
SHORT CUT
ยิ่งเปิดยิ่งร้อน! เมื่อการเปิดแอร์เพื่อคลายร้อนของชาวเอเชีย กำลังปล่อยพลังงานความร้อนเหลือทิ้งสะสม จนทำให้อุณหภูมิยามค่ำคืนในเมืองใหญ่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ขณะที่ภูมิภาคเอเชียเผชิญกับคลื่นความร้อนที่รุนแรงและเกิดถี่ขึ้น ความต้องการใช้ 'เครื่องปรับอากาศ' ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดก็กำลังกลายเป็นกับดักทางพลังงานที่อันตราย เนื่องจากพฤติกรรมการเปิดแอร์ระบายความร้อน นอกจากจะสร้างภาระหนักต่อระบบไฟฟ้าจนเสี่ยงต่อภาวะล่มสลาย ยังสร้างความเสี่ยงต่อชีวิตของผู้คนในวงกว้าง
ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้าชี้ว่า นอกจากความต้องการพลังงานจะพุ่งสูงในช่วงเวลาพีคแล้ว สภาพอากาศที่ร้อนจัดยังส่งผลเสียโดยตรงต่อโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งสายส่ง หม้อแปลงไฟฟ้า และประสิทธิภาพการผลิตของโรงไฟฟ้าที่ลดลง ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดเหตุไฟดับยาวนานดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในเมืองการาจี ประเทศปากีสถาน ที่มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,200 รายจากการที่ไฟฟ้าดับจนแอร์และพัดลมไม่สามารถทำงานได้
ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดการณ์ว่าความต้องการการทำความเย็นทั่วโลกจะพุ่งแตะ 4,500 เทราวัตต์ชั่วโมงภายในปี 2035 โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียอย่างอินโดนีเซีย ซึ่งสัดส่วนการครอบครองแอร์จะเพิ่มจาก 14% ในปี 2023 เป็น 85% ในปี 2050 ผลจากรายได้ชนชั้นกลางที่เพิ่มขึ้นร่วมกับสภาพอากาศที่ร้อนสุดขั้ว
สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ การเปิดแอร์แข่งกับความร้อนกลับสร้างผลกระทบย้อนกลับ หรือ 'กับดักความเย็น' เนื่องจากเครื่องปรับอากาศแต่ละเครื่องจะปล่อยลมร้อนและพลังงานความร้อนเหลือทิ้ง (Anthropogenic Heat) ออกสู่บรรยากาศภายนอก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยฮ่องกงระบุว่า ความร้อนจากแอร์คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นในเวลากลางคืนระหว่างเกิดคลื่นความร้อน ทำให้อากาศยามค่ำคืนในเมืองใหญ่อ้าวจัดและไม่ระบายความร้อน ขณะที่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้สูงอายุจำต้องทนรับความเสี่ยงทางสุขภาพเนื่องจากแบกรับค่าไฟที่ไม่ไหว
เพื่อแก้ปัญหานี้ นักวางผังเมืองและนักวิจัยเสนอทางออกบูรณาการโดยไม่พึ่งพาแอร์เพียงอย่างเดียว แต่ให้รัฐบาลใช้นโยบายสนับสนุนแอร์ประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงและออกส่วนลดทดแทน เช่น โมเดลของสิงคโปร์ที่มีแจกบัตรกำนัลเครื่องใช้ไฟฟ้าและเปิดศูนย์พักพิงคลายร้อนให้กลุ่มเป้าหมาย ควบคู่ไปกับการผังเมืองสีเขียว การเว้นช่องทางลมธรรมชาติ (Wind Corridors) กำหนดเขตห้ามก่อสร้างทับทางลม การปลูกต้นไม้เพิ่มร่มเงา ทาสีหลังคาสะท้อนแสง ตลอดจนส่งเสริมการใช้พัดลมร่วมกับแอร์เพื่อลดภาระการใช้ไฟฟ้าของเมืองโดยรวม
ขณะที่ความร้อนจัดก็กำลังคุกคามประชาชนในหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้ที่ต้องประกาศภาวะภัยพิบัติระดับชาติ หลังมีผู้เสียชีวิตจากความร้อน 19 ราย ขณะที่ญี่ปุ่นพบผู้เสียชีวิตจากโรคลมแดดในใจกลางโตเกียวถึง 39 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เสียชีวิตในอาคารโดยไม่ได้เปิดใช้เครื่องปรับอากาศ ส่วนในอินเดีย ความต้องการไฟฟ้าเพื่อทำความเย็นพุ่งสูงถึง 267 กิกะวัตต์ จนบีบให้โรงไฟฟ้าถ่านหินเกือบหนึ่งในสามต้องเดินเครื่องด้วยเชื้อเพลิงสำรองระดับวิกฤต