
SHORT CUT
วิกฤตสภาพอากาศสุดขั้ว กำลังทำให้แม่น้ำสายหลักในยุโรปแห้งเหือดจนเห็นได้จากอวกาศ หวั่นกระทบพลังงาน-เศรษฐกิจอย่างรุนแรง
วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ส่งผลให้อุณหภูมิในทวีปยุโรปพุ่งสูงขึ้นเร็วที่สุดในโลก และเผชิญกับคลื่นความร้อนรวมถึงภัยแล้งที่ทวีความรุนแรงต่อเนื่อง ความร้อนจัดและปริมาณฝนที่น้อยเกินไปได้ดูดความชื้นออกจากดินและแหล่งน้ำอย่างมหาศาล จนทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายสำคัญหลายสายของยุโรปหดตัวและลดระดับลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยภาพถ่ายดาวเทียมเผยให้เห็นทางน้ำที่แคบลง เผยริมฝั่งแม่น้ำกว้างใหญ่และสันดอนทรายที่เคยจมอยู่ใต้น้ำอย่างชัดเจนจากอวกาศ
ผลกระทบจากการแห้งเหือดของแม่น้ำส่งผลเสียหายกินวงกว้าง เนื่องจากแม่น้ำในยุโรปเป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้า แหล่งผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ การคมนาคมท่องเที่ยว และระบบบำบัดระบายความร้อนของโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสองแม่น้ำสายหลักของทวีป ได้แก่ แม่น้ำดานูบและแม่น้ำไรน์
ในส่วนของ แม่น้ำดานูบ ซึ่งยาวเป็นอันดับสองของยุโรปและไหลผ่าน 10 ประเทศ ปริมาณน้ำที่ลดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในฮังการีส่งผลให้เกิดวิกฤตพลังงานรุนแรง โดยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ปักส์ (Paks) ซึ่งใช้น้ำจากแม่น้ำดานูบระบายความร้อนและผลิตกระแสไฟฟ้าเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศ ต้องเดินเครื่องได้เพียงประมาณ 10% ของกำลังการผลิต และเสี่ยงต่อการต้องปิดตัวลงอย่างถาวรหากระดับน้ำไม่ฟื้นตัว ขณะที่ในโรมาเนีย กองทัพเรือต้องใช้ระเบิดทำลายหินและเตรียมจมเรือบรรทุกหินเพื่อสร้างเขื่อนชั่วคราวผันน้ำเข้าสู่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์นาโวดา (Cernavoda)
นอกจากปัญหาด้านพลังงานแล้ว แม่น้ำดานูบที่แห้งเหือดยังกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างหนัก เรือสำราญบางลำเกยตื้นบนสันดอนทรายในบัลแกเรีย อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำที่ลดลงอย่างมากกลับเผยให้เห็นโบราณวัตถุทางประวัติศาสตร์ เช่น ซากที่เชื่อว่าเป็นช้างแมมมอธโบราณทางตอนเหนือของบัลแกเรีย และซากเรือรบนาซีที่จมอยู่ใต้น้ำในเซอร์เบีย
ด้าน แม่น้ำไรน์ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าสำคัญทั้งอาหาร แร่ธาตุ ถ่านหิน และน้ำมัน รวมถึงแม่น้ำสายสำคัญอื่นๆ เช่น แม่น้ำโปในอิตาลี และแม่น้ำลัวร์ในฝรั่งเศส ต่างกำลังเผชิญกับภาวะระดับน้ำต่ำวิกฤตในหลายพื้นที่เช่นเดียวกัน
นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า สถิติน้ำในแม่น้ำลดต่ำสุดนี้อาจถูกทำลายซ้ำอีกในอนาคต โดย ศาสตราจารย์ ริชาร์ด อัลลัน จากมหาวิทยาลัยเรดดิง สหราชอาณาจักร ระบุว่า การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจะท้าทายยิ่งขึ้นเรื่อยๆ และทางเดียวที่จะจำกัดความสุดขั้วนี้ได้ คือการเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง ควบคู่กับการดำเนินนโยบายระยะยาวเพื่อรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ