สรุปสถานการณ์น้ำ-พื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ภาคตะวันออก' เสี่ยงสูง สระแก้วฝนทะลัก 211 มม.

สรุปสถานการณ์น้ำ-พื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ภาคตะวันออก' เสี่ยงสูง สระแก้วฝนทะลัก 211 มม.

สทนช. เตือนภาคตะวันออกเสี่ยงน้ำท่วมสูงสุด สระแก้วฝนทะลัก 211 มม. พร้อมเฝ้าระวังลุ่มน้ำเจ้าพระยาและอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ รับมือฝนตกหนัก 26-27 ก.ย.นี้

SHORT CUT

  • ภาคตะวันออกเป็นพื้นที่เสี่ยงเกิดอุทกภัยและน้ำท่วมฉับพลันมากที่สุดของประเทศในปัจจุบัน
  • จังหวัดสระแก้วมีปริมาณฝนตกสะสมสูงสุดในประเทศ โดยวัดได้ถึง 211 มิลลิเมตร
  • สทนช. ประกาศเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยระดับเข้มข้นใน 8 จังหวัดภาคตะวันออก ช่วงวันที่ 22–27 ก.ย.
  • มีการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะจุด อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ที่ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

สทนช. เตือนภาคตะวันออกเสี่ยงน้ำท่วมสูงสุด สระแก้วฝนทะลัก 211 มม. พร้อมเฝ้าระวังลุ่มน้ำเจ้าพระยาและอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ รับมือฝนตกหนัก 26-27 ก.ย.นี้

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานภาพรวมสถานการณ์น้ำ และปริมาณฝนทั่วประเทศ พบว่าหลายพื้นที่ยังคงเผชิญฝนตกหนักถึงตกหนักมากอย่างต่อเนื่อง จากการประเมินรวบรวมข้อมูลฝนสะสมและสถิติน้ำท่วม

ล่าสุดพบว่า 'ภาคตะวันออก' คือพื้นที่ที่เสี่ยงเกิดอุทกภัยและน้ำท่วมฉับพลันมากที่สุดของประเทศในขณะนี้ โดยมีฝนตกสะสมหนาแน่นที่สุดและทาง สทนช. ได้ประกาศเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยเป็นพิเศษ

เปิดสถิติปริมาณฝนสูงสุดรายภาค 'สระแก้ว' ทุบสถิติ 211 มม.

เมื่อเจาะลึกสถิติปริมาณฝนตกสูงสุดในแต่ละภูมิภาคทั่วประเทศ พบตัวเลขที่น่ากังวล โดยเฉพาะในภาคตะวันออกที่ จ.สระแก้ว วัดปริมาณฝนได้สูงที่สุดในประเทศ

  • ภาคตะวันออก: จ.สระแก้ว ปริมาณฝนสูงสุด 211 มิลลิเมตร (สูงที่สุดในประเทศ)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จ.บุรีรัมย์ ปริมาณฝนสูงสุด 156 มิลลิเมตร
  • ภาคกลาง: จ.พระนครศรีอยุธยา ปริมาณฝนสูงสุด 139 มิลลิเมตร
  • ภาคเหนือ: จ.นครสวรรค์ ปริมาณฝนสูงสุด 106 มิลลิเมตร
  • ภาคใต้: จ.นราธิวาส ปริมาณฝนสูงสุด 94 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันตก: จ.เพชรบุรี ปริมาณฝนสูงสุด 83 มิลลิเมตร

เจาะลึก 8 จังหวัดภาคตะวันออก 'โซนสีแดง' เฝ้าระวังอุทกภัยช่วง 22–27 ก.ย.

สทนช. ได้แจ้งเตือนให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยระดับเข้มข้นในภาคตะวันออก ครอบคลุม 8 จังหวัด และอำเภอเสี่ยงสำคัญ

  1. จ.สระแก้ว: อ.เมืองสระแก้ว และ วัฒนานคร
  2. จ.ปราจีนบุรี: อ.เมืองปราจีนบุรี, นาดี, กบินทร์บุรี และ ประจันตคาม
  3. จ.นครนายก: อ.ปากพลี, บ้านนา และ เมืองนครนายก จ.ฉะเชิงเทรา: อ.สนามชัยเขต และ ท่าตะเกียบ
  4. จ.ชลบุรี: อ.บ่อทอง, ศรีราชา, บางละมุง, หนองใหญ่ และ สัตหีบ
  5. จ.ระยอง: อ.เมืองระยอง, เขาชะเมา และ บ้านค่าย
  6. จ.จันทบุรี: อ.มะขาม, ท่าใหม่, แก่งหางแมว, โป่งน้ำร้อน, ขลุง และ เขาคิชฌกูฏ
  7. จ.ตราด: อ.เมืองตราด, เขาสมิง, คลองใหญ่ และ บ่อไร่ (ก่อนหน้านี้มีรายงานฝนตกหนักถล่มตราดสะสม 140 มม. ใน 5 ชั่วโมง ทำให้น้ำป่าหลากท่วม อ.บ่อไร่ และ อ.เขาสมิงมาแล้ว)

สรุปสถานการณ์น้ำ-พื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ภาคตะวันออก' เสี่ยงสูง สระแก้วฝนทะลัก 211 มม.

เกาะติดสายน้ำหลัก 'ลุ่มน้ำเจ้าพระยา' อัตราการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา

ด้านสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำสายหลักอย่าง ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ข้อมูลล่าสุดมีระดับน้ำดังนี้

  • สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์: ปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,795 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำอยู่ที่ 22.17 ม.รทก. (ยังต่ำกว่าตลิ่ง 3.53 เมตร)
  • การระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา: ปัจจุบันคงการระบายน้ำผ่านเขื่อนอยู่ที่ 1,750 ลบ.ม./วินาที โดยมีระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +16.71 ม.รทก. และท้ายเขื่อน +13.89 ม.รทก.
  • จุดต้องเฝ้าระวัง: สถานี N.67 อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ระดับน้ำอยู่ที่ 26.09 ม.รทก. แม้จะต่ำกว่าตลิ่ง 2.12 เมตร แต่พบว่า มีแนวโน้มระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่สถานี P.17 อ.บรรพตพิสัย มีแนวโน้มลดลง

คู่มือเตรียมพร้อมสำหรับประชาชน รับมือน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

สำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะใน 8 จังหวัดภาคตะวันออกและพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ

  • ยกของขึ้นที่สูง: ยกทรัพย์สิน เครื่องใช้ไฟฟ้า และยานพาหนะขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย
  • ติดตามข่าวสาร: เฝ้าระวังประกาศเตือนภัยจาก สทนช. และกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
  • จัดเตรียมถุงยังชีพ: สำรองอาหารแห้ง น้ำดื่ม ยารักษาโรค และอุปกรณ์ส่องสว่าง
  • ตัดระบบไฟฟ้า: หากระดับน้ำเริ่มเข้าท่วมตัวบ้าน ให้รีบสับคัตเอาต์เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่ว

ที่มา : สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

related