
SHORT CUT
เมื่อฝนตกหนักขึ้น 15% แต่จบไวขึ้นจนเราเตรียมใจไม่ทัน! งานวิจัยจากวารสาร Nature กำลังส่งสัญญาณเตือนภัยถึงคนอยู่ริมน้ำ ว่าความร้อนของโลกไม่ได้แค่ทำให้อากาศร้อน แต่กำลังอัปเกรด 'ฝนระยะสั้น' ให้กลายเป็นวิกฤตน้ำท่วมฉับพลันที่แม่น้ำสายย่อยระบายไม่ทัน...
หลายคนอาจจะสงสัยว่า แค่อุณหภูมิโลกสูงขึ้น ทำไมถึงกลายเป็นข่าวน้ำท่วมตามแม่น้ำสายเล็กๆ ในยุโรปได้บ่อยขนาดนี้? คำตอบไม่ใช่แค่เรื่อง "ฝนเยอะ" แต่มันคือเรื่อง "นิสัยของฝนที่เปลี่ยนไป"
ทีมนักวิจัยชาวออสเตรียพบความลับที่น่าตกใจว่า ความร้อนไม่ได้ทำให้ฝนทุกแบบตกหนักขึ้นเท่ากัน แต่ไปส่งผลกระทบกับ "ฝนระยะสั้น" ที่ตกแค่ไม่กี่ชั่วโมงมากที่สุด
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? เพราะความร้อนคือพลังงาน เมื่ออากาศร้อนขึ้น มันจะดูดซับความชื้นได้มากขึ้น และพอมันลอยตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จะเกิดอาการที่เรียกว่า "Explosive" หรือการระเบิดตัวของสภาพอากาศ ทำให้ฝนเทลงมาแรงมากในเวลาอันสั้น รุนแรงขึ้นถึง 15% ในรอบ 40 ปี!
แม่น้ำสายเล็ก/ลำธาร: รับมือไม่ทัน เพราะฝนที่ "ตกหนักและจบไว" ทำให้น้ำมหาศาลไหลลงมารวมกันที่เดียวในเวลาสั้นๆ ระดับน้ำเลยพุ่งพรวดจนเกิด น้ำท่วมฉับพลัน ทันที หมู่บ้านริมน้ำกลุ่มนี้จึงเสี่ยงที่สุด
แม่น้ำสายใหญ่ (เช่น แม่น้ำดานูบ): ยังพอไหว เพราะตัวแม่น้ำใหญ่พอที่จะรอให้น้ำค่อยๆ ระบายไปได้ แต่แม่น้ำพวกนี้จะไปแพ้ทาง "ฝนที่ตกแช่นานๆ หลายวัน" แทน
แม้ในยุโรปเองก็ไม่ใช่ทุกประเทศที่จะแย่เหมือนกัน
บทสรุปจากออสเตรียอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะไม่ว่าจะเป็นฝนที่สั้นลงแต่แรงขึ้น หรือแม่น้ำสายเล็กที่เอ่อล้นง่ายกว่าเดิม ทั้งหมดนี้คือผลลัพธ์จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้คือการทำความเข้าใจวัฏจักรน้ำที่เปลี่ยนไป เพื่อเตรียมพร้อมรับแรงกระแทกจากโลกใบเดิมที่สภาพอากาศเริ่มจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ที่มา: Futura