svasdssvasds

"พายุฤดูร้อน" เกิดจากอะไร สัญญาณเตือนก่อนเข้าสู่หน้าร้อนเต็มตัว

"พายุฤดูร้อน" เกิดจากอะไร สัญญาณเตือนก่อนเข้าสู่หน้าร้อนเต็มตัว

"พายุฤดูร้อน" เกิดจากอะไร ช่วงไหนต้องระวัง สัญญาณเตือนก่อนเกิดพายุคืออากาศจะร้อนอบอ้าวผิดปกติ ลมสงบนิ่ง และมีเมฆสีเทาเข้มก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

SHORT CUT

  • พายุฤดูร้อนเกิดจากการปะทะกันของมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนกับมวลอากาศร้อนชื้นที่ปกคลุมประเทศไทย ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง
  • เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูร้อน โดยกรมอุตุฯ ได้ประกาศเตือนภัยช่วงวันที่ 23-25 ก.พ.
  • สัญญาณเตือนก่อนเกิดพายุคืออากาศจะร้อนอบอ้าวผิดปกติ ลมสงบนิ่ง และมีเมฆสีเทาเข้มก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

"พายุฤดูร้อน" เกิดจากอะไร ช่วงไหนต้องระวัง สัญญาณเตือนก่อนเกิดพายุคืออากาศจะร้อนอบอ้าวผิดปกติ ลมสงบนิ่ง และมีเมฆสีเทาเข้มก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่กรมอุตุนิมยมวิทยา ประกาศเตือนรับมือ “พายุฤดูร้อน” ช่วงวันที่ 23-25 ก.พ.นี้ มีทั้งพายุฝนฟ้าคะนอง 10% ของพื้นที่ ลมกระโชกแรง รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ กทม.และปริมณฑลโดนด้วย เหตุมีมวลอากาศเย็นแผ่ลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบนและประเทศจีนตอนใต้ 

พายุฤดูร้อน เกิดจากอะไร

พายุฤดูร้อน (Thunderstorms) เป็นพายุฝนฟ้าคะนองที่เกิดในช่วงการเปลี่ยนฤดูจากฤดูร้อนไปสู่ฤดูฝน ช่วงประมาณเดือนเมษายน พายุฤดูร้อนนี้ เป็นพายุประจำถิ่น ที่มักเกิดขึ้นในบริเวณประเทศไทยตอนบน เมื่ออากาศในช่วงเปลี่ยนฤดู มีความชื้นสูงและร้อน ในขณะที่ความกดอากาศสูงก็ยังคงแผ่ลงมาเป็นครั้งคราว นำอากาศที่แห้งและเย็นกว่ามาผสมผสาน ทำให้เกิดมวลอากาศ ที่อเสถียรภาพ มีการแลกเปลี่ยนมวลกันในแนวดิ่ง เกิดการยกตัวของมวลอากาศอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดเมฆฝนฟ้าคะนองขนาดใหญ่กว่าปกติ และมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้น ในบางครั้งทำให้เกิดลูกเห็บตก ทำความเสียหายให้แก่บ้านเรือนและ พืชผลทางการเกษตรเสียหายได้

ประเทศไทยได้รับรังสีดวงอาทิตย์มากกว่าในช่วงอื่นๆ ของปี ทำให้อากาศที่อยู่เหนือพื้นผิวโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น พายุฤดูร้อนเกิดจากการที่ความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทย จึงทำให้เกิดการปะทะกันระหว่างอากาศที่ร้อนชื้นของประเทศไทยและอากาศที่แห้งและเย็นจากประเทศจีน อากาศเย็นจะผลักให้อากาศร้อนชื้นลอยตัวขึ้นสู่ข้างบนอย่างรวดเร็ว จนเมื่อไอความชื้นขึ้นไปถึงชั้นบรรยากาศก็จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ จนก่อตัวเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นก้อนสีเทาเข้มทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ฟ้าแลบและฟ้าผ่าตามมา

 

"พายุฤดูร้อน" สัญญาณเตือนก่อนเข้าสู่หน้าร้อน 

ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย ได้ให้ความรู้เพิ่มเติมประเด็นพายุฤดูร้อน 

พายุฤดูร้อนมาแล้ว สัญญาณเตือนก่อนเข้าสู่หน้าร้อนอย่างเต็มตัว

  1. พายุฤดูร้อนในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เกิดจากการปะทะกันระหว่าง มวลอากาศเย็นที่แผ่ลงมาจากประเทศจีนกับอากาศร้อนที่มีความชื้นสูงซึ่งกำ ลังปกคลุมประเทศไทยอยู่ในขณะนี้ซึ่งเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569
  2. ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนจัด (อุณหภูมิสะสมสูงถึง 35-43 องศาเซล เซียส)ในช่วงเวลากลางวัน เมื่อมวลอา กาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปะทะ ทำให้เกิดความแตกต่างของอุณหภูมิอย่างรวดเร็วจึงเกิดการยกตัวของมวล อากาศอย่างรุนแรง กลายเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่ เมื่อมีลมจากทิศใต้หรือลมตะวันออกเฉียงใต้พัดพาความชื้นจากทะเลเข้ามาจะเป็นเชื้อเพลิงหลักที่ทำ ให้พายุก่อตัวได้เร็ว
  3. สัญญาณก่อนเกิดคืออากาศจะร้อนอบ อ้าว ลมสงบนิ่ง ท้องฟ้าขมุกขมัว และมีเมฆก่อตัวหนาแน่นเป็นสีเทาเข้มอย่างรวดเร็ว

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนต้องเฝ้าระวัง การเกิดพายุฤดูร้อนเป็นพิเศษในช่วงวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ 2569

ระวังตัว! คนไทยเสี่ยงต่อโรคลมแดด และฮีทสโตรก

ดร.สนธิ ยังเตือนว่าฤดูร้อนปีนี้ คนไทยเสี่ยงต่อโรคลมแดด และฮีทสโตรกได้ง่าย 

  1. ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ. 69 โดยมีการคาดการณ์อุณหภูมิสูงสุดในบางพื้นที่อาจแตะ 43 องศา

ความรู้สึกว่าอากาศร้อนไม่ได้ดูจากค่าจากเทอร์โมมิเตอร์อย่างเดียวจะต้องพิ จารณาจากค่าความรู้สึกจริงหรือดัชนีความร้อนของร่างกายซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพที่รุนแรงมากกว่า...

ความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิในบรรยา กาศ (Temperature)และความชื้นสัม พัทธ์ (Humidity) เป็นปัจจัยหลักที่ใช้กำหนดค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ของร่างกายซึ่งก็คือ"อุณหภูมิที่ร่างกายของเรารู้สึกได้จริง"(Feels Like)่ว่ามีค่าเท่าไหร่ อันตรายต่อสุขภาพร่างกายหรือไม่?....

ตามปรกติค่าความชื้นสัมพัทธ์ในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย (เดือนมีนาคม - กลางพฤษภาคม) โดยทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 60 -75% หากในช่วงเวลาดังกล่าวอุณหภูมิจากเทอร์โมมิเตอร์สูงถึง 36 องศาเซลเซียส อาจจะทำให้ค่าดัชนีความร้อนขึ้นไปสูงกว่า 50 องศาได้ ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคลมแดดและ heat Stroke ได้..

ดัชนีความร้อน (Heat Index) คืออะไร?

ดัชนีความร้อน คือค่าอุณหภูมิที่ร่างกายมนุษย์ "รู้สึกได้" จริงในขณะนั้น ซึ่งเกิดจากการรวมกันของอุณหภูมิอากาศและความชื้น สัมพัทธ์ โดยความชื้นที่สูงขึ้นจะทำให้เหงื่อระเหยได้ยากขึ้น ร่างกายจึงสะสมความร้อนไว้และรู้สึกร้อนกว่าอุณหภูมิจริงที่วัดได้จากเทอร์โมมิเตอร์

  • อุณหภูมิสูง + ความชื้นต่ำ: ร่างกายระบายความร้อนได้ดี รู้สึกสบายกว่า
  • อุณหภูมิสูง + ความชื้นสูง: เหงื่อไม่ออก ตัวเหนียว รู้สึกร้อนอบอ้าวและอันตรายต่อสุขภาพ

เกณฑ์ความอันตรายของค่า Heat Index (HI)

กรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานทางด้านสาธารณสุขแบ่งระดับความเสี่ยงไว้ ดังนี้

  • ค่าHI 27°C - 32°C (เฝ้าระวัง): อาจเกิดอาการอ่อนเพลียหากทำกิจกรรมกลางแจ้งนานๆ
  • ค่าHI 32°C - 41°C (ระมัดระวังเป็นพิเศษ): มีโอกาสเกิดตะคริวจากความร้อนและเพลียแดด (Heat Exhaustion)
  • ค่าHI 41°C - 54°C (อันตราย): มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดตะคริวและเพลียแดด และอาจเกิด โรคลมแดด (Heat Stroke)
  • ค่าHI 54°C ขึ้นไป (อันตรายมาก): มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิด Heat Stroke ทันที

"พายุฤดูร้อน" เกิดจากอะไร สัญญาณเตือนก่อนเข้าสู่หน้าร้อนเต็มตัว

ข้อแนะนำเมื่อดัชนีความร้อนสูง

  • ดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆอย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวันและควรดื่มก่อนที่จะรู้สึกกระ หาย หากเหงื่อออกมากควรดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่เพื่อทดแทนแร่ธาตุที่เสียไป และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ร่างกายขาดน้ำมากขึ้น
  • สวมเสื้อผ้าสีอ่อน เนื้อผ้าบางเบา เช่น ผ้าคอตตอน หรือ ผ้าลินินและทรงหลวมเพื่อให้อากาศถ่ายเท
  • ลดอุณหภูมิโดยอาบน้ำเย็นหรือใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัว โดยเน้นจุดที่มีเส้น เลือดใหญ่อยู่ใกล้ผิวหนัง เช่น คอ รักแร้ และขาหนีบ เพื่อช่วยระบายความร้อนได้เร็วขึ้น
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งโดยพยายามอยู่ในที่ร่มหรือห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะช่วงเวลา 11.00 -15.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่แดดแรงที่สุด

ที่มา : Sonthi Kotchawat

related