svasdssvasds

GISTDA เผย จุดความร้อนไทยพุ่งต่อเนื่องกว่า 3.7 พันจุด สูงสุดในรอบปี

GISTDA เผย จุดความร้อนไทยพุ่งต่อเนื่องกว่า 3.7 พันจุด สูงสุดในรอบปี

GISTDA เผย จุดความร้อนไทยพุ่งต่อเนื่องกว่า 3.7 พันจุด ขึ้นนำอันดับ 1 อยู่ในป่าอนุรักษ์มากที่สุดเกือบ 2,000 จุด โดย 5 อันดับแรกในไทย คือ กาญจนบุรี 577 จุด, ตาก 495 จุด อุตรดิตถ์ 237 จุด น่าน 212 จุด และ แพร่ 190 จุด

GISTDA เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566

 ไทยพบจุดความร้อนเพิ่มขึ้นนำอันดับ 1 จำนวน 3,768 จุด (นับว่าสูงสุดตั้งแต่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นมา) ตามด้วย สปป.ลาว 3,370 จุด เมียนมา จำนวน 2,809 จุด กัมพูชา 2,758 จุด และเวียดนาม 732 จุด 

สำหรับจุดความร้อนในประเทศไทย ส่วนใหญ่พบในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 1,937 จุด, พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 1,043 จุด, พื้นที่เกษตร 280 จุด, พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ 271 จุด, พื้นที่เขต สปก. 219 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 18 จุด ในส่วนของจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด 5 อันดับคือ กาญจนบุรี 577 จุด, ตาก 495 จุด อุตรดิตถ์ 237 จุด น่าน 212 จุด และ แพร่ 190 จุด ตามลำดับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ จากการรวบรวมจำนวนจุดความร้อนในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2566 พบแล้วกว่า 52,000 จุด

ส่วนค่าฝุ่น PM2.5 เมื่อตรวจสอบจากแอปพลิเคชัน “เช็คฝุ่น” เมื่อเวลา 10:00 น. พบว่าในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ อาทิ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก เชียงราย น่าน ลำพูน พะเยา ลำปาง แพร่ อยู่ระดับสีแดงที่มากกว่า 90 ไมโครกรัม ซึ่งมีผลต่อสุขภาพแล้ว

ในขณะที่ทุกพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร อยู่ระดับสีส้มที่เริ่มจะมีผลต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ก่อนออกจากบ้านควรสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเพื่อป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจที่อาจจะตามมา

สิ่งหนึ่งที่ต้องเฝ้าระวังที่มักจะมากับเหตุการณ์ไฟป่าและจุดความร้อนคือ PM 2.5 สถานการณ์การจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลให้เกิด PM 2.5 ได้ในพื้นที่บริเวณชายแดนเนื่องจากได้รับอิทธิพจากประแสลมที่จะพัดผ่านเข้ามา ปัญหาไฟป่าหมอกควัน ส่งผลกระทบให้กับระบบต่างๆ ของประเทศมาโดยตลอด

related