โดมความร้อนสหรัฐฯ กำลังคุกคามชีวิตประชากรกว่า 55 ล้านคน

โดมความร้อนสหรัฐฯ กำลังคุกคามชีวิตประชากรกว่า 55 ล้านคน

สหรัฐฯ ประกาศเตือนภัย 'โดมความร้อน' ปกคลุมหลายรัฐ ทำอุณหภูมิพุ่งสูงแม้ในตอนกลางคืน เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พร้อมเตรียมรับมือไฟป่าลุกลามส่งควันพิษข้ามประเทศ

SHORT CUT

  • ปรากฏการณ์โดมความร้อนรุนแรงส่งผลกระทบต่อประชากรกว่า 55 ล้านคนทางภาคตะวันตกของสหรัฐฯ โดยเฉพาะในรัฐแคลิฟอร์เนีย เนวาดา และแอริโซนา ซึ่งต้องเผชิญกับคำเตือนภัยความร้อนระดับอันตราย
  • นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยที่ทำให้โดมความร้อนเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น โดยคาดว่าอุณหภูมิอาจพุ่งสูงสุดถึง 48 องศาเซลเซียสในบางพื้นที่
  • นอกเหนือจากคลื่นความร้อน โดมความร้อนยังเพิ่มความเสี่ยงการเกิดไฟป่ารุนแรง ซึ่งนำไปสู่การอพยพประชาชนและปัญหามลพิษทางอากาศจากควันไฟในหลายรัฐ

สหรัฐฯ ประกาศเตือนภัย 'โดมความร้อน' ปกคลุมหลายรัฐ ทำอุณหภูมิพุ่งสูงแม้ในตอนกลางคืน เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พร้อมเตรียมรับมือไฟป่าลุกลามส่งควันพิษข้ามประเทศ

ปรากฏการณ์โดมความร้อน (Heat Dome) ที่รุนแรงผิดปกติ กำลังนำพาคลื่นความร้อนระลอกใหม่เข้ามาปกคลุมพื้นที่ภาคตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ประชาชนราว 55 ล้านคน ต้องตกอยู่ภายใต้มาตรการเตือนภัยความร้อนระดับอันตราย โดยพื้นที่ได้รับผลกระทบหลักอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เนวาดา และแอริโซนา รวมถึงการขยายตัวไปทางเหนือไกลถึงชายแดนประเทศแคนาดา

จากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (NWS) ระบุว่า ความร้อนจัดถือเป็น 'สาเหตุอันดับหนึ่งของการเสียชีวิต' ที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศในแต่ละปี ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ครั้งนี้ทวีความอันตรายอย่างยิ่ง คือการที่อุณหภูมิตลอดทั้งคืนยังคงพุ่งสูงอยู่ตลอด ส่งผลให้ร่างกายของมนุษย์ไม่สามารถระบายความร้อนและพักผ่อนได้อย่างเหมาะสมหากไม่มีอุปกรณ์ทำความเย็น อีกทั้งยังสร้างภาระหนักต่อระบบสาธารณสุขและแผนกฉุกเฉินในการรับมือผู้ป่วยจากโรคลมแดด

โดมความร้อนสหรัฐฯ กำลังคุกคามชีวิตประชากรกว่า 55 ล้านคน

กรมอุตุฯ ยังคาดการณ์ว่า อุณหภูมิสูงสุดในลาสเวกัสจะอยู่ที่ 46 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ร้อนที่สุดของปี  ขณะที่เมืองเอลเซนโทร รัฐแคลิฟอร์เนียคาดว่าจะทำสถิติสูงสุดถึง 48 องศาเซลเซียส

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ เป็นปัจจัยเร่งให้ปรากฏการณ์โดมความร้อนเกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้น รุนแรงขึ้น และยาวนานกว่าในอดีต ซึ่งรวมถึงแนวโน้มของโดมความร้อนที่เคลื่อนตัวช้าลงจนส่งผลกระทบสะสมยาวนานขึ้นด้วย

โดมความร้อนสหรัฐฯ กำลังคุกคามชีวิตประชากรกว่า 55 ล้านคน

นอกจากนี้ อุณหภูมิที่สูงจัดและความแห้งแล้งยังก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการปะทุของไฟป่าอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งฤดูไฟป่าในรัฐโอเรกอนและวอชิงตันเริ่มต้นเร็วขึ้นเป็นประวัติการณ์ มีการประกาศเตือนภัยไฟป่าในระดับสูงสุด (ระดับ 3) และการประกาศเตือนภัยระดับสีแดง (Red Flag Warning) ในรัฐวอชิงตัน เนื่องจากสภาพอากาศวิกฤต มีลมกระโชกแรงและค่าความชื้นต่ำมาก

สภาพอากาศดังกล่าวส่งผลให้ไฟป่าหลายแห่งที่กำลังลุกไหม้อยู่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนต้องมีการสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่สโปแคน และส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ โดยควันพิษจากไฟป่าได้กระจายครอบคลุมหลายรัฐในสหรัฐฯ รวมถึงส่งผลกระทบไปถึงประเทศแคนาดาอีกด้วย