#สรุปให้ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์อเมริกา ทรัมป์ปลุกม็อบขวางผลเลือกตั้ง

07 ม.ค. 2564 เวลา 4:25 น.

ย้อนที่มาเหตุประท้วงในสหรัฐ #สรุปให้ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์อเมริกา ทรัมป์ปลุกม็อบขวางผลเลือกตั้ง-ยึดสภา บานปลายจนมีผู้เสียชีวิต 1 ราย

กลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกจับตาอีกครั้ง หลังเกิดเหตุผู้สนับสนุนประธานาธิบดี "โดนัลด์ ทรัมป์" บุกเข้าไปในอาคาร ระหว่างที่สภาคองเกรส ประชุมเพื่อรับรองผลลงคะแนนของคณะผู้เลือกตั้งที่ชี้ขาดว่า "โจ ไบเดน" ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ  จนเกิดเหตุความวุ่นวายทำให้ต้องระงับการประชุมไว้ชั่วคราว พร้อมสั่งล็อกดาวน์อาคารรัฐสภา หลายคนมองว่าปรากฎการณ์ดังกล่าว ไม่ได้เหนือความคาดหมายเท่าไหร่นัก เพราะที่ผ่านมา ทรัมป์แสดงจุดยืนชัดเจน ว่าไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นบานปลายเกินกว่าที่คิด เพราะมีผู้ชุมนุมถูกยิงเสียชีวิต 1 คน

วันนี้สปริงจะพาไปไล่เรียงดูว่า ที่มาที่ไปของเรื่องนี้คืออะไร

- 3 พฤศจิกายน 2563 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 แต่พ่ายแพ้ โจ  ไบเดน จากเดโมแครทยับเยิน ทรัมป์ยืนยันไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ซึ่งผิดธรรมเนียมการเมืองสหรัฐ โดยทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง ทรัมป์และทีมงาน อ้างว่ามีการโกงการเลือกตั้ง เพื่อให้ตนพ่ายแพ้

- 18 ธันวาคม 2563 ทรัมป์ทวีตข้อความระดมคนประท้วงครั้งใหญ่ในกรุงวอชิงตัน ดีซี ในวันที่ 6 มกราคม 2564 ซึ่งเป็นวันที่รัฐสภารับรองการลงคะแนนของคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral vote) ที่จะให้ โจ ไบเดน ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

- 31 ธันวาคม 2564  Muriel Elizabeth Bowser นายกเทศมนตรี กรุงวอชิงตัน ดีซี ประกาศขอสนับสนุนกำลัง National Guard จากกระทรวงกลาโหม เพื่อสนับสนุนกำลังตำรวจท้องถิ่นในการรับมือผู้ประท้วง

- 4 มกราคม 2564 คำขอของนายกเทศมนตรีได้รับการอนุมัติ โดยมีการเตรียมกำลังไว้ 340 นาย

- 5 มกราคม 2564 ทรัมป์ทวีตอีกครั้ง เชิญชวนผู้สนับสนุนมาร่วมชุมนุมในชื่อ “ Save America March” หวังจะคัดค้านผลการเลือกตั้ง

- 6 มกราคม 2564 ผู้ชุมนุมรวมตัวกันนอกอาคารรัฐสภา ชูงธงชาติและสวมเสื้อ  “Make America Great Again”  ซึ่งเป็นนโยบายหาเสียงของทรัมป์ ก่อนบุกเข้าอาคารรัฐสภาและปะทะกับเจ้าหน้าที่ จนมีผู้เสียชีวิต 1 คน

- 6 มกราคม 2564 Muriel Elizabeth Bowser นายกเทศมนตรี กรุงวอชิงตัน ดีซี ประกาศเคอร์ฟิว และเจ้าหน้าที่  National Guard เข้าควบคุมสถานการณ์

- เฟซบุ๊ก และ ทวิตเตอร์ สื่อสังคมออนไลน์ยักษ์ใหญ่ ได้ประกาศแบนบัญชีของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐลงเป็นการชั่วคราว นับเป็นการดำเนินการที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน 

ขณะที่ผู้นำทางการเมืองทั้งฝั่งเดโมแครต และรีพับลิกัน ประสานเสียงประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้น เตรียมถอดถอนทรัมป์ออกจากตำแหน่งก่อนวันที่ 20 มกราคมนี้ ซึ่งเป็นวันพ้นตำแหน่งอย่างเป็นทางการ