svasdssvasds

คอสตาริกาสวนกระแสโลก ลดการตัดไม้ ฟื้นฟูป่าฝนได้สำเร็จ

คอสตาริกาสวนกระแสโลก ลดการตัดไม้ ฟื้นฟูป่าฝนได้สำเร็จ

ทำได้ยังไง? คอสตาริกาฟื้นฟูป่าฝนให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ ขณะที่อีกหลายปรเทศเผชิญปัญหาสูญเสียพื้นที่ป่าท่ามกลางภาวะโลกร้อน

SHORT CUT

  • คอสตาริกาพลิกฟื้นจากประเทศที่มีอัตราการตัดไม้ทำลายป่าสูงในอดีต จนสามารถฟื้นฟูพื้นที่ป่าให้กลับมาปกคลุมกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศได้สำเร็จ
  • ปัจจัยสำคัญคือโครงการ "จ่ายเงินเพื่อบริการทางนิเวศวิทยา" ที่รัฐบาลให้เงินอุดหนุนแก่เจ้าของที่ดินเพื่อเป็นแรงจูงใจในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้
  • นโยบายนี้ได้รับการสนับสนุนจากการออกกฎหมายห้ามตัดไม้ทำลายป่าอย่างมีประสิทธิภาพ และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับป่า

ทำได้ยังไง? คอสตาริกาฟื้นฟูป่าฝนให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ ขณะที่อีกหลายปรเทศเผชิญปัญหาสูญเสียพื้นที่ป่าท่ามกลางภาวะโลกร้อน

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา เรามักจะได้ยินข่าวที่นำเสนอเรื่องราวน่ากังวลของป่าฝนทั่วโลกที่กำลังเหลือพื้นที่ป่าน้อยลงทุกที จากปัญหาสภาพอากาศและการคุกคามจากมนุษย์ เช่น การโค่นต้นไม้เพื่อใช้เป็นพื้นที่การเกษตร ฟาร์มปศุสัตว์ ถนน และเหมืองแร่

โดยในปี 2024 จากข้อมูลป่าไม้ทั่วโลกพบว่า ป่าเขตร้อนสูญเสียพื้นที่ป่าดั้งเดิมไปถึง 41 ล้านไร่ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดที่เคยมี ส่วนใหญ่เกิดจากไฟป่าและการเกษตร ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งของการสูญเสียครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นในบราซิลและโบลิเวีย

แต่ประเทศหนึ่งที่มีเรื่องราวแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง นั่นคือ คอสตาริกา

เมื่อก่อน คอสตาริกาเองก็นับเป็นประเทศขนาดกลางที่มีอัตราการตัดไม้ทำลายป่าสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สูญเสียพื้นที่ป่าไปมากกว่า 2.5 แสนไร่ต่อปี จนในปี 1985 มีพื้นที่ป่าไม้เหลืออยู่ไม่ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมด

ปัจจุบัน ดูเหมือนเรื่องราวจะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อคอสตาริกามีอัตราการตัดไม้ทำลายป่าลดลงอย่างมาก ต้นไม้เริ่มงอกกลับมา จนมีป่าธรรมชาติปกคลุมพื้นที่กว่าครึ่งหนึ่งจากพื้นที่ทั้งหมด กลายเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่สามารถฟื้นฟูระบบนิเวศที่สูญหายไปให้กลับมาได้

หนึ่งในมาตรการที่คาดว่าเป็นปัจจัยสำคัญของการเปลี่ยนแปลง คือการ 'กำหนดราคาธรรมชาติ' หนึ่งในนั้นคือการจ่ายเงินอุดหนุนให้กับเจ้าของที่ดินที่ช่วยรักษาหรือฟื้นฟูป่าในที่ดินของตน หรือการรักษาน้ำประปาในท้องถิ่น เพื่อสร้างแรงจูงใจในการอนุรักษ์ให้กับภาคประชาชน โดยเรียกว่าเป็น 'โครงการจ่ายเงินเพื่อบริการทางนิเวศวิทยา' 

ส่วนหนึ่งที่ทำให้โครงการจ่ายเงินเพื่อระบบนิเวศของคอสตาริกาเป็นโครงการที่ก้าวล้ำคือ การที่รัฐบาลระดับสูงสุดตระหนักดีว่า ป่าไม้ที่ยังมีชีวิตอยู่ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งไม้เท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าทางเศรษฐกิจในด้านอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก ผลิตน้ำสะอาด ดึงดูดนักท่องเที่ยว และเป็นที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์ที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ในการวิจัยทางชีววิทยาและการพัฒนายา

คอสตาริกาสวนกระแสโลก ลดการตัดไม้ ฟื้นฟูป่าฝนได้สำเร็จ

โดยรัฐบาลจะจ่ายเงินให้กับเจ้าของที่ดินที่เข้าร่วมโครงการสำหรับพื้นที่ที่เป็นป่าทุกๆ 6-7 ไร่ จะได้รับเงินมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับวิธีการจัดการที่ดิน เช่น หากปลูกต้นไม้พื้นเมืองในพื้นที่เสื่อมโทรม เจ้าของที่ดินสามารถได้รับเงินมากกว่า 170 ดอลลาร์ (5,000 บาท) ต่อ 2 ไร่ ต่อปี หากมีการบำรุงรักษาป่าด้วยวิธีต่างๆ ก็จะได้รับเงินเพิ่ม แต่หากปล่อยให้ป่าเติบโตตามธรรมชาติก็จะได้รับเงินน้อยลง

เงินที่ถูกนำมาจ่ายให้เจ้าของที่ดินนั้น ส่วนใหญ่มาจากการเก็บภาษีการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง หรือแหล่งธุรกิจ-อุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีการใช้น้ำหรือทรัพยากรปริมาณมาก ภายใต้แนวคิดที่ว่า 'ผู้ที่มีส่วนร่วมในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ก็ต้องจ่ายค่าบริการการฟื้นฟูทรัพยากรเหล่านั้นด้วย'

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยร่วมอื่นๆ เช่น การที่รัฐบาลได้ออกกฎหมายห้ามการตัดไม้ทำลายป่าอย่างมีประสิทธิภาพ และผลักดันให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของประเทศเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นแรงจูงใจให้ผู้คนเห็นความสำคัญในการรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าไม้ของประเทศ ขณะที่งานวิจัยบางชิ้นชี้ว่า ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาที่ดินเพราะต้องการเงิน แต่เพราะพวกเขาต้องการช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

คอสตาริกาสวนกระแสโลก ลดการตัดไม้ ฟื้นฟูป่าฝนได้สำเร็จ