โพลียูรีเทนโฟม’ ใน 'สกุชชี่' ย่อยยาก-หลอมกลับมาใช้ใหม่ไม่ได้ รองเท้า-ที่นอน บางส่วนใช้

โพลียูรีเทนโฟม’ ใน 'สกุชชี่' ย่อยยาก-หลอมกลับมาใช้ใหม่ไม่ได้ รองเท้า-ที่นอน บางส่วนใช้

ภาคธุรกิจยังใช้ ‘โพลียูรีเทนโฟม’ โดยเฉพาะ สกุชชี่ ของเล่น สุดฮอตฮิต รู้หรือไม่ว่า โพลียูรีเทนโฟมย่อยยาก และหลอมกลับมาใช้ใหม่ไม่ได้ สำรวจพบ รองเท้า-ที่นอน-เฟอร์นิเจอร์ บางส่วนใช้

SHORT CUT

  • สกุชชี่และสินค้าหลายประเภทใช้โพลียูรีเทนโฟม ซึ่งย่อยสลายยากและไม่สามารถหลอมกลับมารีไซเคิลได้ เพราะเป็นเทอร์โมเซตพลาสติก
  • โพลียูรีเทนโฟมถูกใช้แพร่หลายในหลายอุตสาหกรรม ทั้งรองเท้า เฟอร์นิเจอร์ ที่นอน ยานยนต์ ก่อสร้าง ห้องเย็น เครื่องใช้ไฟฟ้า และบรรจุภัณฑ์
  • แม้มีประโยชน์สูง แต่เมื่อกลายเป็นขยะจะจัดการยาก ส่วนใหญ่ต้องฝังกลบหรือเผา ทำให้เสี่ยงเพิ่มภาระต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ภาคธุรกิจยังใช้ ‘โพลียูรีเทนโฟม’ โดยเฉพาะ สกุชชี่ ของเล่น สุดฮอตฮิต รู้หรือไม่ว่า โพลียูรีเทนโฟมย่อยยาก และหลอมกลับมาใช้ใหม่ไม่ได้ สำรวจพบ รองเท้า-ที่นอน-เฟอร์นิเจอร์ บางส่วนใช้

กระแสของเล่น สกุชชี่ (Squishy) กำลังได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ จนกลายเป็นสินค้าที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล ด้วยจุดเด่นที่นุ่ม บีบแล้วคืนรูป และมีดีไซน์น่ารักถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่เบื้องหลังความนุ่มของของเล่นชนิดนี้ กลับมีอีกด้านที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ เพราะสกุชชี่จำนวนมากผลิตจาก โพลียูรีเทนโฟม (Polyurethane Foam หรือ PU Foam) วัสดุที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่าที่ควร เนื่องจากย่อยสลายได้ยาก และไม่สามารถนำกลับมาหลอมรีไซเคิลได้เหมือนพลาสติกทั่วไป

ข้อมูลจาก The Freedonia Group บริษัทวิจัยตลาดและข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจระดับสากล ซึ่งเผยแพร่ในปี 2024 ระบุว่า โพลียูรีเทนโฟมเป็นพลาสติกประเภท เทอร์โมเซต (Thermoset Plastic) เมื่อขึ้นรูปแล้วจะไม่สามารถหลอมกลับมาใช้ใหม่ได้เหมือนพลาสติกประเภท PET หรือ HDPE ทำให้การรีไซเคิลทำได้ยาก และกลายเป็นขยะที่ตกค้างในสิ่งแวดล้อมเป็นเวลานาน หากไม่มีระบบจัดการที่เหมาะสม

แม้หลายคนจะคุ้นเคยกับโพลียูรีเทนโฟมผ่านของเล่นสกุชชี่ แต่ในความเป็นจริง วัสดุชนิดนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในภาคอุตสาหกรรมของไทย โดยเฉพาะ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมรองเท้า อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และที่นอน และอุตสาหกรรมก่อสร้างกับห้องเย็น ซึ่งเป็นภาคส่วนที่ใช้โพลียูรีเทนโฟมในปริมาณสูง และเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดขยะโฟมที่ย่อยสลายยากของประเทศ

ในอุตสาหกรรมรองเท้า โพลียูรีเทนโฟมถูกนำมาใช้ผลิตพื้นรองเท้า แผ่นรองเท้า และวัสดุรองรับแรงกระแทก เพื่อเพิ่มความนุ่มและความสบายในการสวมใส่ ขณะที่อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องนอนใช้เป็นส่วนประกอบของโซฟา เก้าอี้ เบาะนั่ง ฟูก ที่นอน เมมโมรีโฟม หมอนสุขภาพ และหมอนอิง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่พบได้แทบทุกครัวเรือน

นอกจากนี้ ยังถูกใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ เช่น เบาะรถยนต์ พนักพิง ที่วางแขน แผงบุภายในรถ และวัสดุดูดซับเสียง รวมถึงอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ใช้เป็นฉนวนกันความร้อนสำหรับหลังคา ผนัง อาคาร โรงงาน ห้องเย็น และโฟมอุดรอยรั่ว

โพลียูรีเทนโฟมยังเป็นวัสดุสำคัญของธุรกิจห้องเย็นและคลังสินค้า โดยใช้เป็นฉนวนในแผ่น Sandwich Panel และห้องควบคุมอุณหภูมิ ขณะที่อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ตู้เย็น ตู้แช่ ตู้น้ำเย็น และเครื่องทำน้ำแข็ง ก็ใช้โฟมชนิดนี้เป็นฉนวนรักษาความเย็นเช่นกัน

ส่วนอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ใช้โฟม PU เป็นวัสดุกันกระแทกสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องมือแพทย์ และชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ขณะที่ธุรกิจเครื่องนอนและของใช้ในบ้าน นำไปผลิตฟองน้ำล้างจาน ฟองน้ำทำความสะอาด เบาะรองนั่ง และหมอน รวมถึงอุตสาหกรรมเรือและอุปกรณ์ลอยน้ำที่ใช้โฟมเป็นวัสดุช่วยพยุงตัวและเพิ่มความแข็งแรง ตลอดจนธุรกิจเครื่องหนังและแฟชั่นที่ใช้เป็นวัสดุเสริมรูปทรงในกระเป๋า หมวก และสินค้าแฟชั่นบางประเภท

สาเหตุที่โพลียูรีเทนโฟมถูกมองว่าเป็นความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม มาจากคุณสมบัติที่ย่อยสลายตามธรรมชาติได้ช้ามาก อาจใช้เวลาหลายสิบปีหรือมากกว่านั้น อีกทั้งยังรีไซเคิลได้ยาก เพราะไม่สามารถหลอมขึ้นรูปใหม่ได้เหมือนพลาสติกทั่วไป ส่งผลให้ขยะส่วนใหญ่ต้องถูกนำไปฝังกลบ หรือเผาเพื่อผลิตพลังงาน ซึ่งหากดำเนินการโดยไม่มีระบบควบคุมที่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศเพิ่มเติม

ด้าน สมาคมอุตสาหกรรมโพลียูรีเทนแห่งยุโรป (ISOPA) ซึ่งเผยแพร่ข้อมูลในปี 2024 ระบุว่า โพลียูรีเทนโฟมยังคงเป็นวัสดุสำคัญของหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า ก่อสร้าง ยานยนต์ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องนอน รองเท้า และอุปกรณ์อุตสาหกรรมต่าง ๆ สะท้อนให้เห็นว่าวัสดุชนิดนี้ยังมีบทบาทสูงในระบบเศรษฐกิจ แม้จะมีข้อจำกัดด้านการจัดการหลังหมดอายุการใช้งาน

ขณะที่รายงานของ The Freedonia Group ในปี 2024 ยังระบุว่า ตลาดฉนวนของประเทศไทยเติบโตต่อเนื่องจากการขยายตัวของภาคก่อสร้าง ภาคอุตสาหกรรม และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยโฟมพลาสติก ซึ่งรวมถึงโพลียูรีเทนโฟม ครองสัดส่วนราว 60% ของตลาดฉนวนทั้งหมด สะท้อนว่าความต้องการใช้วัสดุชนิดนี้ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ งานวิจัยด้านวัสดุศาสตร์ที่เผยแพร่ในปี 2023 ยังพบว่า Thermoplastic Polyurethane (TPU) Foam ถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวางในพื้นรองเท้า อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมทางทะเล อากาศยาน ฉนวนท่อ และสายเคเบิลไฟฟ้า แสดงให้เห็นว่ากลุ่มวัสดุโพลียูรีเทนยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญของภาคอุตสาหกรรมสมัยใหม่

แม้โพลียูรีเทนโฟมจะมีคุณสมบัติโดดเด่นทั้งความนุ่ม น้ำหนักเบา และเป็นฉนวนความร้อนที่มีประสิทธิภาพ แต่เมื่อการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีอายุการใช้งานสั้น เช่น ของเล่นสกุชชี่ ความท้าทายด้านการจัดการขยะหลังการใช้งานจึงกลายเป็นอีกประเด็นสำคัญที่ภาคอุตสาหกรรม ผู้กำหนดนโยบาย และผู้บริโภคต้องร่วมกันหาทางออก เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ที่มา: The Freedonia Group. Thailand Insulation Market (2024)

ISOPA (European Diisocyanate & Polyol Producers Association). Polyurethane Applications (2024)

งานวิจัยด้านวัสดุศาสตร์เกี่ยวกับ Thermoplastic Polyurethane (TPU) Foam (2023)

 

related