SHORT CUT
ต้นยางพาราที่กรีดมาทั้งชีวิตจนแทบไม่มีน้ำยางให้ ไม่ใช่ทางตันของเกษตรกรอีกต่อไป! "Keep the World" พาลงใต้ไปที่ จ.ยะลา เพื่อพาไปดูทางออกของสวนยางที่ทรุดโทรม กับโครงการจาก การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ที่พร้อมมอบทุน "รีสตาร์ทสวนยาง" สนับสนุนเงิน 20,000 บาทต่อไร่ ให้เกษตรกรโค่นยางแก่แล้วปลูกใหม่ งานนี้ไม่ได้แค่สวนคุณภาพดีที่ให้รายได้ยั่งยืน แต่ยังเป็นการปลูกต้นไม้เพื่อปูทางสู่การขาย "คาร์บอนเครดิต" ในอนาคตอีกด้วย!
ภาพของต้นยางแก่ที่เปลือกเต็มไปด้วยรอยกรีดเก่า และให้ผลผลิตลดลงทุกปี เป็นสิ่งที่ชาวสวนยางหลายคนต้องเผชิญ เกษตรกรจำนวนมากไม่กล้าตัดสินใจโค่นต้นยางทิ้งเพราะกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายและรายได้ที่ขาดหายไป แต่รู้หรือไม่ว่า สวนยางที่อายุมากหรือทรุดโทรม สามารถยื่นขอรับการส่งเสริมปลูกแทนกับ กยท. ได้ โดยจะได้รับเงินสนับสนุนถึง 20,000 บาทต่อไร่
เงินสนับสนุนก้อนนี้ จะเปรียบเสมือนทุนตั้งต้นชีวิตใหม่ให้เจ้าของสวน โดย กยท. จะทยอยจ่ายเป็นงวดๆ ตลอดช่วงการปลูกและดูแลรักษาราว 6 ปีครึ่ง เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทั้งค่าโค่น ค่าต้นกล้า ค่าปุ๋ย และค่าแรง จนกว่าต้นยางรุ่นใหม่จะเติบโตพร้อมเปิดกรีด
นอกจากนี้ กยท. ยังให้อิสระแก่เกษตรกร ไม่ได้บังคับว่าจะต้องปลูกแค่ยางพาราพันธุ์ดีเท่านั้น แต่เกษตรกรยังสามารถเลือกปลูก "ไม้ยืนต้นเศรษฐกิจ" หรือทำ "สวนยางยั่งยืนแบบผสมผสาน" เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงทางอาหารและรายได้ได้อีกด้วย
การโค่นยางแก่เพื่อปลูกใหม่ ไม่ใช่จุดจบ แต่คือการเริ่มต้น "วงจรรายได้รอบใหม่" ที่ยั่งยืนกว่าเดิม เพราะต้นยางปลูกใหม่ที่ได้รับการดูแลอย่างดี เมื่อเติบโตขึ้นก็จะทำหน้าที่เป็น "ธนาคารคาร์บอน" ช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจก
ซึ่งในอนาคต สวนยางปลูกแทนเหล่านี้ก็จะสามารถเข้าเกณฑ์ เข้าร่วมโครงการขาย "คาร์บอนเครดิต" ได้ เท่ากับว่าเกษตรกรจะมีรายได้ถึง 2 ทาง ทั้งจากผลผลิตทางการเกษตร (น้ำยาง/ไม้ผล) และจากการรักษาสิ่งแวดล้อม เรียกได้ว่าเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ กยท. พร้อมช่วยออกทุนให้
สำหรับเกษตรกรชาวสวนยางที่สนใจอยากเข้าโครงการปลูกแทน สามารถทำตาม 5 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้
ยางพาราไทยกำลังเปลี่ยนบทบาทจากพืชเศรษฐกิจ สู่กลไกคาร์บอนที่สำคัญของประเทศ โดยมีชาวสวนเป็นหัวใจสำคัญ ใครที่สวนเริ่มโรยแรง อย่ารอช้า ลองเข้าไปปรึกษา กยท. ใกล้บ้าน แล้วมาเริ่มต้นรอบใหม่ไปด้วยกัน... เพราะ Keep the World เมื่อโลกไม่ได้หยุดพัก เราจึงต้องรักโลก