วีรพร นิติประภา “พี่สนใจ (ความเป็น) มนุษย์ มากกว่าการเมือง”

22 พ.ย. 2563 เวลา 6:07 น.

ทำความรู้จัก “วีรพร นิติประภา” นักเขียนหญิงดีกรีดับเบิ้ลซีไรต์ ผ่านบทสัมภาษณ์เรื่องการเมือง ที่สะท้อนให้เห็นความเป็นมนุษย์ ในหลากหลายมิติ

ทำความรู้จัก “วีรพร นิติประภา” นักเขียนหญิงดีกรีดับเบิ้ลซีไรต์ ผ่านบทสัมภาษณ์เรื่องการเมือง ที่สะท้อนให้เห็นความเป็นมนุษย์ ในหลากหลายมิติ

จากสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ที่คุกรุ่นในเวลานี้ อย่างไม่อาจรู้ได้ว่า จะลงเอยอย่างไร สปริงนิวส์พาผู้ชมมาสัมผัสการพูดคุยการเมืองอีกบรรยากาศ ผ่านบทสัมภาษณ์ของ “วีรพร นิติประภา” นักเขียนหญิง  ดีกรี “ดับเบิ้ลซีไรต์” จากผลงานที่ชื่อว่า “ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต” และ “พุทธศักราชอัสดงกับทรงจำของทรงจำของแมวกุหลาบดำ”

ที่นอกจากจะทำให้เห็นมุมมองของเธอเกี่ยวกับการเมืองไทยในวันนี้แล้ว ยังสะท้องให้เห็นความเป็นมนุษย์ได้อย่างน่าสนใจยิ่ง

ทำความรู้จัก “วีรพร นิติประภา” นักเขียนหญิงดีกรีดับเบิ้ลซีไรต์ ผ่านบทสัมภาษณ์เรื่องการเมือง ที่สะท้อนให้เห็นความเป็นมนุษย์ ในหลากหลายมิติ

สปริงนิวส์ : ความสนใจทางการเมืองของคุณ เริ่มต้นขึ้นเมื่อไหร่ ?

วีรพร นิติประภา : ความจริงก็แค่ไม่มีกี่ปีมานี้ พี่ก็มีชีวิตในช่วงของคุณทักษิณน่ะ ซึ่งบอกเลยว่า เศรษฐกิจมันดีกว่านี้มาก เด็กๆ ครีเอทีฟกว่านี้มาก ผู้คนใช้ชีวิตดีกว่านี้มาก ฉะนั้นถ้าสมมติเปลี่ยนไปจากนั้น โดยรัฐบาล มันก็เป็นธรรมดาที่เราต้องสนใจการเมือง พี่คิดว่าเริ่มจากช่วงนั้นนะฮะ

พูดเรื่องปากท้องอย่างเดียวเลยนะ ถ้าเศรษฐกิจมันดี เราก็มีความหวัง พอเศรษฐกิจไม่ดี เราก็ไม่มีความหวัง แล้วพี่มีความรู้สึกว่า มันแย่เกินไปที่เราจะอยู่กับสภาพไม่มีความหวังนานเกินไป ตอนนี้ยิ่งแย่ใหญ่ สายการบินแห่งชาติก็ร่อแร่ คือมีแต่สิ่งร่อแร่ และก็การกู้ แล้วในที่สุดเราก็ไม่เห็นอะไรเลย

ทำให้พี่ค่อนข้างจะเข้าใจเยาวชนที่เขาออกมากัน อนาคตของเขาน่ะ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรียนจบแล้ว จะทำงานได้ไหม มีงานให้ทำไหม แค่นี้ เอาแค่ประเด็นนี้ประเด็นเดียว พี่ว่าเขาก็ออกมากันทั้งประเทศแล้ว

สปริงนิวส์ : มีความคิดเห็นอย่างไร กับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในเวลานี้ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่าง Gen ?

วีรพร นิติประภา : คือมันเข้าใจกันลำบากด้วย มันเป็นช่วงรอยต่อของ System หมายความว่า เรามีประชากร Analog จำนวนหนึ่ง จำนวนมากพอๆ กับประชากร Digital จำนวนมาก สองรุ่นนี้ถูกสร้างมาคนละ System เลย

โทรศัพท์มือถือที่คุณใช้อยู่ทุกวันนี้ มันฟอร์มวิธีคิดคุณนะ มันจะฟอร์มว่า สิ่งต่างๆ มันต้องอยู่ในระบบระเบียบแบบไหน เราเข้าสู่ระเบียบโลกใหม่แล้ว มันเป็นดิจิทัลแล้ว แต่คนที่ถืออำนาจเนี่ย เขายังเป็นระบบ Analog อย่างนี้ เป็นต้น

พี่เข้าใจว่า เราคงต้องอยู่อย่างนี้ไปจนกว่าระบบ Analog จะหยุดไปเอง ทำนองนั้น คือต้องรอให้มันหยุดไปเอง เหมือนเวลาที่คุณซื้อกล้อง หรืออะไรที่เป็นไฮเทคเข้ามา คุณก็ต้องให้มันหมดรุ่นของมันไปเอง อย่างนั้น

อันนี้พี่พบว่ามันธรรมดามาก มันเกิดขึ้นทั้งโลก หมายถึงทั้งโลกก็จะมีปัญหาเดียวกัน คุณไม่เคยเผชิญหน้ากับเด็กอายุ 14 – 15 อย่าง Greta Thunberg ซึ่งออกมา แล้วทันใดนั้น โลกทั้งโลกก็ลุกพร้อมกัน มันคือ System

สปริงนิวส์ : จากการเข้าร่วมม็อบกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ในหลายๆ อีเวนต์ รวมถึงการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองต่างๆ ทำให้หลายคนรู้สึกว่าคุณเป็นผู้ใหญ่ ที่เข้าใจคนรุ่นใหม่

วีรพร นิติประภา :  พี่ก็เหมือนคน Analog อื่นๆ น่ะ คือจริงๆ ถามว่าพี่เข้าใจ (คนรุ่นใหม่) ไหม พี่ไม่เข้าใจ แต่พี่เชื่อใจ

นอกจากเชื่อใจแล้ว พี่ยังคิดว่า ไม่ว่าจากนี้มันจะเป็นอะไร คือเราเดินย้อนกลับเข้าไปในอดีตแล้วไงฮะ ไม่ว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไร มันก็ต้องเป็นไปตามนั้น ให้ผิดก็ต้องผิด

 อะ ถ้าเด็กพวกนี้ผิดหมดเลย ก็ต้องให้เขาผิด เพราะเขากำลังจะอยู่กับสิ่งที่เขาครีเอทในวันนี้ ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ ที่เขาทำในวันนี้ เขาจะอยู่กับมัน แต่คุณน่ะ ขวางไว้ คุณก็ไม่ได้อยู่ไง

ถามว่าพี่เข้าใจอะไรมากไหม พี่ก็เหมือนคน Analog อื่นๆ อยู่อีก System หนึ่ง ในเมื่อวันนี้มันไม่ใช่ System ของฉัน ฉันจะไปออกความเห็นทำไม หรือจะไปขวางทำไม หรือจะไปประณาม ก่นด่า โอ๊ย หน้าอาย คือเราไม่พูดสิ่งที่เราไม่รู้ แค่นั้นเอง

สปริงนิวส์ : คุณคิดว่าการเจรจากันอย่างจริงจังและจริงใจ ระหว่างรัฐ กับฝ่ายผู้ชุมนุม จะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่ ?

วีรพร นิติประภา : ข้อหนึ่งที่คุณต้องยอมรับก็คือว่า เราอยู่ในประเทศอำนาจนิยมเต็มรูป คือมันลงมาตั้งแต่ระบบเศรษฐกิจ ระบบการศึกษา ทุกระบบ

 ฉะนั้นถามว่า เราจะคุยกันแบบไหน พี่คิดว่ามันคงยาก เพราะว่าเราไม่มีระบบเข้าใจความเท่าเทียมระหว่างมนุษย์อายุน้อย กับมนุษย์อายุมาก เราดูถูกซะด้วยซ้ำ คือเด็กทำอะไรก็ผิด เด็กประเทศนี้ ทำผมสีก็ผิด ใช่ไหมคะ ขณะที่คนแก่ทำอะไรก็ถูกหมด คนแก่ทำผมสีนะคุณ ยังถูกเลย คนแก่หัวเขียวๆ เป็นนกแก้วยังถูกเลย แต่เด็กทำหัวเขียวๆ ไม่ได้ ผิด

ฉะนั้นถามว่า เราจะคุยกันอยู่บนเบสไหน ในขณะที่เด็กมีความรู้สึกว่า เขาไม่ไหวแล้ว เขาไม่สามารถอยู่ในประเทศที่เขาไม่มีความหวัง สำหรับเด็กๆ การไม่มีความหวัง มันแย่กว่าคนอายุเยอะๆ นะฮะ

คือครั้งหนึ่งก็มีคนบอกว่า มันไม่ใช่เรื่องอายุหรอก มันไม่ใช่เรื่องคนแก่กับเด็กหรอก มันเป็นเรื่องของเผด็จการกับประชาธิปไตย เรื่องของการเมืองล้วนๆ เรื่องของอะไรก็แล้วแต่ แต่ถ้าคุณกลับไปดู เผด็จการ มีแต่คนแก่ตอนนี้ มีแต่คนแก่ที่สนับสนุน เด็กมันไม่สนับสนุนแล้ว

คนที่พี่รู้จัก อายุ 35 ปีลงมา เขาก็อยู่ตรงนี้หมด แล้วก็ในขณะเดียวกัน คนแก่ก็ต้องเผด็จการหน่อยซิ มันถึงจะเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกคนมีสิทธิ์ไงฮะ ก็จบกันที่โหวตเหมือนเดิม ไม่ว่าคุณจะเลือกซ้ายหรือขวา มันต้องจบลงที่โหวตเหมือนเดิมน่ะแหละ

ทำความรู้จัก “วีรพร นิติประภา” นักเขียนหญิงดีกรีดับเบิ้ลซีไรต์ ผ่านบทสัมภาษณ์เรื่องการเมือง ที่สะท้อนให้เห็นความเป็นมนุษย์ ในหลากหลายมิติ

 

สปริงนิวส์ : และในฐานะศิลปินสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ คุณสามารถนำไปใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน ได้มากน้อยอย่างไร ?

วีรพร นิติประภา : เราก็กินใช้ตรงนี้เสมอ แต่แบบว่า พี่คนหนึ่งไม่ชอบเขียนเรื่องการเมืองตรงๆ แต่พี่ก็คิดว่า พี่มีศรัทธากับคนอายุน้อยเยอะมาก มากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น ฉะนั้นถ้าถามมีผลกับการเขียนไหม พี่คงเขียนนิยายรักน่ะ พี่คงจะเขียนนิยายสำหรับคนอายุน้อยๆ พี่คงจะไม่เขียนเรื่องของคนอายุเยอะ มันคงจะเป็นวิธีการเวิร์กแบบนั้น พี่สนใจมนุษย์ มากกว่าการเมือง

สปริงนิวส์ : แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว การเมืองก็กระทบกับความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่น้อยๆ ?

วีรพร นิติประภา : ใช่ค่ะ เรามองเห็นมนุษย์ผ่านการเมืองสูงที่สุด เราเห็นความเปราะบาง ความกลัวสูญเสียอำนาจ เรามองเห็นความละโมบ ตะกละ ซึ่งก็เป็นมนุษย์ปกติมาก ในขณะเดียวกัน เราก็เห็นการเอื้อเฟื้อ การต่อสู้เพื่อวันที่ดีกว่า การมีความหวังของคน มีความรัก เราเห็นทุกอย่าง ผ่านการเมืองในมิติต่างๆ 

สปริงนิวส์ : ถ้าการเมืองดี ในความคิดของคุณ ประเทศจะเป็นอย่างไร ?

วีรพร นิติประภา : พี่ขอกลับไปแค่ 15 ปีที่แล้วก็พอ คือเศรษฐกิจมาก่อนเลย คือขอแค่นั้น แค่มีงานทำ มีเงิน มีความฝัน มีความหวัง ยังไม่ต้องไปพูดว่า เฮ้ย ถ้าการเมืองดี เราจะเหมือนญี่ปุ่น มีทางเท้า พี่ไม่กล้าฝันน่ะ คือขอให้แบบว่า ดีกว่านี้ก็เอาแล้ว ตอนนี้เหมือนมันรูดไปแบบ ไม่รู้จะจบตรงไหน ไม่รู้จะจบตรงที่มีข้าวกินไหม... มันแย่ขนาดนั้น แล้วก็ลุงตู่ก็ยังสบายดี ลุงป๊อกด้วย อย่างเนี้ย เดี๋ยวซิ เธอต้องไม่สบายซิ เพราะเราไม่สบาย

สปริงนิวส์ : สิ่งที่คุณอยากฝากถึงผู้ชมของสปริงนิวส์ หรือฝากถึงลุงตู่...?

วีรพร นิติประภา : เขารู้แหละว่าพี่รักเขา พูดทุกวัน พี่หวังว่าจะมีการเจรจา พี่หวังว่ารัฐบาลจะเริ่มเปิดเจรจาจริงจัง ไม่ใช่บอกว่าจะเจรจา แล้วไม่ทำอะไรเลย นั่นหมายความว่า รัฐบาลต้องเทคแอคชั่นส่วนหนึ่ง เพื่อที่จะลดความตึงเครียดตรงนี้ แล้วก็หลีกเลี่ยงความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ที่ผ่านมา นายกฯ ชอบพูดเหมือนว่าจะคุย แล้วก็ยังไม่คุย แล้วดูว่าข้อไหนทำได้บ้าง จะยุบสภาไหม จะเลือกตั้งใหม่ไหม จะแก้รัฐธรรมนูญไหม จะแก้กี่ข้อ จะแก้อะไรบ้าง แล้วก็เริ่มทำได้แล้ว ก็แค่นั้นเอง

ทำความรู้จัก “วีรพร นิติประภา” นักเขียนหญิงดีกรีดับเบิ้ลซีไรต์ ผ่านบทสัมภาษณ์เรื่องการเมือง ที่สะท้อนให้เห็นความเป็นมนุษย์ ในหลากหลายมิติ