svasdssvasds

ผลวิจัยชี้ "โลกร้อนจากกิจกรรมมนุษย์" ส่งผลให้วันยาวนานขึ้น

ผลวิจัยชี้ "โลกร้อนจากกิจกรรมมนุษย์" ส่งผลให้วันยาวนานขึ้น

ผลการศึกษาใหม่จากออสเตรียพบว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากกิจกรรมมนุษย์ กำลังทำให้การหมุนของโลกช้าลงในอัตราที่ไม่เคยเกิดขึ้นในรอบ 3.6 ล้านปี ส่งผลให้ความยาวของ 1 วันเพิ่มขึ้น อาจกระทบต่อระบบเทคโนโลยีสำคัญ อย่าง GPS และการนำทางอวกาศ

SHORT CUT

  • ผลวิจัยชี้ว่าภาวะโลกร้อนจากกิจกรรมมนุษย์กำลังทำให้การหมุนของโลกช้าลง ส่งผลให้วันยาวนานขึ้นในอัตราที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ 3.6 ล้านปี
  • สาเหตุหลักเกิดจากการละลายของแผ่นน้ำแข็งขั้วโลก ซึ่งทำให้มวลน้ำเคลื่อนตัวจากขั้วโลกมายังเส้นศูนย์สูตร ส่งผลให้การหมุนของโลกช้าลง
  • นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าหากภาวะโลกร้อนยังดำเนินต่อไป ความยาวของวันอาจเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2.62 มิลลิวินาทีภายในสิ้นศตวรรษนี้
  • แม้การเปลี่ยนแปลงนี้มนุษย์จะไม่สามารถรับรู้ได้โดยตรง แต่อาจส่งผลกระทบต่อเทคโนโลยีที่ต้องการความแม่นยำของเวลาสูง เช่น ระบบ GPS และการนำทางในอวกาศ

ผลการศึกษาใหม่จากออสเตรียพบว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากกิจกรรมมนุษย์ กำลังทำให้การหมุนของโลกช้าลงในอัตราที่ไม่เคยเกิดขึ้นในรอบ 3.6 ล้านปี ส่งผลให้ความยาวของ 1 วันเพิ่มขึ้น อาจกระทบต่อระบบเทคโนโลยีสำคัญ อย่าง GPS และการนำทางอวกาศ

นักวิทยาศาสตร์ เตือนว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจากกิจกรรมของมนุษย์กำลังทำให้การหมุนของโลกช้าลงในอัตราที่ “ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” เมื่อเทียบกับช่วง 3.6 ล้านปีที่ผ่านมา พร้อมเตือนว่าระยะเวลาของ 1 วันกำลังยาวนานขึ้น

งานวิจัยก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่าการละลายของแผ่นน้ำแข็งขั้วโลกและธารน้ำแข็งบนภูเขาทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นและส่งผลทำให้การหมุนของโลกช้าลง เนื่องจากเมื่อมวลน้ำจากการละลายของน้ำแข็งไหลจากบริเวณขั้วโลกไปยังเส้นศูนย์สูตร ผลกระทบจะคล้ายกับนักสเก็ตลีลาที่หมุนตัวช้าลงเมื่อเหยียดแขนออก

“โมสตาฟา เคียนี ชาห์วานดี” (Mostafa Kiani Shahvandi) จากภาควิชาอุตุนิยมวิทยาและธรณีฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยเวียนนา กล่าวว่า สิ่งที่ยังไม่ชัดเจนก่อนหน้านี้คือเคยมีช่วงเวลาในอดีตที่สภาพภูมิอากาศทำให้ความยาวของวันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระดับเดียวกันหรือไม่

ผลวิจัยชี้ "โลกร้อนจากกิจกรรมมนุษย์" ส่งผลให้วันยาวนานขึ้น

ภาวะโลกร้อนส่งผลต่อความยาวของวันอย่างไร

งานวิจัยใหม่จากมหาวิทยาลัยเวียนนาและสถาบันเทคโนโลยี ETH Zurich ประสบความสำเร็จในการสร้างแบบจำลองการเปลี่ยนแปลงความยาวของวันในอดีต โดยใช้ซากฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวในทะเลที่เรียกว่า “เบนทิก ฟอรามินิเฟอรา” (Benthic Foraminifera)

องค์ประกอบทางเคมีในฟอสซิลเหล่านี้สามารถใช้บ่งชี้การเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลในอดีต ซึ่งช่วยให้นักวิทยาศาสตร์คำนวณการเปลี่ยนแปลงของความยาวของวันได้

งานวิจัยก่อนหน้านี้ พบว่า ในช่วงปี 2000 – 2020 ความยาวของวันบนโลกเพิ่มขึ้น 1.33 มิลลิวินาทีต่อศตวรรษ จากปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ

อย่างไรก็ตาม ในการศึกษาครั้งใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Geophysical Research: Solid Earth นักวิทยาศาสตร์พบว่า การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของความยาวของวันในปัจจุบันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วง 3.6 ล้านปีที่ผ่านมา

“เบเนดิกต์ โซจา” (Benedikt Soja) ศาสตราจารย์ด้านภูมิสารสนเทศอวกาศจาก ETH Zurich กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของความยาวของวันในปัจจุบันสามารถอธิบายได้เป็นหลักจากอิทธิพลของกิจกรรมมนุษย์

ทำไมวันที่ยาวนานขึ้นอาจเป็นปัญหา

“โซจา” เตือนว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจส่งผลต่อความยาวของวันมากกว่าผลกระทบจากดวงจันทร์ ภายในปลายศตวรรษที่ 21 พร้อมเสริมว่า แม้การเปลี่ยนแปลงจะอยู่ในระดับมิลลิวินาที (Milliseconds ) และมนุษย์ไม่สามารถรับรู้ได้โดยตรง แต่ก็อาจสร้างปัญหาในโลกที่พึ่งพาเทคโนโลยีอย่างมากได้

การวัดเวลาที่แม่นยำมีความสำคัญต่อระบบคอมพิวเตอร์ เช่น ระบบ GPS และระบบการนำทางในอวกาศ ซึ่งใช้ เวลามาตรฐานอะตอมที่อิงกับความถี่การสั่นของอะตอมบางชนิด

ผลวิจัยชี้ "โลกร้อนจากกิจกรรมมนุษย์" ส่งผลให้วันยาวนานขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ไม่น่าจะส่งผลต่อชีววิทยาของมนุษย์ เช่น การนอนหลับและจังหวะชีวภาพหรือนาฬิกาชีวิต

ทั้งนี้หากอุณหภูมิโลกยังคงเพิ่มขึ้นจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นักวิทยาศาสตร์ คาดการณ์ว่า ความยาวของ 1 วันอาจเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2.62 มิลลิวินาที ภายในสิ้นศตวรรษนี้

ผลวิจัยชี้ "โลกร้อนจากกิจกรรมมนุษย์" ส่งผลให้วันยาวนานขึ้น

 

ที่มา : Euro News

 

 

 

 

 

related