ยอดดับจาก 'คลื่นความร้อน' ในออสเตรเลีย จ่อพุ่งถึง 6,000 ราย/ปี ภายในปี 2100

ยอดดับจาก 'คลื่นความร้อน' ในออสเตรเลีย จ่อพุ่งถึง 6,000 ราย/ปี ภายในปี 2100

ผลวิจัยชี้ ยอดดับจาก 'คลื่นความร้อน' ในออสเตรเลีย อาจพุ่งสูงถึง 6,000 รายต่อปี ภายในปี 2100 ภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

SHORT CUT

  • งานวิจัยคาดการณ์ว่าภายในปี 2100 ยอดผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนในออสเตรเลียอาจพุ่งสูงถึงเกือบ 6,000 รายต่อปี เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ประมาณ 250 รายต่อปี
  • ภูมิภาคที่ร้อนที่สุดอย่างนอร์ธเทิร์น เทอร์ริทอรี จะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด โดยคาดว่าอัตราการเสียชีวิตจะสูงถึง 33.9 รายต่อประชากร 1 แสนคน
  • กลุ่มเปราะบาง เช่น ชุมชนพื้นเมือง ผู้ที่อาศัยในชนบท และผู้มีรายได้น้อย เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากขาดแคลนระบบทำความเย็นและทรัพยากรทางการแพทย์
  • ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้มาตรการบรรเทาผลกระทบและแนวทางการปรับตัว เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ผลวิจัยชี้ ยอดดับจาก 'คลื่นความร้อน' ในออสเตรเลีย อาจพุ่งสูงถึง 6,000 รายต่อปี ภายในปี 2100 ภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

มหาวิทยาลัยโมนาชของออสเตรเลียเปิดเผยว่ายอดผู้เสียชีวิตที่เชื่อมโยงกับคลื่นความร้อนในแต่ละปีในออสเตรเลีย อาจเพิ่มขึ้นเกือบ 6,000 รายภายในปี 2100 ภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพิ่มขึ้นจากตัวเลขเดิมที่ราว 250 รายต่อปีในช่วงปี 2016-2019

งานวิจัยจากวารสารเดอะ แลนเซ็ต แพลนเนตทารี เฮลธ์ ระบุว่าในภูมิภาคร้อนที่สุดบางแห่งของออสเตรเลีย เช่น ทามาร์รูร์ ในดินแดนนอร์ธเทิร์น เทอร์ริทอรี อัตราการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับคลื่นความร้อนอาจเพิ่มถึงร้อยละ 4,412

ส่วนในภูมิภาคที่เผชิญอากาศร้อนน้อยที่สุด อาทิ พื้นที่ชายฝั่งตะวันตกของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ยังคงได้รับผลกระทบรุนแรง โดยมีอัตราการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับคลื่นความร้อนเพิ่มขึ้นร้อยละ 356

มีการคาดการณ์ว่าภายในช่วงทศวรรษ 2090 อัตราการเสียชีวิตส่วนเกินเฉลี่ยต่อปีในดินแดนนอร์ธเทิร์น เทอร์ริทอรีจะสูงถึง 33.9 รายต่อประชากร 1 แสนคน ตามด้วยรัฐควีนส์แลนด์ 18.4 ราย และรัฐนิวเซาท์เวลส์ 12.8 ราย

ยอดดับจาก 'คลื่นความร้อน' ในออสเตรเลีย จ่อพุ่งถึง 6,000 ราย/ปี ภายในปี 2100

ด้านผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยโมนาช กล่าวว่าการคาดการณ์เหล่านี้เน้นย้ำความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้มาตรการบรรเทาผลกระทบแบบบูรณาการ ควบคู่กับแนวทางการปรับตัวที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ

คณะนักวิจัยระบุว่าคลื่นความร้อนหรือสภาวะอากาศร้อนจัดต่อเนื่อง เชื่อมโยงกับจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้นจากโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบทางเดินหายใจ ไต และอาการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับสภาวะอากาศร้อน โดยการตรวจสอบข้อมูลสภาพภูมิอากาศในกว่า 2,200 ชุมชนทั่วออสเตรเลีย พบว่าผลกระทบนี้ตกอยู่กับกลุ่มเปราะบางอย่างไม่สมสัดส่วน โดยเฉพาะชุมชนพื้นเมือง และผู้ที่อาศัยในพื้นที่ชนบทและเขตรายได้น้อย ซึ่งยังขาดแคลนระบบทำความเย็นและทรัพยากรทางการแพทย์ที่เพียงพอ

ทั้งนี้ นักวิจัยเตือนว่าหากปราศจากมาตรการบรรเทาผลกระทบและการปรับตัวที่สอดประสานกัน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะยิ่งซ้ำเติมผลกระทบทางสุขภาพที่เกิดจากสภาพอากาศร้อนจัดรุนแรง

related