ร้อง WHO-UN ประกาศ ‘วิกฤตโลกร้อน’ เป็น ‘ภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพ’

ร้อง WHO-UN ประกาศ ‘วิกฤตโลกร้อน’ เป็น ‘ภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพ’

ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก เรียกร้อง WHO-UN ประกาศ ‘วิกฤตโลกร้อน’ เป็น ‘ภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพระดับโลก’ หลังความเสี่ยงสุขภาพพุ่งสูงเกินรับมือ

SHORT CUT

  • นักวิจัยเรียกร้องให้องค์การอนามัยโลก (WHO) และสหประชาชาติ (UN) ประกาศให้วิกฤตโลกร้อนเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพระดับโลก
  • ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนส่งผลให้อัตราการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับความร้อนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเร่งการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อ
  • การประกาศภาวะฉุกเฉินมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการรับมือจากความร่วมมือโดยสมัครใจไปสู่มาตรการที่มีผลผูกพันทางกฎหมายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก เรียกร้อง WHO-UN ประกาศ ‘วิกฤตโลกร้อน’ เป็น ‘ภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพระดับโลก’ หลังความเสี่ยงสุขภาพพุ่งสูงเกินรับมือ

รายงานฉบับสำคัญล่าสุดจาก Lancet Countdown เปิดเผยคำเตือนเร่งด่วนจากทีมนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก โดยเรียกร้องให้องค์การอนามัยโลก (WHO) และสหประชาชาติ (UN) ประกาศอย่างเป็นทางการให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็น ‘ภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพระดับโลก’ หลังพบผลกระทบด้านสาธารณสุขทวีความรุนแรงและรวดเร็วกว่ามาตรการรับมือที่มีอยู่ในปัจจุบันอย่างมาก

ผู้เขียนรายงานระบุว่า นับตั้งแต่ข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) มีผลบังคับใช้ในปี 2016 ผลกระทบทางสุขภาพจากภาวะโลกร้อนได้เร่งตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทั้งความเสี่ยงจากความร้อนสะสม ภัยแล้ง ปริมาณน้ำฝนที่มากเกินไป ตลอดจนการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อที่มีพาหะนำโรค เช่น ไข้เลือดออกและไวรัสซิกา ประกอบกับโครงสร้างประชากรโลกที่ขยายตัวและก้าวสู่สังคมสูงวัย ส่งผลให้มีผู้คนจำนวนมหาศาลตกอยู่ในภาวะเปราะบางมากกว่าเมื่อสิบปีก่อน

ร้อง WHO-UN ประกาศ ‘วิกฤตโลกร้อน’ เป็น ‘ภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพ’

ตัวเลขสถิติต้นทุนชีวิตที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ

รายงาน Lancet Countdown ชี้ให้เห็นว่า ช่วง 11 ปีที่ผ่านมาถือเป็นยุคที่ร้อนที่สุดเท่าที่มีการบันทึกในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้อัตราการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับความร้อนพุ่งสูงขึ้นถึง 36% ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะในปี 2023 เพียงปีเดียว มีผู้เสียชีวิตจากความร้อนสูงถึง 710,000 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มากกว่า 70% มีสาเหตุหลักมาจากความร้อนที่เพิ่มขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์

 

ยกระดับจาก ‘การขอความร่วมมือ’ สู่ ‘มาตรการฉุกเฉิน’ ที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย

ทีมนักวิจัยเน้นย้ำว่า การประกาศให้วิกฤตโลกร้อนเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพอย่างเป็นทางการ จะช่วยยกระดับแนวทางปฏิบัติของประชาคมโลก จากเดิมที่เป็นเพียง ‘ความมุ่งมั่นโดยสมัครใจและเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป’ เปลี่ยนไปสู่ ‘ระบบการจัดการภาวะฉุกเฉินที่มีการประสานงานและมีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย’ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการระดมทรัพยากรอย่างรวดเร็ว จัดตั้งระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนกำหนดกลไกการตรวจสอบความรับผิดชอบของทุกภาคส่วน

ร้อง WHO-UN ประกาศ ‘วิกฤตโลกร้อน’ เป็น ‘ภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพ’

นอกจากนี้ รายงานยังเสนอมาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อปกป้องชีวิตของคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต เช่น

  • สั่งห้ามสำรวจและใช้ประโยชน์จากเชื้อเพลิงฟอสซิลแห่งใหม่ทั่วโลกทันที
  • ยุติการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินอย่างสมบูรณ์ภายในปี 2035
  • ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านไปสู่การบริโภคอาหารจากพืชเป็นหลัก

เพื่อพลิกสถานการณ์ก่อนที่โอกาสในการหลีกเลี่ยงภัยพิบัติทางสภาพภูมิอากาศจะหมดลงอย่างสิ้นเชิง

related