เอลนีโญ 2026 จ่อทุบสถิติสภาพอากาศสุดขั้วที่สุดในประวัติศาสตร์

เอลนีโญ 2026 จ่อทุบสถิติสภาพอากาศสุดขั้วที่สุดในประวัติศาสตร์

ปรากฎการณ์เอลนีโญ คัมแบ็ก ปี 2026 จ่อเป็นปีที่สภาพอากาศสุดขั้วมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดคลื่นความร้อน ภัยแล้ง ไฟป่า และฝนตกหนักรุนแรง

SHORT CUT

  • มีมทำให้นักการเมืองถูกจดจำง่ายขึ้น คนอาจลืมนโยบายหรือผลงานบางอย่าง แต่ภาพ วลี หรือโมเมนต์ที่กลายเป็นมีม มักติดอยู่ในความทรงจำของผู้คนได้นานกว่า
  • จากภาพลักษณ์ที่จริงจัง เป็นทางการ และเข้าถึงยาก มีมทำให้นักการเมืองดูมีความเป็นมนุษย์ มีคาแรกเตอร์ และใกล้ชิดกับผู้คนมากขึ้น
  • หากเป็นมีมที่ดี มันจะช่วยสร้างภาพจำและเป็นเครื่องมือสื่อสารทางการเมืองได้ แต่หากเป็นมีมด้านลบ ก็อาจกลายเป็นพื้นที่ให้ประชาชนใช้ล้อเลียน วิจารณ์ หรือระบายความเครียดต่อสถานการณ์บ้านเมืองได้เช่นกัน

ปรากฎการณ์เอลนีโญ คัมแบ็ก ปี 2026 จ่อเป็นปีที่สภาพอากาศสุดขั้วมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดคลื่นความร้อน ภัยแล้ง ไฟป่า และฝนตกหนักรุนแรง

รายงานฉบับล่าสุดจากกลุ่มเครือข่ายความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศนานาชาติ (World Weather Attribution : WWA) ระบุว่า การกลับมาของปรากฏการณ์เอลนีโญในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า อาจส่งผลทำให้ปี 2026 เผชิญสภาพอากาศสุดขั้วรุนแรงทั่วโลก ตั้งแต่คลื่นความร้อน อุณหภูมิพุ่งสูงทำลายสถิติ ภัยแล้ง ไปจนถึงไฟป่าขนาดใหญ่ จนอาจกลายเป็นหนึ่งในปีที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่

CR.REUTERS
 

แม้เพิ่งจะผ่านไปเพียง 5 เดือนแรกของปี ทั่วโลกก็เผชิญกับเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วจำนวนมากแล้ว เช่น 

  • อุณหภูมิผิวน้ำทะเลทั่วโลกที่เพิ่มสูงเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และบางวันสูงกว่าสถิติที่เคยเกิดในปี 2024
  • น้ำแข็งทะเลในซีกโลกเหนือลดลงสู่ระดับต่ำสุดสำหรับช่วงเวลานี้ของปี โดยน้ำแข็งทะเลในภูมิภาคอาร์กติกทำสถิติต่ำสุดเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน 
  • หลายรัฐในสหรัฐฯ ทำสถิติฤดูหนาวที่อบอุ่นที่สุด
  • กรีนแลนด์เผชิญอุณหภูมิเดือนมกราคมสูงสุดเท่าที่เคยมีการบันทึกข้อมูลมา
  • สเปนมีปริมาณฝนต้นปีมากที่สุดในรอบเกือบ 50 ปี หลังจากไม่กี่ปีก่อนเพิ่งเผชิญภัยแล้งหนักที่สุดในรอบกว่า 1,200 ปี
  • อุณหภูมิสูงเกิน 40 องศาเซลเซียสในออสเตรเลียที่ทำให้ความเสี่ยงไฟป่ารุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ไฟป่า ‘Black Summer เมื่อปี 2019 – 2020
  • อุณหภูมิในอินเดียพุ่งทะลุ 46 องศาเซลเซียส 
  • ฝรั่งเศสทำลายสถิติอุณหภูมิรายเดือนในเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่หลายรัฐของบราซิลเผชิญเดือนที่มีฝนตกหนักสุดเป็นประวัติการณ์ จนเกิดน้ำท่วมและดินถล่มครั้งรุนแรง
  • ไฟป่าขนาดใหญ่ในหลายพื้นที่ของทวีปเอเชีย แอฟริกาและอเมริกาใต้ 

นักวิทยาศาสตร์ ระบุว่า เหตุการณ์เหล่านี้จำนวนมากเชื่อมโยงกับอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นและการเปลี่ยนแปลงของระบบสภาพอากาศจากภาวะโลกร้อนที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์

CR.REUTERS

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น โดยหน่วยงานที่ติดตามสภาพภูมิอากาศหลายแห่ง คาดการณ์ว่า ปรากฎการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มสูงที่จะกลับมาในปีนี้และอาจมีความรุนแรงมาก

ทั้งนี้ ปรากฏการณ์เอลนีโญเกิดขึ้นจากการที่อุณหภูมิน้ำทะเลและความกดอากาศในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนด้านตะวันออกเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบอากาศทั่วโลก ตั้งแต่รูปแบบฝน ภัยแล้ง พายุหมุนเขตร้อน ไปจนถึงคลื่นความร้อนและภัยพิบัติอื่น ๆ

ที่มาข้อมูล
IFL Science 

related