
พามาดูโครงการดีๆ เพื่อโลกของเรา Green Mission by Chula x GULF ปี 3 ชวนน้อง ม.ปลาย ‘คิดเพื่อบ้านเรา’ ปั้นนวัตกรรมสู้โลกร้อน
โลกกำลังเข้าสู่ยุค ‘โลกเดือด’ อย่างเต็มรูปแบบ และประเทศไทยเองก็ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่แปรปรวนรุนแรงมากขึ้น ทั้งคลื่นความร้อน ฝนตกหนักผิดฤดูกาล น้ำท่วมฉับพลัน และภัยแล้งที่เกิดถี่ขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งมีแนวโน้มทวีความรุนแรงในอนาคต จนกระทบต่อเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชน ดังนั้นหากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนยังไม่มีมาตรการรับมืออย่างจริงจัง มนุษย์อาจต้องเผชิญความเสียหายครั้งใหญ่ ขณะที่ ‘นวัตกรรม’ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นพลังงานสะอาด ระบบจัดการทรัพยากร หรือเทคโนโลยีลดคาร์บอน กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งทางรอดสำคัญที่จะช่วยให้โลกและประเทศไทยสามารถปรับตัว รับมือ และลดผลกระทบจากโลกเดือดได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
จากปัญหาโลกเดือดที่เกิดขึ้นในประเทศไทย จึงทำให้หลายหน่วยงานออกมาร่วมมือกันในการพัฒนานวัตกรรมสู้กับโลกร้อน อย่างเช่น บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) ที่ได้ร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (วิศวฯ จุฬาฯ) จัดโครงการ Green Mission by Chula x GULF ปีที่ 3 เวทีที่เปิดโอกาสให้น้อง ๆ ระดับมัธยมปลายทั่วประเทศ มาปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์ภายใต้แนวคิด “Resilient LAB: คิดเพื่อบ้านเรา” ปีนี้ โครงการฯ ชวนทุกคนมาสวมบทนักคิด มองหาปัญหาในชุมชนหรือ ‘บ้าน’ ของเราเอง แล้วเปลี่ยนให้เป็นนวัตกรรมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมได้นักแสดงหนุ่มสายรักษ์โลก “เฟย-ภัทร เอกแสงกุล” มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจและชวนน้อง ๆ ทั่วประเทศมาโชว์ไอเดียเจ๋งๆ ไปด้วยกัน ซึ่งเปิดรับสมัครแล้ววันนี้ในรูปแบบทีม 4 คน จนถึงวันที่ 3 กรกฎาคม 2569
พามาฟังจากปากผู้บริหารถึงรายละเอียด โครงการ Green Mission by Chula x GULF ปีที่ 3 ว่าเป็นอย่างไร โดย นายธนญ ตันติสุนทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านองค์กรสัมพันธ์ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า GULF เดินหน้าต่อยอดโครงการ Green Mission by Chula x GULF ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้แนวคิด ‘Resilient LAB: คิดเพื่อบ้านเรา’ โดยมุ่งผลักดันการสร้างภูมิคุ้มกันและศักยภาพในการปรับตัวต่อวิกฤตโลกร้อน ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อชุมชนในหลายพื้นที่อย่างชัดเจนในปัจจุบัน
ทั้งนี้ จุดเด่นสำคัญของโครงการในปีนี้ คือการยกระดับการสนับสนุนให้เข้มข้นกว่าเดิม ผ่านการมอบทุนต่อยอดแก่ 3 ทีมผู้ชนะ เพื่อผลักดันจากแนวคิดบนกระดาษไปสู่นวัตกรรมที่สามารถใช้งานได้จริง ผ่านการทดลองและพัฒนาในรูปแบบ Sandbox Pilot Project ของแต่ละทีม โดยมีเป้าหมายในการสร้าง Green Leaders รุ่นใหม่ที่พร้อมลงมือปฏิบัติจริง และเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนในอนาคต
ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โครงการ Green Mission ปี 3 ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพเยาวชนสู่การเป็นผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Leadership ผ่านการฝึกทักษะสำคัญ ทั้งการสื่อสาร การทำงานร่วมกัน การคิดวิเคราะห์ปัญหา และการคิดเชิงระบบ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นนักพัฒนาและผู้นำในอนาคต
พร้อมกันนี้ โครงการยังเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมคิดค้นแนวทางรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับพื้นที่ หรือ Area-based Climate Action โดยเน้นให้ “เมือง” และ “ชุมชน” เป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ซึ่งสอดคล้องกับกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศภายใต้ Paris Agreement ของ UNFCCC ที่ตั้งเป้าควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส โดยการขับเคลื่อนเป้าหมายระดับประเทศจำเป็นต้องเริ่มจากการลงมือทำในระดับท้องถิ่น ทั้งในมิติการลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง
ขณะที่ นายภัทร เอกแสงกุล หรือ “เฟย” นักแสดงหนุ่มที่มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจภายในโครงการ กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ พร้อมขอบคุณคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และ GULF ที่ร่วมกันเปิดพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ให้กับเยาวชน
นายภัทร กล่าวว่า ตนเองเป็นคนที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งและการเดินป่า ทำให้ได้เรียนรู้ว่าการออกไปสัมผัสโลกกว้างสามารถทำได้ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อธรรมชาติ หรือแม้แต่เป็นการเดินทางที่ช่วยฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมกลับคืนมาได้เช่นกัน พร้อมมองว่าแนวคิด ‘Resilient LAB: คิดเพื่อบ้านเรา’ ในปีนี้ เป็นแนวทางที่สะท้อนให้ทุกคนกลับมามองชุมชน เมือง และผู้คนรอบตัวอย่างลึกซึ้งมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าการสร้างคอมมูนิตี้ที่เข้มแข็งและพร้อมรับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศ จำเป็นต้องเริ่มจากการเปลี่ยนมุมมองและลงมือทำจากเรื่องใกล้ตัว พร้อมส่งกำลังใจให้เยาวชนกล้าออกไปเรียนรู้ปัญหาในพื้นที่ต่าง ๆ ก่อนนำประสบการณ์กลับมาต่อยอดเป็นแนวคิดใหม่ เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังสำคัญในการดูแล “บ้าน” ของทุกคนให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต
สำหรับผลการแข่งขันรอบ Fast Track ภายในงานแถลงข่าว ปรากฏว่า นายคธาธร รื่นภิรมย์ จากโรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ และ นางสาวภิญญดา เอกพิทักษ์ดำรง จากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย สามารถทำคะแนนได้สูงสุด คว้าสิทธิ์จัดตั้งทีมเข้าร่วม Bootcamp ระยะเวลา 4 วัน 3 คืน ณ ศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จังหวัดสระบุรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ไฮไลต์สำคัญของค่ายครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมจะได้ร่วมเวิร์กชอปและระดมสมองกับเมนเทอร์ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงเปิดประสบการณ์ศึกษาดูงานด้านนวัตกรรมที่โรงไฟฟ้ากัลฟ์ และสถานีดาวเทียมไทยคม เพื่อนำองค์ความรู้มาต่อยอดพัฒนาไอเดียให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ก่อนเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งทุกทีมจะต้องนำเสนอแนวคิดนวัตกรรมเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในพื้นที่ของตนเอง เพื่อชิงเงินรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณ
นอกจากนี้ ยังมีรางวัลพิเศษ Popular Vote by GULF สำหรับทีมที่ได้รับคะแนนนิยมจากชาวโซเชียล โดยรวมมูลค่ารางวัลทั้งหมดกว่า 100,000 บาท สำหรับเยาวชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ Green Mission by Chula x GULF สามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ผ่าน Google Form หรือ QR Code