ข่าว

‘อ็อกแฟม’ ชี้! ความเหลื่อมล้ำยิ่งเพิ่ม ‘คนรวยสุด’ 1% ครองความมั่งคั่ง 82%

 

องค์การอ็อกแฟม (Oxfam) ระบุ บรรดามหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยที่สุด ที่มีอยู่ราว 1% ของประชากรโลก เป็นผู้ครอบครองทรัพย์สินที่คิดเป็นมูลค่าถึง 82% ของความมั่งคั่งที่มีอยู่ทั้งหมด

 

 

วันที่ 23 ม.ค. 61 — องค์การอ็อกแฟม (Oxfam) เผยรายงานประจำปี 2560 ซึ่งชี้ถึงช่องว่างความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งระหว่างคนรวยกับคนจนที่ถ่างกว้างขึ้นทุกที โดยพบว่า บรรดามหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยที่สุดที่มีอยู่ราว 1% ของประชากรโลก กลับเป็นผู้ครอบครองทรัพย์สินที่คิดเป็นมูลค่าถึง 82% ของความมั่งคั่งที่มีอยู่ทั้งหมด และกลุ่มคนร่ำรวยสะสมความมั่งคั่งได้เพิ่มขึ้นอีกเป็นอย่างมากในปี 2560 ขณะที่ กลุ่มคนยากจนกลับไม่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเลย

 

 

โดยมหาเศรษฐีพันล้าน 42 คน ที่ร่ำรวยที่สุด มีทรัพย์สินรวมกันเท่ากับของกลุ่มคนยากจนที่สุด 3,700 ล้านคน หรือราวครึ่งหนึ่งของประชากรโลก

นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า ความเฟื่องฟูของตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกในปี 2560 ทำให้บรรดาคนร่ำรวยมีทรัพย์สินทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คิดเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นรวม 762,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2560 ซึ่งเพียงพอจะนำไปแก้ไขภาวะความยากจนรุนแรงถึงขั้นสุดได้ถึง 7 ครั้ง

 

 

ส่วนระหว่างปี 2549-2558 มหาเศรษฐีทั่วโลกมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยปีละ 13% โดยช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการเลี่ยงภาษี การใช้อิทธิพลของกิจการใหญ่แทรกแซงนโยบายของรัฐ การตัดลดค่าใช้จ่ายของธุรกิจต่าง ๆ และการละเมิดสิทธิแรงงาน

นายมาร์ก โกลด์ริง ประธานผู้บริหารองค์การอ็อกแฟม ระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และการกระจุกตัวของความมั่งคั่งในกลุ่มคนร่ำรวยที่สุด ไม่ใช่สัญญาณของภาวะเศรษฐกิจที่ดี แต่เป็นอาการของระบบที่ล้มเหลว ซึ่งยังคงกดขี่แรงงานจำนวนหลายล้านที่ทำงานหนัก แต่ได้รับค่าแรงน้อยนิด ทั้งที่เป็นผู้ผลิตเครื่องนุ่งห่มและอาหารให้กับคนทั้งโลก

 

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน