เมื่อประเทศเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี เราจะเฉลิมฉลองอย่างไรหรือต้องการของขวัญอะไร คำตอบของประเทศฟินแลนด์ก็คือ การสร้างห้องสมุดขนาดใหญ่ สุดล้ำสมัยเป็นของขวัญให้ประชาชน

ฟินแลนด์เปิดห้องสมุดสุดไฮเทค เป็นของขวัญประชาชนครบ 100 ปีประเทศ(คลิป)

หอสมุดกลางของกรุงเฮลซิงกิแห่งนี้ มีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 ธันวาคมปีนี้ เพื่อฉลองส่งท้ายปีแห่งการครบรอบ 100 ปีการประกาศอิสรภาพของประเทศ หลังแยกตัวจากรัสเซียในปี 1917

สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ ที่ตกแต่งด้วยไม้และกระจกนี้ ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเฮลซิงกิ ตรงข้ามอาคารัฐสภาฟินแลนด์ ออกแบบโดยบริษัท เอแอลเอ อาร์คิเทคส์ สัญชาติฟินแลนด์ อาคารนี้มีชื่อว่า “อูดี” ซึ่งหมายถึง บทกวี สะท้อนว่า รัฐบาลฟินแลนด์ตั้งใจให้หอสมุดนี้เป็นที่ส่งต่อความรู้ และการเรียนรู้ รวมถึงการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม

ภายในอาคาร มีหนังสือถึงหนึ่งแสนเล่ม และอุปกรณ์เพื่อการเรียนรู้ที่ล้ำสมัย เช่นสตูดิโอสำหรับการทำเพลงและวีดีโอ ซึ่งสามารถยืมอุปกรณ์และเครื่องดนตรีได้ นอกจากนี้ยังมีโรงภาพยนตร์ ห้องทำกิจกรรมเวิร์คชอป ที่มีเครื่องปรินท์สามมิติ และเครื่องตัดเลเซอร์ แน่นอนว่า ทั้งหมดนี้ ไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายสำหรับประชาชน

นอกจากนี้ หอสมุดอูดี ยังมีเหล่าบรรณารักษ์หุ่นยนต์สีเทาทำงานด้วย คอยทำหน้าที่ขนถ่ายหนังสือไปยังชั้นหนังสือด้วย ซึ่งทางการหวังว่า การเคลื่อนไหวของเจ้าบรรณารักษ์หุ่นยนต์นี้จะเป็นภาพที่ชินตาสำหรับประชาชนราวหนึ่งหมื่นคนที่จะเข้ามาใช้บริการในแต่ละวัน

ผู้อำนวยการบริหารด้านวัฒนธรรมของกรุงเฮลซิงกิ นางทอมมี่ ไลทีโอ ระบุว่า แม้ชาติอื่นๆพยายามตัดงบด้านการบริการห้องสมุดแก่ประชาชน แต่ไม่ใช่ที่ฟินแลน์ด เพราะทั้งนักการเมืองและประชาชนต่างสนับสนุนโครงการพัฒนาห้องสมุดนี้ แม้งบประมาณจะสูงถึง 98 ล้านยูโรปรือ 3.7 พันล้านบาทก็ตาม

ทั้งนี้ ความรักในการอ่านชาวฟินแลนด์ สะท้อนให้เห็นจากตัวเลขการยืมหนังสือของชาวฟินแลนด์จากห้องสมุดถึง 68 ล้านครั้งต่อปี ทั้งๆที่มีจำนวนประชากรเพียง 5.5 ล้านคน

ทางด้าน เว็บไซต์ เวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม ระบุว่า ชาวฟินแลนด์สามารถยืมทุกอย่างได้จากห้องสมุด แม้กระทั่งอุปกรณ์ครัวสำหรับการจัดปาร์ตี้ รวมไปถึงงานศิลปะ อุปกรณ์กีฬา อุปกรณ์เล่นเกม ที่สำคัญทุกอย่าง ไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพราะกฎหมายของฟินแลนด์ ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี 1928 กำหนดว่า ห้องสมุดหน้าที่ให้บริการประชาชนด้วยด้วยคุณภาพที่สูง โดยไม่คิดค่าบริการ จึงทำให้ห้องสมุดฟินแลนด์ต้องพัฒนาให้ทันสมัยตลอดเวลาไปตามการเปลียนแปลงของสังคมนั่นเอง