svasdssvasds

ซื้อ‘รถ EV’ มาขับ Grab คุ้มค่าแค่ไหน? เทียบระหว่างชาร์จไฟฟ้ากับเติมน้ำมัน

ซื้อ‘รถ EV’ มาขับ Grab คุ้มค่าแค่ไหน? เทียบระหว่างชาร์จไฟฟ้ากับเติมน้ำมัน

สปริงนิวส์ชวนคิด ถ้าหากออกรถ EV เพื่อมาใช้งานและหารายได้จาก Grab จะคุ้มค่าแค่ไหน เมื่อไม่ต้องเติมน้ำมันอีกต่อไป เราได้รวบรวมข้อมูลเปรียบเทียบมาให้ตัดสินใจกันก่อน

เราได้รวบรวมข้อมูลและสถิติจากการขับ Grab ของผู้ใช้จริงในรถยนต์ไฟฟ้าหรือรถ EV รุ่น MG ZS EV 
โดยมีการเปรียบเทียบไว้หลากหลายรูปแบบการขับขี่ในแต่ละวัน

ตัวอย่างการหารายได้เสริมจาก Grab หลังจากเวลาเลิกงาน 

ใช้เวลาในการขับประมาณ 5 ชั่วโมง 
แบตเตอรี่ใช้ไปทั้งหมด 52%
และรายได้สุทธิ 1,171 บาท หลังหักค่าธรรมเนียมทุกอย่างแล้ว 

เมื่อเปรียบเทียบกับค่าไฟฟ้าที่ชาร์จที่บ้าน 
ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง ในช่วง (Time of Use หรือ Off Peak) 
อยู่ที่ราวๆ 100 บาท ซึ่งหักค่าไฟแล้วรายได้จากการขับขี่รวม 1,071 บาท

ซึ่งหากเทียบกับการขับ Grab โดยใช้น้ำมัน จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากปัจจุบันค่าน้ำมันไม่ต่ำกว่า 30 บาท 

ตัวอย่างการหารายได้แบบเต็มเวลา (Grab Driver เต็มตัว) 

ใช้เวลาในการขับประมาณ 11 ชั่วโมง 
แบตเตอรี่ใช้ไปทั้งหมด 87%
และรายได้สุทธิ 2,061 บาท หลังหักค่าธรรมเนียมทุกอย่างแล้ว 

เมื่อเปรียบเทียบกับค่าไฟฟ้าที่ชาร์จที่บ้าน
อยู่ที่ราวๆ 120 บาท ซึ่งหักค่าไฟแล้ว รายได้จากการขับขี่รวม 1,941 บาท

จากข้อมูลเพจ MG ZS EV - Review โดยผู้ซื้อ และ ใช้จริง ได้ระบุไว้ว่า
ส่วนมาก ขับวันหยุด รายได้ ที่แสดง 2,192 - 6,052 บาท เป็นต่อสัปดาห์
ตั้งแต่ 30 พฤษภาคม - 26 มิถุนายน รายได้รวม 15,521 บาท
แต่หากคุณขับเป็นอาชีพหลักสัปดาห์ละ 5 วัน (จันทร์ - ศุกร์) อาจมีรายได้ 44,000 บาท ต่อเดือน
 

หากสนใจใช้รถยนต์ EV ในการขับ Grab แบ่งประเภทรถยนต์อย่างไรบ้าง

Grab Car แบ่งเป็น 3 ประเภท
ขนาดเล็ก (S): 50 - 90 kW
ขนาดกลาง (M): 90 - 120 kW
ขนาดใหญ่ (L): 120 kW ++

รายได้ของการขับ Grab จะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับไซส์รถ

Neta V 2022 
(549,000 บาท)
กำลังสูงสุด 95 HP (70.8kW) เป็นรถไซส์เล็ก (S)

ORA Good Cat 500 Ultra 
(1,038,500 บาท)
กำลังสูงสุด 143 HP (106.6kW) เป็นรถไซส์กลาง (M)

MG ZS EV 2019
(949,000 บาท)
กำลังสูงสุด 150 HP (111.8kW) เป็นรถไซส์กลาง (M)

MG EP 
(771,000 บาท)
กำลังสูงสุด 161 HP (120kW) เป็นรถไซส์ใหญ่ (L)

เมื่อเทียบกันแล้วรถที่คุ้มค่าสำหรับการขับ Grab ที่สุดใน 4 รุ่น คือ MG EP เนื่องจากถูกนับเป็นรถไซส์ใหญ่ ซึ่งจะได้รับรายได้สูงกว่ารุ่นอื่นๆ

เราจึงขอยกตัวอย่าง MG ZS EV 2019 ขึ้นมาเปรียบเทียบความคุ้มค่า เนื่องจากมีผู้ใช้งานจริง และออกมาแบ่งปันรายได้ให้เราเห็นกัน

MG ZS EV 2019 มีราคาสุทธิอยู่ที่ 949,000 บาท โดยจะเปรียบเทียบจากการดาวน์ต่ำสุดคือ 15% (142,350 บาท) และผ่อนยาวนานที่สุดคือ 84 เดือน ผู้ใช้จะต้องผ่อน 12,286 บาทต่อเดือน 

หากรับงานในแอปพลิเคชัน Grab เต็มเวลา จันทร์-ศุกร์ ซึ่งเราเทียบอัตรารายได้ต่ำสุดคือ 1,000 บาทต่อวัน หักเสาร์-อาทิตย์  ทั้งเดือนคุณจะมีรายได้ขั้นต่ำ 22,000 บาท เมื่อหักลบค่าผ่อนรถแล้วจะเหลือ 9,714 บาท 

แต่หากตั้งเป้าหมายให้ได้รายได้ 2,000 บาทต่อวัน ใน 1 เดือนจะมีรายได้ 44,000 บาท และหักลบค่าผ่อนรถแล้วเหลือ 31,714 บาท ซึ่งเทียบเท่าหรือมากกว่ารายได้ของงานประจำบางงาน 

ซึ่งค่าไฟหากชาร์จที่บ้านได้ในช่วง Off Peak หรือ TOU จะอยู่ที่ราว 120-150 บาทต่อวัน ซึ่งคำนวณคร่าวๆว่าจะไม่เกิน 3,000-4,000 บาทต่อเดือน เพราะอาจมีชาร์จนอกสถานที่บ้างบางครั้งเมื่อฉุกเฉิน แต่เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้รถน้ำมันขับทุกวันเป็นเวลา 20 วัน จะถูกกว่าการจ่ายค่าน้ำมันในยุคนี้หลายเท่า

อย่างไรก็ตามการขับ Grab ยังมีความเสี่ยงและการจราจรอีกมากบนท้องถนน ความคลาดเคลื่อนในการคำนวณสถิติจึงอาจไม่แน่ชัด 

และนี่เป็นเพียงแนวทางเปรียบเทียบให้เห็นว่า การรถยนต์ EV ในเชิงการสร้างอาชีพเช่น Grab Driver หรือการหารายได้เสริมเพื่อช่วยค่าใช้จ่าย สามารถทำได้ดีกว่ารถน้ำมันอย่างสิ้นเชิง 

หากรถยนต์สันดาปหรือน้ำมันกับรถยนต์ไฟฟ้า ราคาเท่ากันหรือใกล้เคียง ข้อมูลนี้ก็อาจช่วยให้คุณตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า หรือรถ EV ได้ง่ายขึ้น

 

 

related