ศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ของแอมะซอน อาจกลายเป็นแหล่งปล่อยมลพิษที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกา

ศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ของแอมะซอน อาจกลายเป็นแหล่งปล่อยมลพิษที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกา

โรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติที่ตั้งอยู่ภายในศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ของแอมะซอน อาจปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ครองสถิติปล่อยมลพิษสูงสุดในอเมริกา

SHORT CUT

  • ศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ของ Amazon ในรัฐเท็กซัสอาจกลายเป็นแหล่งปล่อยมลพิษทางอากาศที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ เนื่องจากใช้โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้สูงถึง 33 ล้านตันต่อปี
  • ปริมาณมลพิษที่ได้รับอนุญาตนั้นสูงเป็นสองเท่าของโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ครองสถิติปล่อยมลพิษสูงสุดในปัจจุบัน ซึ่งขัดแย้งโดยตรงกับเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2040 ของบริษัท
  • โครงการนี้สร้างขึ้นเพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้ามหาศาลในการประมวลผล AI และกำลังเผชิญกับการต่อต้านทางการเมืองและสิ่งแวดล้อม โดยผู้ว่าการรัฐเท็กซัสได้สั่งระงับโครงการชั่วคราวเพื่อตรวจสอบผลกระทบ

โรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติที่ตั้งอยู่ภายในศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ของแอมะซอน อาจปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ครองสถิติปล่อยมลพิษสูงสุดในอเมริกา

โครงการศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่แห่งใหม่ของแอมะซอน (Amazon) ในเคาน์ตีเพคอส รัฐเท็กซัส กำลังถูกจับตามองอย่างหนัก หลังพบว่าโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติที่สร้างขึ้นเพื่อป้อนไฟฟ้าให้แก่ศูนย์ข้อมูลแห่งนี้ อาจกลายเป็นแหล่งปล่อยมลพิษทางอากาศและก๊าซเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา ซึ่งขัดแย้งโดยตรงกับเป้าหมายของบริษัทที่เคยประกาศไว้ว่าจะบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2040

เอกสารจาก The New York Times และองค์กรวิจัยด้านสภาพภูมิอากาศ Distilled ระบุว่า โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแห่งนี้ได้รับอนุญาตให้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้สูงถึง 33 ล้านตันต่อปี ซึ่งหากเดินเครื่องเต็มสเปกที่ได้รับอนุญาต ปริมาณมลพิษนี้จะสูงเป็นสองเท่าของโรงไฟฟ้าถ่านหิน เจมส์ เอช. มิลเลอร์ จูเนียร์ ที่ครองสถิติปล่อยมลพิษสูงสุดในปัจจุบัน (16 ล้านตันต่อปี)

โฆษกของ Amazon ชี้แจงว่า บริษัทจะรับภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเองทั้งหมดเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าของประชาชนในรัฐเท็กซัส โดยเลือกใช้โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแบบผลิตเองในพื้นที่ (Off-grid) เนื่องจากความล่าช้าในการเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าหลัก พร้อมระบุว่าบริษัทกำลังสำรวจการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานร่วมด้วย รวมถึงการสร้างงานใหม่หลายพันตำแหน่งในพื้นที่

ศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ของแอมะซอน อาจกลายเป็นแหล่งปล่อยมลพิษที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกา

การลงทุนผลิตไฟฟ้าใชเองนอกระบบครั้งนี้ ทำให้ Amazon ก้าวเข้าสู่กลุ่มบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ หรือ "ไฮเปอร์สเกลเลอร์" เช่น Microsoft, Google และ Meta ที่หันมาลงทุนในพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและนิวเคลียร์อย่างหนักในปีนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้ามหาศาลในการประมวลผลระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) แม้ว่าปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ Amazon จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เริ่มประกาศพันธสัญญาด้านสภาพภูมิอากาศก็ตาม

อย่างไรก็ตาม โครงการศูนย์ข้อมูลดังกล่าวเริ่มเผชิญกับกระแสต่อต้านทางการเมืองและสิ่งแวดล้อมในรัฐเท็กซัส โดยผู้ว่าการรัฐ เกร็ก แอบบอตต์ ได้สั่งระงับโครงการศูนย์ข้อมูลใหม่ไว้ชั่วคราวเพื่อตรวจสอบผลกระทบ เนื่องจากคำขอใช้ไฟฟ้าใหม่ในรัฐมากกว่า 90% มาจากกลุ่มศูนย์ข้อมูล ซึ่งคิดเป็นความต้องการไฟฟ้ารวมสูงถึง 474 กิกะวัตต์ หรือมากกว่าปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของรัฐถึง 5 เท่า ขณะที่รัฐบาลกลางของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เร่งผลักดันให้เกิดการสร้างศูนย์ข้อมูล AI บนที่ดินของรัฐบาลกลาง ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อแผนระดับโลกในการชะลอวิกฤตสภาพภูมิอากาศในระยะยาว