
SHORT CUT
สภาพอากาศสุดขั้วกำลังสร้างความเดือดร้อนทั่วโลก ทั้งฝนตกหนัก พายุรุนแรง และน้ำท่วมฉับพลันในหลายประเทศ สร้างความสูญเสียทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล
ชิลี: อิทธิพลแนวปะทะอากาศพัดถล่ม ดินถล่ม-ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง
ประเทศชิลีในอเมริกาใต้กำลังเผชิญกับระบบพายุและแนวปะทะอากาศรุนแรง พัดพาฝนตกหนักพุ่งเป้าเข้าใส่ภาคกลางและภาคใต้ ส่งผลให้เกิดอุทกภัย แม่น้ำหลายสายล้นตลิ่งจนทางการต้องประกาศเตือนภัยระดับสีแดงในภูมิภาคบิโอบิโอ และสั่งอพยพประชาชนใกล้แม่น้ำในภูมิภาคอเรากาเนีย เจ้าหน้าที่รายงานผู้ติดค้างอย่างน้อย 16 คน บ้านเรือนเสียหายหลายสิบหลัง และประชาชนอีกหลายพันคนต้องตกอยู่ในสภาพไม่มีไฟฟ้าใช้
เนปาล: พิษมรสุมและธารน้ำแข็งถล่ม คร่าชีวิตประชาชนแล้วหลายราย
เนปาลเผชิญกับฝนตกหนักรุนแรงจนแม่น้ำสายหลักล้นตลิ่ง หลากท่วมวัดวาอารามและบ้านเรือนอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ประชาชนต้องหนีขึ้นไปอยู่บนหลังคา ทางการต้องออกเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันครอบคลุมถึง 49 เขต เหตุการณ์นี้นอกจากจะคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 19 ราย และมีคนงานสูญหายอีก 10 ราย ยังเป็นวิกฤตซ้ำเติมจากเหตุการณ์ธารน้ำแข็งถล่มตรงชายแดนทิเบตเมื่อปลายเดือนสิงหาคม ซึ่งเคยส่งผลให้เกิดโคลนถล่มและสูญเสียชีวิตผู้คนไปมากกว่า 1,450 คน
อินเดีย: ฝนตกหนัก-มวลน้ำทะลักจากเนปาล คร่าชีวิต 56 ราย
พายุฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในอินเดียส่งผลให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มอย่างหนักในหลายพื้นที่ โดยสถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเนื่องจากได้รับมวลน้ำทะลักล้นมาจากประเทศเนปาลเข้ามาสมทบในพื้นที่ลุ่มน้ำของรัฐพิหาร ส่งผลให้แม่น้ำคันดักล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและถนนหนทางจนจมอยู่ใต้น้ำ ล่าสุดมีรายงานยอดผู้เสียชีวิตในอินเดียพุ่งสูงถึง 56 ราย เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเดินหน้าแจกจ่ายสิ่งของบรรเทาทุกข์และอพยพผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน
สหรัฐอเมริกา: พายุนอร์อีสเตอร์พัดถล่มชายฝั่งตะวันออก กระทบดับไฟ-ยกเลิกเที่ยวบิน
ทางฝั่งอเมริกาเหนือ พายุนอร์อีสเตอร์ (Nor'easter) ขนาดใหญ่พัดถล่มพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ตั้งแต่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ไปจนถึงรัฐเมน ก่อให้เกิดฝนตกหนัก คลื่นลมแรง และน้ำท่วมสูงระดับเข่าทั้งในรัฐนิวเจอร์ซีย์และนิวยอร์ก จนผู้ว่าการรัฐต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน อิทธิพลของพายุส่งผลให้สายการบินสั่งยกเลิกเที่ยวบินมากกว่า 400 เที่ยว และทำให้เกิดไฟฟ้าดับกระทบครัวเรือนและธุรกิจมากกว่า 100,000 แห่ง
กทม. เร่งระบายน้ำลดระดับคลอง รับมือคุมน้ำเหนือ-น้ำทะเลหนุน
สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลายลงอย่างต่อเนื่อง หลังเจ้าหน้าที่ได้เร่งลดระดับน้ำในคลองสายหลักเพื่อเปิดทางให้น้ำจากชุมชนไหลสะดวก โดยตั้งเป้ากู้ถนนสายหลักให้แห้ง 90% ภายใน 2 วัน ขณะที่พื้นที่แอ่งกระทะคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 7 วัน ทั้งนี้ ยังคงต้องเฝ้าระวังน้ำเหนือที่ระบายจากเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ควบคู่กับภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งได้ประสานกรมชลประทานในการบริหารจัดการน้ำ และเตรียมพร้อมฟื้นฟูทำความสะอาดพื้นที่เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็วที่สุด