
SHORT CUT
'เอลนีโญ' อาจไม่ได้มีแค่ข้อเสีย! เมื่อสหรัฐฯ คาดหวังให้เกิดผลกระทบอย่าง 'ฝนตกหนัก' เพื่อช่วยบรรเทาภัยแล้งรุนแรงในหลายรัฐ
ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับอิทธิพลของปรากฏการณ์ 'เอลนีโญ' ที่ทวีความรุนแรงเป็นประวัติการณ์ทั่วโลก ชาวอเมริกันบางส่วนกลับมีความหวัง เมื่อนักอุตุ-นิยมวิทยาและศูนย์พยากรณ์สภาพอากาศแห่งชาติ (NOAA) คาดการณ์ว่า อิทธิพลของเอลนีโญในฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิปีนี้ อาจกลายเป็นตัวช่วยสำคัญในการเติมน้ำและบรรเทาวิกฤตภัยแล้งที่กำลังลุกลามอย่างหนักในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
ข้อมูลจาก Drought Monitor ระบุว่า ในช่วงเริ่มเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีถึง 40 รัฐจากทั้งหมด 48 รัฐ ที่ประสบภาวะภัยแล้งในระดับที่แตกต่างกัน ทั้งพื้นที่ภาคใต้ เทือกเขาร็อกกี ที่ราบภาคเหนือ และภาคตะวันตกตอนบน โดยเฉพาะพื้นที่บางแห่งในรัฐแคโรไลนาและโอคลาโฮมา ที่เพิ่งผ่านพ้นสถิติช่วง 12 เดือนที่แห้งแล้งที่สุดอันดับสามในประวัติศาสตร์
ขณะที่มีกระแสความคาดหวังที่จะบรรเทาภัยแล้งเกิดขึ้น หลังแบบจำลองการพยากรณ์ปริมาณน้ำฝนระหว่างเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ ชี้ว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทรงพลังจะปรับทิศทางของพายุและนำพาความชื้นเข้ามาสู่พื้นที่ส่วนใหญ่ทางตอนใต้ รวมถึงชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ส่งผลให้มีปริมาณฝนและหิมะตกมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติ
สภาพอากาศดังกล่าวคาดว่าจะช่วยผ่อนคลายหรือยุติภาวะภัยแล้งได้ในหลายรัฐ เช่น นิวเม็กซิโก เท็กซัส โอคลาโฮมา ฟลอริดา แคโรไลนา ตลอดจนช่วยเพิ่มปริมาณหิมะในเทือกเขาร็อกกีตอนใต้และตอนกลาง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเอลนีโญครั้งนี้อาจช่วยเติมน้ำและลดระดับความแห้งแล้งลงได้ แต่ทางการยังคงเตือนว่าผลประโยชน์ครั้งนี้อาจกระจายได้ไม่ทั่วถึง โดยบางพื้นที่ทางภาคเหนือ เทือกเขาร็อกกีตอนเหนือ และที่ราบภาคเหนือ อาจยังคงเผชิญกับสภาพอากาศที่แห้งแล้งกว่าปกติและภาวะภัยแล้งอาจลุกลามเพิ่มเติม