
SHORT CUT
อังกฤษกำลังเผชิญคลื่นความร้อนที่ทำให้ผักหลายชนิดมีสีและรูปร่างที่แตกต่างออกไปจากเดิม ขณะที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเริ่มผ่อนเกณฑ์ด้านรูปลักษณ์ เพื่อลดการสูญเสียอาหาร
เกษตรกรทั่วสหราชอาณาจักร กำลังเผชิญกับฤดูเพาะปลูกที่แห้งแล้งและร้อนจัดที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายทศวรรษ หลังคลื่นความร้อนหลายระลอกแผ่ปกคลุมต่อเนื่องจากฤดูใบไม้ผลิที่อุ่นกว่าปกติ จนมีการคาดการณ์ว่า ผลผลิตในปีนี้อาจเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลมา
เพราะความร้อนไม่ได้ส่งผลเพียงต่อปริมาณผลผลิต แต่ยังทำให้ผักมี ‘รูปร่างและสี’ แตกต่างไปจากปกติด้วย
แม้แต่ห้างค้าปลีกที่ปกติจะคัดทิ้งผักและผลไม้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ด้านขนาด รูปร่าง และสีที่กำหนดไว้อย่างเข้มงวด แต่ล่าสุดเมื่อภัยแล้งทำให้ปริมาณผลผลิตเริ่มตึงตัว ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งก็ยอมเริ่มผ่อนคลายกฎเหล่านี้ ให้เกษตรกรสามารถส่งขายสินค้าที่มีรูปร่างผิดปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้ชั้นวางจำหน่ายต้องขาดแคลนสินค้า
นั่นหมายความว่า ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ผู้บริโภคอาจพบผักที่มีขนาดเล็กลง รูปร่างบิดเบี้ยว หรือมีสีผิดไปจากที่ควรเป็น
อย่างไรก็ตาม Oddbox บริษัทจำหน่ายผลผลิตส่วนเกินที่ซูเปอร์มาร์เก็ตไม่รับซื้อ ระบุว่า ความผิดปกติดังกล่าวเป็นเพียงข้อบกพร่องด้านรูปลักษณ์เท่านั้น แต่รสชาติยังคงเหมือนเดิม และสามารถรับประทานได้ตามปกติ
กะหล่ำดอกเป็นหนึ่งในผักที่ได้รับผลกระทบจากอากาศร้อนมากที่สุด เพราะต้องการน้ำในปริมาณมาก โดยปกติ ใบของกะหล่ำดอกจะช่วยบังแสงแดดไม่ให้ส่องถึงดอกโดยตรง แต่ในปีนี้ แสงแดดสามารถส่องถึงดอกได้มากขึ้น ทำให้กะหล่ำดอกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือคล้ำกว่าปกติ และปัญหาแหล่งน้ำสำรองลดลงส่งผลต่อการเจริญเติบโต ทำให้ปริมาณกะหล่ำดอกในตลาดอาจลดลงเช่นกัน
เกษตรกรยังพบแตงกวาที่มีรูปร่างผิดปกติ โดยบางผลโค้งงอกลับจนมีลักษณะคล้ายเกลียว ส่วนหนึ่งมาจากแตงกวาที่ปลูกในโรงเรือน ซึ่งมีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ต้นพืชเกิดความเครียด แม้จะให้น้ำเพียงพอ แต่ความร้อนที่รุนแรงก็อาจทำให้ต้นพืชไม่สามารถเจริญเติบโตต่อได้ตามปกติ
นอกจากนี้ยังมีปัญหาผักกวางตุ้งฮ่องเต้ที่มีรูพรุนจากแมลงศัตรูพืช รวมถึงหัวมันฝรั่งที่มีรูปร่างเป็นปุ่มปมผิดปกติด้วย
หลายฝ่ายกังวลว่า หากไม่มีการรับซื้อผักและผลผลิตทางการเกษตรที่มีรูปร่างเปลี่ยนแปลงไปเหล่านี้ ในท้ายที่สุดจะทำเกิดการสูญเสียอาหารจำนวนมากได้ ขณะเดียวกันสภาพการณ์ดังกล่าวอาจดำเนินต่อไปจนถึงฤดูใบไม้ร่วง และอาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตอื่น ๆ เช่น เชอร์รี
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ฤดูร้อนของอังกฤษร้อนและแห้งแล้งขึ้น ขณะที่คลื่นความร้อนเกิดขึ้นบ่อยครั้งกว่าเดิม ทำให้สภาพอากาศสุดขั้วในปีนี้อาจไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่เป็นภาพสะท้อนของความท้าทายที่ภาคเกษตรกรรมอังกฤษอาจต้องเผชิญเป็นประจำในอนาคต
เกษตรกรจึงอาจต้องเลือกระหว่างการยอมรับการสูญเสียผลผลิต การลงทุนในระบบชลประทานและแหล่งกักเก็บน้ำที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการยอมนำผักที่มีรูปร่างไม่สมบูรณ์ออกจำหน่ายให้ผู้บริโภค