
SHORT CUT
ฤดูร้อน 2569 ส่อแล้งหนัก–ไฟป่าปะทุ รัฐคุมเข้มงดเผาทุกพื้นที่ หวั่นฝุ่น PM2.5 กลับมาวิกฤตซ้ำ กระทบคุณภาพอากาศทั่วประเทศ
ประเทศไทยกำลังเผชิญสัญญาณความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมครั้งใหม่ หลังข้อมูลด้านภูมิอากาศชี้ชัดว่าฤดูร้อนปี 2569 มีแนวโน้มรุนแรงกว่าปกติ ทั้งอุณหภูมิที่สูงขึ้น ปริมาณฝนที่ลดลง และความเสี่ยงไฟป่าที่อาจลุกลามได้ง่าย ส่งผลให้รัฐบาลต้องเร่งยกระดับมาตรการรับมืออย่างเข้มข้น
'สุรินทร์ วรกิจธำรง' อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมเชิงรุก หลังประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยการคาดการณ์ระบุว่าปริมาณฝนรวมของประเทศจะต่ำกว่าค่าปกติในหลายภูมิภาค
ข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยาชี้ว่า พื้นที่ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีแนวโน้มฝนต่ำกว่าค่าปกติราว 40% ขณะที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝนลดลงประมาณ 30% สอดคล้องกับข้อมูลจาก NOAA ที่ระบุว่าสภาพอากาศโลกเข้าสู่ภาวะเป็นกลางตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้หลายพื้นที่ของไทยแห้งแล้งมากขึ้น และเอื้อต่อการเกิดไฟป่าและการลุกลามของไฟอย่างรวดเร็ว
ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว รัฐบาลได้ยกระดับการเฝ้าระวังหมอกควันและไฟป่าทั่วประเทศ ทั้งการเพิ่มกำลังลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่เกิดไฟซ้ำซาก การตั้งจุดเฝ้าระวังในพื้นที่สูงเพื่อให้ตรวจพบไฟได้เร็ว เตรียมกำลังพลและอุปกรณ์ดับไฟป่าเคลื่อนที่เร็วตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงสนับสนุนอากาศยานเข้าปฏิบัติการในพื้นที่เข้าถึงยาก
นอกจากนี้ ยังมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานป่าไม้ ฝ่ายปกครอง ทหาร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อควบคุมการเผาในพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร ชุมชน และริมทาง ควบคู่กับการจัดการเชื้อเพลิงอย่างมีการควบคุม และการจำกัดการเข้าพื้นที่ป่าในช่วงเสี่ยง พร้อมใช้ระบบแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่นละอองและจุดความร้อนแบบเรียลไทม์
จากการติดตามข้อมูลจุดความร้อนล่าสุด ระหว่างวันที่ 13–16 กุมภาพันธ์ 2569 พบจุดความร้อนทั่วประเทศรวม 2,806 จุด โดยมากกว่าครึ่งเป็นการเผาในพื้นที่ป่า คิดเป็นสัดส่วนถึง 62% ขณะเดียวกัน จุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้านก็เริ่มเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศของไทยในช่วงต่อจากนี้
สำหรับช่วงวันที่ 19–21 กุมภาพันธ์ หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมประเมินว่าพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และจังหวัดชายแดน จำเป็นต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากทิศทางลมอาจพัดพาฝุ่นควันจากพื้นที่ต้นลมและประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่มีความเสี่ยงเป็นพื้นที่ท้ายลม
ทั้งนี้ รัฐบาลตั้งเป้าลดการเผาไหม้ในพื้นที่ป่าและกลุ่มป่าแปลงใหญ่ 14 กลุ่ม อย่างน้อย 10% ขณะที่พื้นที่เกษตร โดยเฉพาะนาข้าว ข้าวโพด และอ้อย ต้องลดการเผาลงให้ได้ 10–15% ผ่านมาตรการ “ลด–งดเผา” อย่างจริงจังในทุกจังหวัด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในที่โล่งทุกชนิด เพื่อช่วยลดปัญหาฝุ่น PM2.5 และปกป้องสุขภาพของคนไทยในระยะยาว