เปลี่ยนยางแก่เป็นทุน! กยท. หนุน 20,000 บาท/ไร่ 'รีสตาร์ทสวนยาง' โค่นปลูกใหม่ ต่อยอดคาร์บอนเครดิต

ต้นยางพาราที่กรีดมาทั้งชีวิตจนแทบไม่มีน้ำยางให้ ไม่ใช่ทางตันของเกษตรกรอีกต่อไป! "Keep the World" พาลงใต้ไปที่ จ.ยะลา เพื่อพาไปดูทางออกของสวนยางที่ทรุดโทรม กับโครงการจาก การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ที่พร้อมมอบทุน "รีสตาร์ทสวนยาง" สนับสนุนเงิน 20,000 บาทต่อไร่ ให้เกษตรกรโค่นยางแก่แล้วปลูกใหม่ งานนี้ไม่ได้แค่สวนคุณภาพดีที่ให้รายได้ยั่งยืน แต่ยังเป็นการปลูกต้นไม้เพื่อปูทางสู่การขาย "คาร์บอนเครดิต" ในอนาคตอีกด้วย!

SHORT CUT

  • กยท. สนับสนุนเงินทุน 20,000 บาทต่อไร่ ให้เกษตรกรโค่นต้นยางเก่าที่ให้ผลผลิตน้อยเพื่อปลูกใหม่
  • เกษตรกรสามารถเลือกปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นหรือทำสวนแบบผสมผสานได้ ไม่จำกัดเฉพาะการปลูกยางพารา
  • สวนยางที่ปลูกใหม่สามารถต่อยอดสร้างรายได้ในอนาคตจากการขายคาร์บอนเครดิต ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการดูดซับก๊าซเรือนกระจก

ต้นยางพาราที่กรีดมาทั้งชีวิตจนแทบไม่มีน้ำยางให้ ไม่ใช่ทางตันของเกษตรกรอีกต่อไป! "Keep the World" พาลงใต้ไปที่ จ.ยะลา เพื่อพาไปดูทางออกของสวนยางที่ทรุดโทรม กับโครงการจาก การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ที่พร้อมมอบทุน "รีสตาร์ทสวนยาง" สนับสนุนเงิน 20,000 บาทต่อไร่ ให้เกษตรกรโค่นยางแก่แล้วปลูกใหม่ งานนี้ไม่ได้แค่สวนคุณภาพดีที่ให้รายได้ยั่งยืน แต่ยังเป็นการปลูกต้นไม้เพื่อปูทางสู่การขาย "คาร์บอนเครดิต" ในอนาคตอีกด้วย!

เมื่อยางแก่ถึงวัยเกษียณ โค่นแล้วปลูกใหม่คุ้มกว่าอย่างไร?

ภาพของต้นยางแก่ที่เปลือกเต็มไปด้วยรอยกรีดเก่า และให้ผลผลิตลดลงทุกปี เป็นสิ่งที่ชาวสวนยางหลายคนต้องเผชิญ เกษตรกรจำนวนมากไม่กล้าตัดสินใจโค่นต้นยางทิ้งเพราะกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายและรายได้ที่ขาดหายไป แต่รู้หรือไม่ว่า สวนยางที่อายุมากหรือทรุดโทรม สามารถยื่นขอรับการส่งเสริมปลูกแทนกับ กยท. ได้ โดยจะได้รับเงินสนับสนุนถึง 20,000 บาทต่อไร่

เงินสนับสนุนก้อนนี้ จะเปรียบเสมือนทุนตั้งต้นชีวิตใหม่ให้เจ้าของสวน โดย กยท. จะทยอยจ่ายเป็นงวดๆ ตลอดช่วงการปลูกและดูแลรักษาราว 6 ปีครึ่ง เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทั้งค่าโค่น ค่าต้นกล้า ค่าปุ๋ย และค่าแรง จนกว่าต้นยางรุ่นใหม่จะเติบโตพร้อมเปิดกรีด

นอกจากนี้ กยท. ยังให้อิสระแก่เกษตรกร ไม่ได้บังคับว่าจะต้องปลูกแค่ยางพาราพันธุ์ดีเท่านั้น แต่เกษตรกรยังสามารถเลือกปลูก "ไม้ยืนต้นเศรษฐกิจ" หรือทำ "สวนยางยั่งยืนแบบผสมผสาน" เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงทางอาหารและรายได้ได้อีกด้วย

 

จุดเริ่มต้นของ 'วงจรรายได้รอบใหม่' ที่เป็นมิตรกับโลก

การโค่นยางแก่เพื่อปลูกใหม่ ไม่ใช่จุดจบ แต่คือการเริ่มต้น "วงจรรายได้รอบใหม่" ที่ยั่งยืนกว่าเดิม เพราะต้นยางปลูกใหม่ที่ได้รับการดูแลอย่างดี เมื่อเติบโตขึ้นก็จะทำหน้าที่เป็น "ธนาคารคาร์บอน" ช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจก

ซึ่งในอนาคต สวนยางปลูกแทนเหล่านี้ก็จะสามารถเข้าเกณฑ์ เข้าร่วมโครงการขาย "คาร์บอนเครดิต" ได้ เท่ากับว่าเกษตรกรจะมีรายได้ถึง 2 ทาง ทั้งจากผลผลิตทางการเกษตร (น้ำยาง/ไม้ผล) และจากการรักษาสิ่งแวดล้อม เรียกได้ว่าเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ กยท. พร้อมช่วยออกทุนให้

📌 สรุป How to อยาก 'รีสตาร์ทสวนยาง' ต้องเริ่มต้นอย่างไร?

สำหรับเกษตรกรชาวสวนยางที่สนใจอยากเข้าโครงการปลูกแทน สามารถทำตาม 5 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

  1. เช็กเงื่อนไขสวนตัวเอง: ตรวจสอบให้ชัวร์ว่าสวนยางของเราเข้าเกณฑ์หรือไม่ (เช่น ต้นยางมีอายุมาก, กรีดได้น้อย, สวนทรุดโทรม)
  2. เตรียมเอกสารให้พร้อม: เตรียมเอกสารสิทธิ์ที่ดินที่ถูกต้อง และตรวจสอบสถานะการขึ้นทะเบียนเกษตรกร
  3. ยื่นคำขอ: ติดต่อยื่นเรื่องได้ที่ กยท. จังหวัด หรือสาขาใกล้บ้านท่าน (ตามช่วงเวลาที่เปิดรับคำขอ)
  4. รอเจ้าหน้าที่สำรวจ: เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่เพื่อสำรวจแปลงและพิจารณาอนุมัติ
  5. โค่น ปลูก รับเงินสนับสนุน: เมื่อได้รับอนุมัติ ก็สามารถเริ่มดำเนินการโค่น ปลูกใหม่ และรับเงินสนับสนุนเป็นงวดๆ ไร่ละ 20,000 บาทได้เลย

ยางพาราไทยกำลังเปลี่ยนบทบาทจากพืชเศรษฐกิจ สู่กลไกคาร์บอนที่สำคัญของประเทศ โดยมีชาวสวนเป็นหัวใจสำคัญ ใครที่สวนเริ่มโรยแรง อย่ารอช้า ลองเข้าไปปรึกษา กยท. ใกล้บ้าน แล้วมาเริ่มต้นรอบใหม่ไปด้วยกัน... เพราะ Keep the World เมื่อโลกไม่ได้หยุดพัก เราจึงต้องรักโลก

related