"

มีคิดบ้างไหมว่าถ้ากลับมาสังคมอาจไม่ให้อภัยเรา ?

"ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้น เพราะผมเชื่อว่าสังคมไทยเป็นสังคมที่มีความเมตตาและให้อภัย ผมก็ตั้งใจจริงที่กลับตัวเป็นคนดีและใช้ชีวิตต่อไปนี้ เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าเราจะสร้างแต่ความดี สร้างประโยชน์ให้สังคม ผมเชื่อว่าถ้าทุกๆ คนได้เห็นความคิดเหล่านั้นไม่น่าจะมี"

“แพท พาวเวอร์แพท” เผยชีวิตหลังออกจากเรือนจำ ต้องปรับตัวอีกเยอะ รับเมารถเพราะสายตาไม่ได้เจอที่กว้างมานาน ลั่นจะพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นคนที่ดีกว่าเดิมแล้ว

“แพท พาวเวอร์แพท” เผยชีวิตหลังออกจากเรือนจำ ต้องปรับตัวอีกเยอะ รับเมารถเพราะสายตาไม่ได้เจอที่กว้างมานาน ลั่นจะพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นคนที่ดีกว่าเดิมแล้ว

“แพท พาวเวอร์แพท” เผยชีวิตหลังออกจากเรือนจำ ต้องปรับตัวอีกเยอะ รับเมารถเพราะสายตาไม่ได้เจอที่กว้างมานาน ลั่นจะพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นคนที่ดีกว่าเดิมแล้ว