ข่าว

การเมืองโลก ภูมิรัฐศาสตร์หลังโควิด 19 หรือนี่คือจุดเปลี่ยน ?

หน่วยวิเคราะห์เศรษฐกิจของนิตยาสาร The Economist วิเคราะห์ การเมืองโลก ภูมิรัฐศาสตร์โลกหลังโควิด 19 เชื่อว่าการระบาดครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนของระเบียบโลก

การเมืองโลก หลังโควิด 19

หน่วยวิเคราะห์เศรษฐกิจของนิตยาสาร The Economist เผยแพร่รายงานวิเคราะห์ การเมืองโลก ภูมิรัฐศาสตร์ที่จะเปลี่ยนไปหลังโควิด 19 เชื่อว่าวิกฤติครั้งนี้จะเป็นตัวเร่งแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างคู่ปรับอย่างสหรัฐฯและจีน และเร่งการเปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจจากตะวันตกสู่ตะวันออก

สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯและจีน ดูเหมือนว่าจะยากที่จะซ่อมแซม โรคระบาดครั้งนี้ไม่ใช่สาเหตุของความยากลำบากของความขัดแย้งในความสัมพันธ์ของสองประเทศมหาอำนาจ แต่เป็นตัวเร่งแนวโน้มที่มีมาหลายปี เมื่อสองประเทศแข่งขันกันครอบงำทางเศรษฐกิจโลก

รายงานระบุว่า โควิด 19 จะเผยให้เห็นพัฒนาการที่ถูกมองข้ามมาตลอด อย่างเช่น ความจริงที่ว่า จีนมีอิทธิพลในหลายส่วนของโลก และที่ผ่านมามักไม่ค่อยได้รับความสนใจ

โควิด 19 จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการเปลี่ยนแปลง ที่ขณะนี้ ยากจะคาดเดา ทั้งในโลกประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา ตั้งแต่ประเด็นอนาคตของสหภาพยุโรป ไปจนถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกำลังพัฒนาที่มีกับจีน

สงครามข้อมูลกำลังเกิดขึ้น

การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ออกไปนอกประเทศจีน และรอบโลก นำไปสู่สงครามข่าวสาร จีนพยายามหาทางที่จะปัดความรับผิดชอบที่ไวรัสเริ่มระบาดในจีน และพยายามกระจายข้อมูลน่าสงสัยและทฤษฎีสมคบคิด ขณะที่สหรัฐฯตอบโต้ด้วยการโทษจีน ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกเชื้อ ไวรัส โควิด 19 ว่า “ไวรัสจีน” หรือ “ไวรัสอู่ฮั่น” และรัฐมนตรีต่างประเทศ ไมค์ ปอมเปโอ ของสหรัฐฯตอกย้ำว่า จีนต้องรับผิดชอบกับเหตุระบาดที่เกิดขึ้น

การปล่อยข่าวทั้งหลายจากสหรัฐฯ คาดว่าเป็นส่วนหนึ่งที่พยายามกลบคำวิจารณ์การบริหารจัดการรับมือการระบาดที่ผิดพลาดในช่วงต้น และพยายามเน้นว่าสหรัฐฯมีหลักจรรยาที่สูงกว่าจีนในหลายด้าน โดยเฉพาะด้านความโปร่งใส

ในขณะเดียวกัน ความพยายามที่จะมีอิทธิพลทางด้านความคิดในประชาคมโลก จีนได้ใช้ความพยายามอย่างสูงในการแบ่งปันข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และคำแนะนำทางการแพทย์ และให้ความช่วนเหลือหลายประเทศที่กำลังผจญความยากลำบากในการรับมือสถานการณ์

การเปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจของโลก

โควิด 19 เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการเปลี่ยนแปลงสมดุลมหาอำนาจของโลกจากตะวันตกสู่ตะวันออก ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโรคระบาดและมาตรการเยียวยาที่ประเทศใหญ่ๆ พยายามใช้ จะยังอยู่ไปอีกสักพัก มาตรการทางการเงินและงบประมาณของประเทศเหล่านี้ สร้างขึ้นเพื่อพยายามสนับสนุนธุรกิจและภาคประชาชน

เป็นไปได้ว่าการแทรกแซงทางเศรษฐกิจจากมาตรการเยียวยาเหล่านี้จะไม่สามารถย้อนกลับได้ ยุคเงินยืมง่าย หนี้สูง จะกลับมาถาวร ส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลออยู่แล้วชะลอลงอีก และเพิ่มโอกาสในการเกิดวิกฤตหนี้สูงสุด นอกเสียจากว่าประเทศที่กำลังพัฒนาจะเปลี่ยนวิธี และใช้มาตรการสุดโต่งที่แตกต่าง หลังจบวิกฤตโควิด 19 ช่องว่างระหว่างการเติบโตที่ชะลอตัวลงในโลกตะวันตก และความมีชีวิตชีวาทางเศรษฐกิจของโลกตะวันออก จะยิ่งกว้างขึ้นอีก

จีนจะยิ่งมีบทบาทใหญ่ขึ้นอีก

เนื่องจากจีนเป็นประเทศแรกที่เผชิญวิกฤตนี้ ดังนั้นก็จะเป็นประเทศแรกที่ฟื้นฟูตัวเองได้ และใช้ทรัพยากรที่มีเพื่อผลักเศรษฐกิจ ความท้าทายคือการสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจในระหว่างที่อุปสงค์โลกกำลังอ่อนแอ

จีนมีโอกาสที่จะผงาดขึ้นมาจากวิกฤต เป็นผู้เล่นสำคัญทั้ง เศรษฐกิจ และ การเมืองโลก จีนกำลังพยายามซ่อมแซมชื่อเสียงที่เสียหายจากการเป็นจุดเริ่มต้นการระบาดของ โควิด 19 โดยการส่งผู้เชี่ยวชาญการแพทย์ ความช่วยเหลือด้านอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ไปยังหลายประเทศทั่วโลก ทำให้อิทธิพลของจีนในแอฟริกา ยุโรปตะวันออก อเมริกาใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เริ่มตกผลึก

จีนจะต้องเผชิญกับปฏิกิริยารุนแรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะจากสหรัฐฯและในยุโรป ความสัมพันธ์จะกลายเป็นเรื่องยากขึ้นอีก แต่ก็ยากที่ประเทศไหนก็ตามจะสามารถหยุดการเติบโตของอิทธิพลจีนได้

โลกจะเกิดคำถามกับการพึ่งพาจีนในระบบห่วงโซ่อุปทาน ที่ก่อให้เกิดผลกระทบทั่วโลกในไตรมาสแรกของปี 2020 นั่นจะทำให้ประเทศส่วนใหญ่ยิ่งพยายามพึ่งพาตนเองเรื่องซัพพลายมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นโอกาสให้จีนใช้ประโยชน์จากความล้มเหลวในการเป็นผู้นำโลกของสหรัฐฯตั้งแต่เริ่มมีการระบาด ในการยกระดับภาพลักษณ์ตนเอง และแสดงให้เห็นถึงความสำคัญในฐานะผู้เล่นในเวทีโลกที่ขาดไม่ได้

สหภาพยุโรปที่อ่อนแอ

ความล้มเหลวในการเคลื่อนไหวเพื่อรับมือวิกฤต และการที่ประเทศสมาชิกสหภาพดูแลประชาชนของตนเอง เป็นแผลใหญ่ของสหภาพยุโรป เมื่อวิกฤตมาถึงยุโรป ประเทศสมาชิกไม่ได้ช่วยกันคิด ไม่ได้ร่วมกันทำ แต่แยกตัวกัน ปิดชายแดน หยุดการเดินทางระหว่างกัน

อิตาลีได้ร้องขอความช่วยเหลือ และถูกเพิกเฉยในตอนแรก จนเป็นโอกาสให้จีนยื่นมือเข้ามาช่วย

สหภาพยุโรปยื่นมือเข้าช่วยเหลือกลุ่มประเทศบอลข่านอย่างเชื่องช้า เกิดรอยร้าวในความสัมพันธ์ และความรู้สึกด้านลบคงจะยังอยู่ไปอีกนาน ในขณะที่สถานการณ์วิกฤตขึ้นเรื่อยๆ ก็ยิ่งเผยให้เห็นความแตกแยกระหว่างประเทศสมาชิกมากขึ้น

มหาอำนาจเกิดใหม่จะใช้ประโยชน์จากวิกฤตอย่างเต็มที่

มหาอำนาจของแต่ละภูมิภาคของโลก อย่างเช่น รัสเซีย ตุรกี หรืออิหร่าน ที่ที่ผ่านมาก็พยายามใช้ประโยชน์จากการแบ่งพรรคแบ่งพวกในประชาคมโลก ประเทศเหล่านี้ถือโอกาสที่สหรัฐฯลดความผูกพันกับโลก ด้วยการเพิ่มแรงชักจูงและเข้าไปแทรกแซง

สำหรับประเทศเหล่านี้ สถานการณ์ระบาดเป็นโอกาสเสริมความแข็งแกร่งในเวทีภูมิภาคและเวทีโลก อย่างรัสเซียที่ส่งทหารและความช่วยเหลือทางการแพทย์ไปยังอิตาลี ด้วยเครื่องบินที่มีข้อความว่า “จากรัสเซีย ด้วยความรัก” และส่งเครื่องบินที่มีหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์อื่นๆ เต็มลำไปยังสหรัฐฯ

แต่อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นเหล่านี้ก็ต้องเผชิญกับวิกฤตโรคระบาดในประเทศตนเองเช่นกัน ก็อาจกลายเป็นจำกัดความสามารถในการช่วยเหลือและการขยายอิทธิพลในระยะสั้น แต่ในระยะยาวแล้ว การระบาดจะยิ่งทำให้ความแตกแยกชัดเจนยิ่งขึ้น และเปลี่ยนแปลงระเบียบโลก จนเป็นประโยชน์ต่อมหาอำนาจที่แข็งแรงขึ้น อย่างจีน และมีความเป็นไปได้ที่รัสเซียและตุรกีจะได้ประโยชน์ปด้วย

โควิด 19 เปลี่ยนแปลงโลก การศึกษา

Edutainment การระบาดครั้งใหญ่ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด 19) กำลัง เปลี่ยนแปลงโลก ในหลายมิติ รวมถึงเรื่องการศึกษาที่เด็กๆ ทั่วโลกต้องหยุดเรียนนานนับเดือน สภาเศรษฐกิจโลกวิเคราะห์ …

โลกหลังโควิด 19 ระบบเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป และทุนนิยมยุคใหม่

โลกหลังโควิด 19 จะเป็นอย่างไร ไม่มีใครรู้ แต่ผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์ทั่วโลกต่างมีการคาดการณ์ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป แนวความคิดการทำธุรกิจ ทุนนิยมยุคใหม่ …