svasdssvasds

กรีซเร่งตรวจสอบโบราณสถานทั่วประเทศ รับมือผลกระทบจากผลกระทบโลกร้อน

กรีซเร่งตรวจสอบโบราณสถานทั่วประเทศ รับมือผลกระทบจากผลกระทบโลกร้อน

รัฐบาลกรีซเร่งตรวจสอบผลกระทบจากไฟป่า คลื่นความร้อน น้ำท่วม และระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ต่อแหล่งโบราณคดีสำคัญ 19 แห่ง พร้อมวางแผนขยายมาตรการปกป้องแหล่งโบราณสถานรวม 40 แห่งภายในปี 2030

SHORT CUT

  • กรีซเร่งดำเนินแผนฉุกเฉินเพื่อปกป้องโบราณสถานสำคัญ 19 แห่งทั่วประเทศจากภัยคุกคามของโลกร้อน เช่น ไฟป่า น้ำท่วม และคลื่นความร้อน
  • โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณกว่า 754 ล้านบาท เพื่อทำการประเมินความเสี่ยงทางวิทยาศาสตร์ ติดตั้งเทคโนโลยีป้องกันภัย และวางแผนรับมือระยะยาว
  • ทางการได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการอนุรักษ์ครั้งสำคัญ โดยยอมรับมาตรการใหม่ๆ เช่น การสร้างแนวกันไฟในพื้นที่ประวัติศาสตร์ เพื่อปกป้องมรดกของชาติให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

รัฐบาลกรีซเร่งตรวจสอบผลกระทบจากไฟป่า คลื่นความร้อน น้ำท่วม และระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ต่อแหล่งโบราณคดีสำคัญ 19 แห่ง พร้อมวางแผนขยายมาตรการปกป้องแหล่งโบราณสถานรวม 40 แห่งภายในปี 2030

ภัยธรรมชาติกำลังกลืนกินประวัติศาสตร์! กรีซเร่งแผนฉุกเฉิน ปกป้อง 19 แหล่งโบราณคดีสำคัญจากไฟป่า น้ำท่วม และคลื่นความร้อน ก่อนสูญหายตลอดกาล

19 มรดกโลกบนปากเหวแห่งความเสี่ยง

ไฟป่าที่โหมกระหน่ำ คลื่นความร้อนที่แผดเผา และระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น กำลังส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤตถึงรัฐบาลกรีซ สถานที่ทางประวัติศาสตร์อันล้ำค่าซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวนับล้านและสร้างรายได้มหาศาลเข้าประเทศในแต่ละปี กำลังตกอยู่ในอันตรายและจำเป็นต้องมีแผนอพยพที่รัดกุมกว่าเดิม

หลังจากการวิจัยอย่างเข้มข้นถึง 3 ปีโดยสถาบันวิทยาศาสตร์ชั้นนำ กระทรวงวัฒนธรรมของกรีซได้ประกาศรายชื่อ 19 แหล่งโบราณคดีที่ต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเร่งด่วนที่สุด และตั้งเป้าจะขยายแผนการปกป้องให้ครอบคลุมถึง 40 แห่งภายในปี 2030 การประเมินความเสี่ยงระดับชาติที่ครอบคลุมที่สุดครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า แต่ละพื้นที่มีจุดเปราะบางที่แตกต่างกัน เช่น "โอลิมเปีย" เผชิญความเสี่ยงสูงสุดจากไฟป่า "โรงละครโบราณแห่งเดลฟี" เสี่ยงต่อหินถล่ม และ "วิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งดิออน" เผชิญภัยน้ำท่วม

กรีซเร่งตรวจสอบโบราณสถานทั่วประเทศ รับมือผลกระทบจากผลกระทบโลกร้อน Credit ภาพ REUTERS
 

บทเรียนจากไฟป่าและสัญญาณเตือนในปี 2026

ความกังวลยังคงพุ่งสูงเป็นพิเศษในพื้นที่โอลิมเปีย สถานที่ให้กำเนิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ซึ่งมีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่และล้อมรอบด้วยพืชพรรณธรรมชาติที่ควบคุมได้ยาก โศกนาฏกรรมไฟป่าครั้งใหญ่ในปี 2007 ที่คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 40 รายในภูมิภาคเอลิส รวมถึงเหตุการณ์ไฟป่ารุนแรงที่ซ้ำรอยในปี 2021, 2022 และ 2024 ยังคงเป็นฝันร้ายที่เตือนใจ

ยิ่งไปกว่านั้น ปริมาณน้ำฝนในปี 2026 ที่ตกลงมามากกว่าค่าเฉลี่ยถึง 40% ได้ทำให้วัชพืชและพืชพรรณใหม่เติบโตอย่างรวดเร็วและหนาแน่น ซึ่งทางหน่วยงานป่าไม้ต้องเร่งกำจัดออกโดยด่วน เพราะสิ่งเหล่านี้คือเชื้อเพลิงชั้นดีเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูแล้งที่ร้อนจัด

กรีซเร่งตรวจสอบโบราณสถานทั่วประเทศ รับมือผลกระทบจากผลกระทบโลกร้อน Credit ภาพ REUTERS

ทุ่ม 754 ล้านบาท กางโล่ปกป้องประวัติศาสตร์

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้สร้างภัยคุกคามใหม่ขึ้นมาทั้งหมด แต่มันทำให้ความเสี่ยงเดิมทวีความรุนแรงและเกิดถี่ขึ้น กรีซจึงต้องปรับตัวขนานใหญ่ เริ่มตั้งแต่มาตรการระยะสั้นอย่างการลดเวลาทำการของ "อะโครโพลิสแห่งเอเธนส์" เพื่อปกป้องนักท่องเที่ยวจากคลื่นความร้อน ไปจนถึงการวางแผนระยะยาวโดยระดมทีมนักวิทยาศาสตร์ นักธรณีวิทยา วิศวกร และสถาปนิก มาศึกษาความเปราะบางของแหล่งโบราณคดีทั่วประเทศ ตั้งแต่พระราชวังคนอสซอสบนเกาะครีต ไปจนถึงวิหารอะพอลโล

โครงการระดับชาตินี้ได้รับการสนับสนุนข้อมูลจากศูนย์วิจัยชั้นนำ และได้รับงบประมาณกว่า 20 ล้านยูโร (ราว 754 ล้านบาท) จากกองทุนของสหภาพยุโรปและรัฐบาลกรีซ ภายในปีนี้จะมีการติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับไฟป่าแห่งใหม่ใน 21 พื้นที่ และบังคับใช้แผนป้องกันไฟป่าที่ครอบคลุมแหล่งโบราณคดีอีกกว่า 60 แห่ง

 

เปลี่ยนทัศนคติเพื่อเอาชีวิตรอด

ภูมิประเทศแบบเปิดโล่งของกรีซซึ่งเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง ทำให้โบราณสถานต้องเผชิญกับความผันผวนของอุณหภูมิ ฝนตกหนัก และลมกระโชกแรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตัวอย่างเช่น เหตุหินถล่มที่เดลฟีในเดือนพฤศจิกายน 2024 ที่ตัดขาดเส้นทางสัญจร จนทางการต้องเร่งติดตั้งตาข่ายลวดและเคลียร์เส้นทางฉุกเฉินสำรอง

"ลินา เมนโดนี" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมของกรีซ ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า เมื่อ 20 ปีก่อน การสร้างแนวกันไฟในพื้นที่คุ้มครองทางประวัติศาสตร์ถือเป็นเรื่องต้องห้ามโดยเด็ดขาด แต่ในวันนี้ ทัศนคติและแนวคิดเหล่านั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะเมื่อโลกและสภาพอากาศเปลี่ยนไป วิธีการปกป้องสมบัติล้ำค่าของมวลมนุษยชาติก็ต้องยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนตามให้ทันท่วงที

ที่มา : straitstimes 

 

related