svasdssvasds

ป่าหาย ยุงเปลี่ยนเป้า! หันมาดูดเลือดคนมากขึ้นหลังพื้นที่ป่าลด เสี่ยงโรคระบาดพุ่ง

ป่าหาย ยุงเปลี่ยนเป้า! หันมาดูดเลือดคนมากขึ้นหลังพื้นที่ป่าลด เสี่ยงโรคระบาดพุ่ง

งานวิจัยใหม่จากบราซิลเผยการตัดไม้ทำลายป่า ส่งผลทำให้ยุงขาดแหล่งอาหารตามธรรมชาติ จนต้องหันมาดูดเลือดมนุษย์เป็นหลัก เพิ่มความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคอันตรายอย่างไข้เลือดออก ซิกา และชิคุนกุนยา

SHORT CUT

  • การทำลายป่าและการรุกล้ำของมนุษย์ทำให้สัตว์ป่าซึ่งเป็นแหล่งเลือดเดิมของยุงลดลง ส่งผลให้ยุงต้องปรับตัวและหาแหล่งอาหารใหม่
  • ผลการศึกษาในบราซิลพบว่ายุงในพื้นที่ป่าที่ถูกทำลายได้เปลี่ยนเป้าหมายมาดูดเลือดมนุษย์เป็นหลัก เพราะเป็นแหล่งเลือดที่หาได้ง่ายและมีจำนวนมาก
  • พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนี้เพิ่มความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญต่อการแพร่ระบาดของโรคติดต่อร้ายแรงสู่คน เช่น ไข้เลือดออก, ซิกา, และไข้เหลือง

งานวิจัยใหม่จากบราซิลเผยการตัดไม้ทำลายป่า ส่งผลทำให้ยุงขาดแหล่งอาหารตามธรรมชาติ จนต้องหันมาดูดเลือดมนุษย์เป็นหลัก เพิ่มความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคอันตรายอย่างไข้เลือดออก ซิกา และชิคุนกุนยา

ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Frontiers in Ecology and Evolution ระบุว่า ผืนป่าแอตแลนติก (Atlantic Forest) ที่ทอดยาวไปตามแนวชายฝั่งของบราซิล ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตนานาชนิดอย่างน่าทึ่ง รวมถึง นก สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และปลาอีกหลายร้อยชนิด แต่อุดมสมบูรณ์ได้สูญหายไปมากแล้ว เนื่องจากการพัฒนาของมนุษย์ทำให้ผืนป่าลดขนาดลงเหลือเพียงประมาณ 1 ใน 3 ของขนาดเดิม เมื่อผู้คนรุกเข้าไปในถิ่นที่อยู่อาศัยที่เคยสมบูรณ์ สัตว์ป่าถูกผลักดันออกไป และยุงที่เคยดูดเลือดจากสัตว์หลากหลายชนิด ก็เริ่มเปลี่ยนเป้าหมายมาสู่มนุษย์มากขึ้น

ดร.เจอโรมิโอ อเลนการ์ (Dr. Jeronimo Alencar) นักชีววิทยาจากสถาบันออสวัลโด ครูซ ในนครรีโอเดจาเนโรของบราซิล และผู้เขียนหลักของงานวิจัย ระบุว่า ผลการศึกษาคแสดงให้เห็นว่า ยุงสายพันธุ์ที่จับได้จากพื้นที่ป่าแอตแลนติกที่ยังหลงเหลืออยู่มีความชอบที่จะดูดเลือดจากมนุษย์อย่างชัดเจน

ป่าหาย ยุงเปลี่ยนเป้า! ชี้ยุงหันมาดูดเลือดคนมากขึ้นหลังพื้นที่ป่าลด เสี่ยงโรคระบาดพุ่ง Credit ภาพ REUTERS

ป่าเปลี่ยนมีผลกับยุง

ด้านดร.เซอร์จิโอ มาชาโด (Dr. Sergio Machado) นักวิจัยด้านจุลชีววิทยาและภูมิคุ้มกันวิทยาจากมหาวิทยาลัยสหพันธ์รีโอเดจาเนโรและผู้ร่วมวิจัย เสริมว่า นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะในสภาพแวดล้อมอย่างป่าแอตแลนติกที่มีความหลากหลายของสัตว์มีกระดูกสันหลังที่เป็นแหล่งเลือดของยุงจำนวนมาก การที่ยุงเลือกมนุษย์เป็นหลักจึงจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรคอย่างมีนัยสำคัญ
ติดตามว่ายุงไปกัดใครบ้าง

เพื่อทำความเข้าใจว่ายุงดูดเลือดจากสิ่งมีชีวิตชนิดใด ทีมวิจัยได้ติดตั้งกับดักแสงในพื้นที่เขตอนุรักษ์ธรรมชาติ 2 แห่ง ได้แก่ เขตอนุรักษ์ธรรมชาติ Sítio Recanto Preservar และเขตอนุรักษ์ระบบนิเวศแม่น้ำกัวเปียกู (Guapiacu River Ecological Reserve) ในรัฐรีโอเดจาเนโร จากนั้นจึงแยกยุงเพศเมียที่เพิ่งดูดเลือดมาไม่นาน และนำไปศึกษาในห้องปฏิบัติการ

ป่าหาย ยุงเปลี่ยนเป้า! ชี้ยุงหันมาดูดเลือดคนมากขึ้นหลังพื้นที่ป่าลด เสี่ยงโรคระบาดพุ่ง Credit ภาพ REUTERS

นักวิทยาศาสตร์สกัดดีเอ็นเอจากเลือดภายในตัวยุง และจัดลำดับยีนเฉพาะตัวที่ทำงานเสมือนบาร์โค้ดทางชีวภาพ โดยสัตว์มีกระดูกสันหลังแต่ละชนิดจะมีรหัสพันธุกรรมเฉพาะของตัวเอง ดังนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลอ้างอิง ทำให้ทีมวิจัยจึงสามารถระบุสัตว์ที่ถูกยุงกัดได้
มนุษย์กลายเป็นแหล่งเลือดสำคัญ

กับดักสามารถจับยุงได้ทั้งหมด 1,714 ตัว จาก 52 สายพันธุ์ที่แตกต่างกัน โดยในจำนวนนี้ พบยุงเพศเมียที่มีเลือดอยู่ในตัว 145 ตัว และนักวิจัยสามารถระบุแหล่งที่มาของเลือดได้ 24 ตัวอย่าง ซึ่งมาจากมนุษย์ 18 คน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 1 ตัว นก 6 ตัว สุนัขป่า 1 ตัว และหนูอีก 1 ตัว

ป่าหาย ยุงเปลี่ยนเป้า! ชี้ยุงหันมาดูดเลือดคนมากขึ้นหลังพื้นที่ป่าลด เสี่ยงโรคระบาดพุ่ง Credit ภาพ REUTERS
ยุงบางตัวดูดเลือดจากโฮสต์มากกว่าหนึ่งแหล่ง ตัวอย่างเช่น ยุงสายพันธุ์ Cq. Venezuelensis ตัวหนึ่ง พบว่าดูดเลือดจากทั้งสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำและมนุษย์ ขณะที่ยุงสายพันธุ์ Cq. Fasciolata ก็ดูดเลือดจากหลายแหล่ง เช่นกัน ทั้งจากหนูและนก หรือจากนกและมนุษย์

นักวิจัยเชื่อว่ามีหลายปัจจัยที่อธิบายรูปแบบนี้ได้ โดยดร.อเลนการ์ กล่าวว่า พฤติกรรมของยุงมีความซับซ้อน แม้ยุงบางสายพันธุ์อาจมีพฤติกรรมที่ชอบดูดเลือดโฮสต์บางชนิดโดยกำเนิด แต่ความพร้อมของแหล่งเลือดและความใกล้ชิดเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลอย่างมาก

ป่าหาย ยุงเปลี่ยนเป้า! ชี้ยุงหันมาดูดเลือดคนมากขึ้นหลังพื้นที่ป่าลด เสี่ยงโรคระบาดพุ่ง Credit ภาพ REUTERS

การตัดไม้ทำลายป่าเพิ่มความเสี่ยงของโรคอย่างไร

เมื่อการตัดไม้ทำลายป่ายังคงดำเนินต่อไป และการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ขยายตัวเข้าไปในพื้นที่ป่า ทำให้สัตว์และพืชจำนวนมากสูญหายไป ยุงจึงตอบสนองด้วยการปรับเปลี่ยนที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหาร โดยมักย้ายเข้ามาใกล้มนุษย์มากขึ้น

ดร.มาชาโดอธิบายเพิ่มเติมว่า เมื่อทางเลือกตามธรรมชาติเหลือน้อยลง ยุงจึงถูกบังคับให้หาแหล่งเลือดใหม่ ทางเลือกใหม่ และในที่สุดก็หันมาดูดเลือดมนุษย์มากขึ้นเพื่อความสะดวก เนื่องจากมนุษย์เป็นแหล่งเลือดที่พบได้มากที่สุดในพื้นที่เหล่านี้


การถูกยุงกัดไม่ใช่แค่เรื่องรำคาญเท่านั้น แต่ภูมิภาคที่ทำการศึกษานี้ยังพบว่า ยุงเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสหลายชนิด เช่น ไข้เหลือง ไวรัสเดงกีหรือโรคไข้เลือดออก ไวรัสซิกา ไวรัสมายาโร ไวรัสซาเบีย และไวรัสชิคุนกุนยา ซึ่งการติดเชื้อไวรัสเหล่านี้อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างร้ายแรงและอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนระยะยาวได้ นักวิจัยเน้นย้ำว่า การทำความเข้าใจพฤติกรรมการดูดเลือดของยุงจึงเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการทำความเข้าใจการแพร่กระจายของโรคผ่านระบบนิเวศและในประชากรมนุษย์

ความหมายของผลวิจัยต่อการป้องกันโรค

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาชี้ให้เห็นช่องว่างของข้อมูลในปัจจุบัน โดยพบว่ายุงที่จับได้มีเลือดอยู่ในตัวไม่ถึง 7 เปอร์เซ็นต์ และนักวิทยาศาสตร์สามารถระบุแหล่งที่มาได้เพียงราว 38 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งบ่งชี้ถึงความจำเป็นในการศึกษาที่ใหญ่ขึ้นและละเอียดมากขึ้น รวมถึง การพัฒนาวิธีตรวจจับการดูดเลือดจากหลายแหล่งในตัวเดียวกัน

ถึงเช่นนั้น ผลการศึกษานี้ก็ยังมีคุณค่าในทางปฏิบัติ โดยสามารถนำไปใช้กำหนดแนวทางในการควบคุมยุงและปรับปรุงระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับการระบาดของโรคได้

ดร.มาชาโด ทิ้งท้ายว่า การรู้ว่ายุงในพื้นที่หนึ่ง ๆ มีแนวโน้มเลือกมนุษย์เป็นแหล่งเลือดหลัก ถือเป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงของการแพร่เชื้อ สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถกำหนดมาตรการเฝ้าระวังและดำเนินการป้องกันได้อย่างตรงจุด และในระยะยาวยังอาจนำไปสู่กลยุทธ์ควบคุมโรคที่คำนึงถึงสมดุลของระบบนิเวศด้วย

ป่าหาย ยุงเปลี่ยนเป้า! ชี้ยุงหันมาดูดเลือดคนมากขึ้นหลังพื้นที่ป่าลด เสี่ยงโรคระบาดพุ่ง Credit ภาพ REUTERS

ที่มา :  ScienceDaily  newsnationnow

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

related