Spring News

ประวัติ "วิโรจน์ ลักขณาอดิศร" อดีตดาวสภาฯ สู่สนาม "ผู้ว่าฯ กทม."

By Natt W.

|
25 เม.ย. 2565 เวลา 13:02 น. 5.9k

ประวัติ "วิโรจน์ ลักขณาอดิศร" อดีตดาวสภาฯ ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ สู่ ส.ส. ก้าวไกล วันนี้ลงสนามแข่ง เลือกตั้ง "ผู้ว่าฯ กทม."

ดร.วิโรจน์ ลักขณาอดิศร หรือชื่อเล่นว่า โรจน์ ส.ส. พรรคก้าวไกล ที่เป็นดาวประจำสภาตั้งแต่สมัยสังกัดพรรคอนาคตใหม่ เกิดเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2520 ปัจจุบันอายุ 44 ปี (ปีนี้ครบ 45 ปี) เป็นลูกของครอบครัวชนชั้นกลาง ที่มีคุณพ่อเป็นผู้จัดการร้านขายผ้าที่สำเพ็ง ในขณะที่คุณแม่เป็นแม่บ้าน

วิโรจน์จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนวัดสุทธิ​ว​รา​ราม จากนั้นเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมยานยนต์ และศึกษาต่อระดับปริญญาโทจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเช่นเดียวกัน ในคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี สาขาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต ก่อนที่จะจบการศึกษาระดับปริญญาเอก คณะ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (เศรษฐศาสตร์) จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

ประวัติ "วิโรจน์ ลักขณาอดิศร" อดีตดาวสภาฯ ส.ส. อนาคตใหม่/ก้าวไกล

วิโรจน์ เคยเป็นวิศวกรควบคุมคุณภาพให้กับบริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) ก่อนที่จะลาออกเพื่อไปเรียนปริญญาโท โดยระหว่างนั้นก็เป็นที่ปรึกษา ด้านระบบบริหารคุณภาพและการบริหารจัดการ ให้ บริษัท โนโว ควอลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้การกำกับของ สถาบันทรัพย์สินทางปัญญา แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :

ต่อมา วิโรจน์ ได้ย้ายไปเป็นผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งทางบริษัทซีเอ็ดจับมือร่วมกับกลุ่มรักลูก บุกเบิกด้านการศึกษาด้วยการก่อตั้งโรงเรียนเพลินพัฒนา ทำให้วิโรจน์ได้เป็นหนึ่งในกรรมการวิชาการ ให้กับโรงเรียนเพลินพัฒนาด้วย

จากนั้น วิโรจน์ได้หันเหเข้าสู่เวทีการเมืองด้วยการเป็น ส.ส. ให้กับพรรคอนาคตใหม่ ตามการชักชวนของน้องคนหนึ่งที่รู้จักกันผ่านทวิตเตอร์ และทำให้วิโรจน์กลายเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้จดจัดตั้งพรรค

วิโรจน์เป็นที่จดจำได้ในระยะเวลาไม่นานด้วยการลีลาการอภิปรายที่พูดจากระฉับฉะฉาน และมีการเตรียมข้อมูลมาอย่างดี ทำให้การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลประเด็นการควบคุมข้อมูลข่าวสาร (ไอโอ) กลายเป็นชนวน จุดให้วิโรจน์กลายเป็นดาวเด่นประจำสภา แต่หลังจากนั้นไม่นานพรรคอนาคตใหม่ก็ถูกยุบ ทำให้วิโรจน์ย้ายตามมาอยู่พรรคก้าวไกล

ในการแข่งขันเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. วิโรจน์ ได้ลาออกจากการเป็น ส.ส. พรรคก้าวไกล และมาลงแข่งขันในสังกัดของพรรค ด้วยการชู 12 นโยบาย "สร้างเมืองคนเท่ากัน"

1. สวัสดิการคนเมือง
ที่ช่วยดูแลเด็ก คนชรา และผู้พิการ ด้วยการปรับเบี้ยผู้สูงอายุ เท่ากันที่ 1,000 บาท/คน/เดือน รวมถึงเพิ่มสวัสดิการผู้พิการให้ทุกคนได้ 1,200 บาท/เดือน และเพิ่มสวัสดิการเลี้ยงดูเด็กเล็ก อายุต่ำกว่า 6 ขวบ จากเดิมที่ได้เฉพาะเด็กยากจน จะเพิ่มให้เป็น 1,200 บาท/เดือน พร้อมยืนยันว่านี่ไม่ใช่การช่วยเหลือแต่เป็นรัฐสวัสดิการ

2. วัคซีนฟรีจากภาษีประชาชน
ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของโควิด-19 คนกรุงเทพฯ จะต้องได้สิทธิพื้นฐานในการเข้าถึงวัคซีนซึ่งมาจากภาษี

3. หยุดระบบอุปถัมภ์
คนกรุงเทพฯ สามารถเลือกได้เองว่าจะนำงบประมาณ กระจายสู่ชุมชนใดบ้าง

4. ที่อยู่อาศัยใจกลางเมือง 10,000 ยูนิต
ภายในระยะเวลา 4 ปี หากได้รับเลือกจะสร้างที่พักอาศักจำนวน 10,000 ยูนิตให้คนกรุงเทพฯ สามารถเช่าอยู่อาศัยได้ในราคา 3,500-9,000 บาท และจะต้องเข้าถึงระบบขนส่งคมนาคมได้อย่างสะดวก

5. ลดค่าครองชีพ ด้วยค่าเดินทาง
แน่นอนเป็นที่ทราบกันดีว่าค่าเดินทางภายในกรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ค่าครองชีพสูง ซึ่งจะต้องเข้ามาดูแลจัดการแก้ไขให้ทุกคนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกในราคาที่จ่ายไหว เพื่อเป็นการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนกรุงฯ

6. ขึ้นค่าเก็บขยะห้างใหญ่
เพื่อนำเงินไปปรับปรุงการเก็บขยะภาคครัวเรือนให้ดียิ่งขึ้น พร้อมพัฒนาจุดทิ้งขยะทั่วกรุงเทพฯ ให้สะอาด

7. ลงทุนพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก
ลงทุนศูนย์ละ 5 ล้านบาท พร้อมทั้งครูและพี่เลี้ยงจะต้องได้สัญญาจ้างเป็นรูปธรรม

8. การศึกษาวิ่งตามฝัน
เปิดโอกาสให้เด็กกรุงเทพฯ สามารถเรียนในสิ่งตนเองสนใจได้อย่างเต็มที่ ปรับหลักสูตรการเรียนการสอนใหม่ ตัดวิชาไม่จำเป็น เพิ่มเวลาเรียนรู้นอกห้องเรียน

9. ลอกท่อทั่วเมือง ลอกคลองทั่วกรุง
เพื่อให้มั่นใจว่าเมืองจะพร้อมรับมือน้ำรอระบายเวลาฝนตกใหญ่ได้

10. เปลี่ยนที่รกร้างเป็นที่สาธารณะ
ร่วมมือกับเจ้าของที่ดินเอกชน เพื่อนำที่ดินรกร้างมาพัฒนาให้เป็นสวนสาธารณะ เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้คนกรุงฯ

11. ทางเท้าดีเท่ากันทั้งกรุงเทพฯ
คืนทางเท้าที่ได้มาตรฐานให้กับคนกรุงเทพ สวยงาม คงทน และกว้างตลอดเท่ากันทั้งเมือง โดยจะห้ามไม่ให้ตั้งแผงลอยบนทางเท้าเพื่อลดความแออัดเวลาสัญจร และจัดหาสถานที่ใกล้เคียงให้แทน

12. เจอส่วยแจ้ง ผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ โปร่งใส
การบริหารงานทั้งหมดต้องโปร่งใส ไร้คอร์รัปชั่น เปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถร้องเรียนปัญหาต่าง ๆ ต่อผู้ว่าฯ กทม. ได้โดยตรง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ