9 เทคนิคช่วยถนอม “แอร์รถยนต์” ให้เย็นฉ่ำ-ไร้กลิ่นอับ

นับว่าเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ใช้รถยนต์ในเวลาที่แดดร้อนๆ ก็อยากเข้ามานั่งในรถแล้วรับแอร์เย็นฉ่ำขับรถไปด้วยความสุขกายสบายใจ แต่ก็มีอีกหลายคนที่ต้องเจอกับแอร์สู้ความร้อนไม่ได้ และมักจะเกิดปัญหาในช่วงนี้ด้วยทุกที

โดยปกติแล้วรถที่มีปัญหาเกิดกับระบบปรับความเย็นหรือแอร์นั้น มักจะเกิดกับรถที่ผ่านการใช้งานมาระยะหนึ่ง หรือประมาณ 3 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะรถที่ขาดการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง สาเหตุหลักๆ ส่วนใหญ่เกิดจากระบบการทำงานของระบบปรับอากาศ ดังนั้นเรามาลองศึกษาทำความเข้าใจและหาวิธีป้องกันปัญหาเหล่านั้นกันดีกว่า

  1. ก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ทุกครั้ง ควรปิดสวิตช์ควบคุมคอมเพรสเซอร์ (A/C) ก่อน เพื่อไม่ให้คอมเพรสเซอร์เป็นตัวฉุดกำลัง ขณะที่เราสตาร์ทรถยนต์นั่นเอง
  2. เริ่มต้นด้วยการใช้ความเร็วพัดลมสูง หลังจากสตาร์ทและวอร์มอัพจนเครื่องยนต์อยู่ในอุณหภูมิที่พร้อมใช้งาน อย่าเพิ่งรีบปรับอุณหภูมิ แต่ควรเปิดพัดลมก่อน เพื่อเป็นการไล่ความร้อนในระบบแอร์ให้ออกไป จากนั้นจึงค่อยเปิดสวิตช์ A/C และปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับที่คุณต้องการ
  3. ถ้าอากาศเย็นเกินไปให้ใช้วิธีปรับอุณหภูมิสูงขึ้น อย่ารีบหันช่องแอร์หนีไปจากตัว คอมเพรสเซอร์จะได้ไม่ทำงานหนักโดยไม่จำเป็น
  4. ปิดแอร์ก่อนถึงปลายทางสัก 5–10 นาที ด้วยการปิดสวิตซ์ A/C และเปิดพัดลมไปที่ความเร็วสูงสุดแทน วิธีนี้จะช่วยลดภาระการทำงานของคอมเพรสเซอร์ และไล่ความชื้นออกจากคอล์ยเย็น ซึ่งจะช่วยป้องกันการสะสมของเชื้อแบคทีเรียภายในได้ดี จากนั้นเมื่อถึงที่หมายแล้วจึงค่อยปิดพัดลมก่อนดับเครื่องยนต์
  5. ไม่ควรใช้น้ำหอมชนิดที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ มาเสียบไว้หน้าช่องแอร์ เพราะอาจจะทำให้แอร์ผุกร่อนเร็วขึ้นกว่าเดิมได้

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

  1. ไล่ความร้อนออกก่อน สำหรับรถที่จอดตากแดดเอาไว้นานๆ หรือรถที่กำลังจะจอดทิ้งไว้นานๆ ควรเปิดลมเปล่าระดับแรงสุดเสียโดยยังไม่เปิดสวิตซ์ A/C ก่อน ประมาณ 5 นาที ขั้นตอนนี้จะช่วยไล่ความร้อนหรือความชื้นที่ค้างอยู่ในระบบแอร์ได้ เมื่อความร้อนหรือความชื้นลดลงแล้ว จึงค่อยเปิดสวิตซ์ A/C ตามมาทีหลัง นอกจากจะช่วยชะลอการเสื่อมของเครื่องได้แล้ว ยังช่วยลดกลิ่นเหม็นอับอีกด้วย
  2. ไม่ควรเปิดกระจกบ่อยๆ การเปิดกระจกบ่อยๆ ไม่ได้เพียงแต่นำความร้อนเข้ามาเท่านั้น แต่ยังจะทำให้ฝุ่นละอองจากภายนอกเข้ามาอุดตันในแอร์ได้เร็วมากยิ่งขึ้น
  3. เมื่อรู้สึกว่าแอร์ไม่เย็น ให้รีบปิดสวิตซ์ A/C ทันที โดยยังสามารถใช้ลมเปล่าได้อยู่ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้คอมเพรสเซอร์เสียหายไปก่อน จากนั้นจึงนำรถไปตรวจเช็คความผิดปกติทีหลัง
  4. ปรับระดับพัดลมกับความเย็นให้สัมพันธ์กัน เช่น ถ้าหากปรับระดับอุณหภูมิสูงมาก แต่เปิดความแรงลมเพียงเบอร์ 1 จะทำให้น้ำแข็งเกาะที่แผงคอล์ยแอร์ ทำให้แอร์ไม่เย็น และควรปรับอุณหภูมิให้เหมาะกับสภาพอากาศนอกรถด้วย

การดูแลรักษาแอร์ภายในรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ ช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบทำความเย็นของรถคุณได้อีกนาน และเมื่อเกิดปัญหาขึ้น ควรรีบหาสาเหตุและซ่อมให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายที่มากขึ้นนั่นเอง