จากหิมาลัยไกลถึงไทย 'น้ำป่า-ดินถล่ม' ภัยพิบัติอาจใกล้ตัวกว่าที่คิด

จากหิมาลัยไกลถึงไทย 'น้ำป่า-ดินถล่ม' ภัยพิบัติอาจใกล้ตัวกว่าที่คิด

เจาะลึกภัยพิบัติลูกโซ่ชายแดนเนปาล-ทิเบต สิงหาคม 2569 จากมวลน้ำแข็งพังทลาย สู่คลื่นโคลนถล่มทำลายชุมชนใน 30 นาที บทเรียนวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่ทั่วโลกต้องตระหนัก

SHORT CUT

  • ภัยพิบัติที่เทือกเขาหิมาลัยเป็นตัวอย่างของ "ภัยพิบัติแบบลูกโซ่" ซึ่งแม้จะดูไกลตัวแต่มีกลไกที่สามารถเกิดขึ้นในไทยได้
  • ประเทศไทยมีความเสี่ยงจาก "Rain Bomb" หรือฝนตกหนักฉับพลัน ที่ทำให้ดินบนภูเขาอุ้มน้ำจนเกิดการพังทลาย นำไปสู่ภัยน้ำป่าและดินถล่ม
  • กลไกการเกิดดินโคลนถล่ม (Debris Flow) ในไทยมีความคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ที่หิมาลัย คือมวลดินและหินที่พังทลายจะกวาดทุกอย่างลงสู่พื้นที่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว
  • บทความเรียกร้องให้ไทยยกระดับการเฝ้าระวังและระบบเตือนภัยล่วงหน้าเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติลักษณะนี้

เจาะลึกภัยพิบัติลูกโซ่ชายแดนเนปาล-ทิเบต สิงหาคม 2569 จากมวลน้ำแข็งพังทลาย สู่คลื่นโคลนถล่มทำลายชุมชนใน 30 นาที บทเรียนวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่ทั่วโลกต้องตระหนัก

จากเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งใหญ่บริเวณเทือกเขาหิมาลัยชายแดนเนปาล-ทิเบต ทำให้เกิดคำถามถึงปัจจัยที่อาจทำให้ภัยธรรมชาติมีความรุนแรงขึ้น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการละลายของธารน้ำแข็ง ขณะที่ชั้นดินเยือกแข็ง หรือ Permafrost ในพื้นที่ภูเขาสูง ก็อาจละลายมากขึ้นเมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้น และทำให้พื้นที่มีความเสี่ยงต่อการพังทลาย

ถึงแม้ประเทศไทยไม่มีธารน้ำแข็งเหมือนเนปาล แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะฝนตกหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ หรือ Rain Bomb ซึ่งอาจทำให้ดินอุ้มน้ำจนเต็มและสูญเสียความมั่นคง จนนำไปสู่ดินถล่ม น้ำป่าไหลหลาก และโคลนถล่มได้ 

จากหิมาลัยไกลถึงไทย 'น้ำป่า-ดินถล่ม' ภัยพิบัติอาจใกล้ตัวกว่าที่คิด

Glacial Lake หรือ GLOF คืออะไร

GLOF น้ำท่วมฉับพลันจากทะเลสาบธารน้ำแข็ง เกิดจากน้ำแข็ง ตะกอนธารน้ำแข็ง หรือภูมิประเทศธรรมชาติทำหน้าที่กักเก็บน้ำไว้ เมื่อเจอแรงกระตุ้นอย่างแผ่นดินไหว หิมะถล่ม ฝนตกหนัก หรือหิน-น้ำแข็งถล่มลงทะเลสาบ คันกั้นอาจพังทลายได้ทั้งจากแรงดันน้ำสะสมจนทนไม่ไหว หรือจากคลื่นกระแทกที่ทำให้น้ำล้นข้ามคันกั้นหรือกัดเซาะจนพัง

มวลน้ำมหาศาลจะพัดพาเอาหิน โคลน และสิ่งปฏิกูลไหลเชี่ยวลงสู่พื้นที่ตอนล่างอย่างรวดเร็ว พร้อมกัดเซาะตลิ่งตลอดเส้นทาง ก่อความเสียหายรุนแรงทันทีต่อชีวิต ชุมชน และระบบนิเวศ พร้อมส่งผลกระทบระยะยาวในการเปลี่ยนทิศทางของแม่น้ำ และทำให้แหล่งน้ำอุปโภคบริโภคตื้นเขินจนเกิดการขาดแคลนน้ำ

จากหิมาลัยไกลถึงไทย 'น้ำป่า-ดินถล่ม' ภัยพิบัติอาจใกล้ตัวกว่าที่คิด

เจาะลึกภัยพิบัติลูกโซ่ เนปาล-ทิเบต 

เหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่บริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบต จากมวลน้ำแข็งและหินถล่มสู่ภัยพิบัติแบบลูกโซ่ สรุปไทม์ไลน์และข้อเท็จจริง

  • จุดเริ่มต้นจากที่สูง: มวลน้ำแข็งและหินถล่มจากความสูงราว 5,200 เมตร
  • แรงสั่นสะเทือนมหาศาล: ตกลงมากราว 1.2 กม. เกิดแรงสั่นสะเทือนเทียบเท่าแผ่นดินไหว M5.2 (ยืนยันว่าไม่ใช่แผ่นดินไหวจากรอยเลื่อน)
  • มวลน้ำและโคลนถล่ม: กวาดน้ำ ดิน หิน และตะกอนเข้าสู่ลำน้ำ กลายเป็นกระแสน้ำปนโคลน (Debris Flow)
  • ความเสียหาย: พุ่งสู่ชุมชน ทำลายบ้านเรือน ถนน สะพาน และระบบพลังงานอย่างหนัก
  • สิ่งที่ต้องรอตรวจสอบต่อ: ต้องรอผลพิสูจน์ว่ามีทะเลสาบ/เขื่อนธรรมชาติแตก หรือเข้าเกณฑ์ GLOF หรือไม่?

จากหิมาลัยไกลถึงไทย ถอดรหัส 'ภัยพิบัติลูกโซ่' ที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด

นี่คือตัวอย่างเด่นชัดของ "ภัยพิบัติแบบลูกโซ่" (Cascading Disaster) ที่ผลกระทบด้านหนึ่งส่งต่อไปยังอีกด้านอย่างรวดเร็ว แม้ประเทศไทยจะไม่มีธารน้ำแข็ง แต่กลไกการเกิด "น้ำป่า-ดินโคลนถล่ม" ในบ้านเรามีลักษณะที่คล้ายคลึงกันอย่างยิ่ง ปริมาณฝนที่ตกหนักสะสมบนภูเขาสูงทางภาคเหนือหรือภาคใต้ สามารถทำให้ดินและหินอุ้มน้ำจนสไลด์พังถล่ม กวาดเอาซากต้นไม้กลายเป็นคลื่นโคลน (Debris Flow) เข้าพังทลายชุมชนริมน้ำด้านล่างได้ในพริบตาเช่นกัน

ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องเร่งยกระดับการเฝ้าระวังและการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าให้มีประสิทธิภาพ ก่อนโดมิโนตัวแรกของภัยธรรมชาติจะเริ่มทำงาน

ที่มา : 

related