
SHORT CUT
สมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านสภาพภูมิอากาศของ EU เตือนยุโรปต้องเตรียมพร้อมรับหายนะจากโลกร้อนขึ้น 3°C เผยปัจจุบันทั่วภูมิภาคกำลังชดใช้ราคาของความประมาทจากการขาดการเตรียมพร้อม แต่การปรับตัวนั้นไม่ใช่เรื่องเหนือบ่ากว่าแรง
นักวิจัยชั้นนำชี้ว่า การทำให้ยุโรปปลอดภัยจากสภาพอากาศรุนแรงสุดขั้วนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ซับซ้อนเกินความเข้าใจ ในขณะที่คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านสภาพภูมิอากาศของสหภาพยุโรป (EU) เรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ เตรียมพร้อมรับมือกับการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกที่อาจพุ่งสูงถึง 3 องศาเซลเซียส ซึ่งถือเป็นระดับที่ก่อให้เกิดหายนะ
'มาร์เทน ฟาน อาลสต์' (Maarten van Aalst) สมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์แห่งยุโรปว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ESABCC) กล่าวว่า ทวีปยุโรปกำลังชดใช้ให้กับการขาดความเตรียมพร้อม แต่การปรับตัวเพื่อรับมือกับอนาคตที่ร้อนระอุขึ้นนั้น ในส่วนหนึ่งก็เป็นเพียงเรื่องของสามัญสำนึกและสิ่งที่ลงมือทำได้ไม่ยาก
นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า เป็นงานที่น่าหวั่นใจ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นงานที่ทำได้จริง เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องที่ต้องใช้ความรู้ขั้นสูงระดับวิศวกรรมอวกาศแต่อย่างใด
รายงานฉบับใหม่ ESABCC อธิบายถึงความพยายามในการปรับตัวต่ออุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบันว่า ยังไม่เพียงพอ ส่วนใหญ่เป็นการดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป และมักจะสายเกินไป พร้อมแนะนำให้เจ้าหน้าที่รัฐเตรียมพร้อมรับมือสำหรับโลกที่จะร้อนขึ้น 2.8 - 3.3 องศาเซลเซียสเหนือระดับก่อนบยุคอุตสาหกรรม ภายในปี 2100
การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิที่รุนแรงเช่นนี้ ซึ่งเป็นภาพอนาคตที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศชั้นนำบางคนรู้สึกสิ้นหวัง จะสูงเป็น 2 เท่าของระดับที่ผู้นำโลกเคยให้คำมั่นไว้ในข้อตกลงปารีส เมื่อปี 2015 นอกจากนี้ ESABCC ยังแนะนำให้เจ้าหน้าที่ทำการทดสอบสถานการณ์จำลองในสถานการณ์ที่ร้อนยิ่งกว่านั้นขึ้นไปอีกด้วย
สภาพอากาศแปรปรวนสุดขั้วในยุโรปในช่วงระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา บางครั้งสร้างความประหลาดใจให้กับนักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศจากระดับความรุนแรง และสร้างความตกตะลึงให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับตัวจากอัตราการเสียชีวิต เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นได้บิดเบือนสภาพภูมิอากาศไปอย่างสิ้นเชิง
เหตุการณ์ฝนตกหนักที่ทวีความรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คร่าชีวิตผู้คน 134 รายในหุบเขาอาร์ของเยอรมนี เมื่อปี 2021 และอีก 229 รายในแคว้นบาเลนเซียของสเปน เมื่อปี 2024
พื้นที่ทั่วทั้งทวีป คลื่นความร้อนในฤดูร้อนได้ส่งผลทำให้มีผู้ชีวิตหลายหมื่นคนในแต่ละปี โดยผลการศึกษา ระบุว่า 1 ใน 2 ถึง 2 ใน 3 ของจำนวนผู้เสียชีวิต มีสาเหตุมาจากอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นจากมลพิษเชื้อเพลิงฟอสซิล
ในปีที่แล้ว ไฟป่าเผาผลาญพื้นที่ในยุโรปไปมากกว่าที่นักวิทยาศาสตร์เคยบันทึกไว้
ขณะที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โปรตุเกสได้รับการเรียกร้องให้เร่งจัดทำแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หลังจากเผชิญกับพายุที่รุนแรงเป็นประวัติการณ์หลายระลอก ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ราย และสร้างความเสียหายคิดเป็นมูลค่าประมาณ 775 ล้านยูโร (กว่า 28,600 ล้านบาท)
ฟาน อาลสต์ กล่าวว่า เมื่อ 20 ปีก่อน เราอาจจะพูดว่าเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วเหล่านี้จะเป็นปัญหาหลักๆ ในประเทศยากจนที่ไม่สามารถรับมือได้ แต่สิ่งที่เราสังเกตเห็นในตอนนี้คือ ยุโรปเองก็เปราะบาง โดยเฉพาะต่อสภาพการณ์ที่ไม่เคยเผชิญมาก่อนในอดีต พร้อมเสริมว่า ปรากฏว่าความพร้อมของเราไม่ได้ดีอย่างที่คิด และเรามีงานสำคัญที่ต้องทำเพื่อยกระดับระบบเตือนภัยล่วงหน้า
รายงานของ ESABCC ยังเสนอแนะให้สหภาพยุโรปกำหนดให้มีการประเมินความเสี่ยงด้านภูมิอากาศเป็นภาคบังคับ บูรณาการความสามารถในการรับมือกับสภาพภูมิอากาศเข้าไปในทุกนโยบาย และระดมทุนสนับสนุนมากขึ้น รวมถึง จากภาคเอกชน เพื่อใช้ในมาตรการป้องกัน อย่างไรก็ตาม รายงานไม่ได้ระบุตัวเลขประเมินว่าต้องใช้เงินลงทุนเท่าใดเพื่อทำให้ยุโรปปลอดภัย
'ฟาน อาลสต์' ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เขียนรายงานของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ฉบับล่าสุด ทิ้งท้ายว่า ข้อความสำคัญที่สุดคือการหลีกเลี่ยงอนาคตที่โลกจะร้อนจัดจนถึงขีดสุด พร้อมเสริมว่า IPCC ระบุชัดเจนว่านี่คืออนาคตที่เต็มไปด้วยปัญหาพร้อมความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และสำหรับความเสี่ยงหลายประการ ยุโรปกำลังจะไปถึงขีดจำกัดที่การปรับตัวก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้อีกต่อไป
ที่มา: The Guardian