svasdssvasds

ราคาพลังงานผ่านจุดพีคแล้ว จริงหรือ? เทรนด์โซลาร์เซลล์แรงดีไม่มีตก

ราคาพลังงานผ่านจุดพีคแล้ว จริงหรือ? เทรนด์โซลาร์เซลล์แรงดีไม่มีตก

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เผย 2566 ราคาพลังงานโลกได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว แต่ยังคงทรงตัวในระดับสูง สั่งจับตาจับตาราคาก๊าซธรรมชาติ จะปรับตัวสูงขึ้นช่วงกลางปีนี้ เนื่องจากอากาศร้อนจัด ชี้เทรนด์โซลาร์เซลล์แรงดีไม่มีตก

โดยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เปิดเผยว่า ราคาพลังงานโลกได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว แต่ยังคงทรงตัวในระดับสูงต่อไปในปี 2566 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี (2558-2562) และอยู่ในสภาวะผันผวนสูง ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากระดับสูง เนื่องจากความกังวลต่อสัญญาณเศรษฐกิจถดถอย (Recession fears) แต่ยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนสูงจากการตัดสินในเพิ่ม/ลดการผลิตของกลุ่ม OPEC+ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้แม้ว่าราคาก๊าซธรรมชาติเริ่มอ่อนตัวลงมาช่วงต้นปีนี้ แต่มีแนวโน้มดีดกลับขึ้นไปสูงตั้งแต่ช่วงกลางปีนี้ที่คาดว่าอากาศจะร้อนมากในช่วงหน้าร้อน และหน้าหนาวนี้อาจจะหนาวมาก ในตลาดก๊าซฯยังคงมีการแข่งขันเพื่อ Secure อุปทานอยู่ โดยเฉพาะจากยุโรปที่ต้องการนำเข้า LNG (liquified natural gas) เพื่อมาทดแทนก๊าซฯ ท่อจากรัสเซีย ส่วนราคาถ่านหินแม้ลดระดับลงมามาก แต่ยังทรงตัวในระดับที่สูงมาก เมื่อเทียบกับราคาในอดีตก่อนวิกฤตพลังงาน เพราะความต้องการใช้ยังคงขยายตัวได้ ในขณะที่อุปทานอาจมีแรงกดดันจากปัจจับสภาพอากาศในบริเวณเหมืองและข้อจำกัดด้านการขนส่งในบางแหล่ง

ตลาดพลังงานโลกยุคใหม่เปราะบางและผันผวนรุนแรง

โดยธรรมชาติของธุรกิจพลังงาน การลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตใหม่นั้นใช้เม็ดเงินจำนวนมากและใช้เวลาเตรียมโปรเจกต์ยาวนาน ทว่ากระแส Net zero emissions และเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศจากนานาประเทศและบริษัทเอกชนต่าง ๆ ทำให้การคำนวณความคุ้มทุนและการตัดสินใจลงทุนในการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นไปได้ยาก เห็นได้ชัดจากการไฟแนนซ์โปรเจกต์ที่เกี่ยวข้องกับถ่านหินทำได้ยากลำบากมากขึ้นในระยะหลัง ทั้งหมดนี้ ทำให้ไม่สามารถเพิ่มอุปทานของเชื้อเพลิงฟอสซิลมารองรับความต้องการได้ ดังนั้น สามารถกล่าวได้ว่า ตลาดพลังงานโลกกำลังเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ ที่อุปทานตึงตัว ตัวตลาดเปราะบาง และมีความเสี่ยงต่อความผันผวนของราคาอย่างรุนแรง (Extreme price volatile)

บทเรียนจากวิกฤตพลังงาน เกิดนโยบายสนับสนุนพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น

หลังจากที่ตลาดเชื้อเพลิงฟอสซิลทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิกฤตพลังงานและสงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี 2565 นานาประเทศจึงเริ่มพิจารณาถึงความมั่นคงทางพลังงานและต้องการกระจายแหล่งจัดหาพลังงานใหม่เพิ่มขึ้น (Diversification) โดยเฉพาะการจัดหาเชื้อเพลิงจากในประเทศของตัวเอง ประกอบกับกระแส Net zero และเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศต่าง ๆ รวมถึงต้นทุนการใช้พลังงานอย่างโซลาร์และลมเริ่มแข่งขันได้ภายใต้ภาวะราคาเชื้อเพลิงฟอสซิลสูงดั่งทุกวันนี้ จึงเริ่มเห็นนโยบายสนับสนุนการลงทุนและติดตั้งเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมากขึ้น (Clean technology)

แผงโซลาร์จะเป็นที่ต้องการอย่างมากจากทั่วโลก

ทั้งนี้นโยบายเกี่ยวกับการลงทุนและติดตั้งพลังงานโซลาร์เซลล์มีความชัดเจนมากขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะจากเศรษฐกิจใหญ่อย่างสหรัฐฯ จีน และสหภาพยุโรป ที่ออกนโยบายสนับสนุนทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้ต้นทุนในการติดตั้งต่ำและการคืนทุนเร็วขึ้น ส่งผลให้การติดตั้งพลังงานโซลาร์จะเร่งตัวเพิ่มขึ้นทั่วโลกและเป็นที่มาของการขยายตัวของความต้องการใช้แผงโซลาร์ อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของการติดตั้งแผงโซลาร์อาจเผชิญข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ความพร้อมของระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid connection availability) การขอใบอนุญาตและความพร้อมของแรงงานในการติดตั้ง อุปทานของเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) เป็นต้น ส่วนด้านของการผลิตแผงโซลาร์ SCB EIC มองว่า ในปี 2566 ปัญหาขาดแคลน Polysilicon ซึ่งเป็นวัตถุดิบต้นน้ำของการผลิตแผงโซลาร์ ได้เริ่มคลี่คลายลงแล้ว และคาดว่า มีเพียงพอต่อการผลิตแผงโซลาร์เพื่อรองรับความต้องการที่จะขยายตัวมากในปีนี้

อย่างไรก็ดี เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่ต้องการสนับสนุนอุตสาหกรรมภายในประเทศ และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดจากประเทศอื่น ๆ IRA จึงสร้างเงื่อนไขบังคับใช้ชิ้นส่วนและวัตถุดิบจากแหล่งผลิตภายในประเทศ (Local Content Requirement : LCR) เช่น IRA จะให้เครดิตภาษีสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicles : EVs) ต่อเมื่อแบตเตอรี่ที่ใช้ใน EVs มีมูลค่าของ Critical minerals และส่วนประกอบที่มาจากแหล่งผลิตในสหรัฐฯ สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้เท่านั้น ซึ่งอาจเป็นประเด็นให้เกิดข้อพิพาทด้านการค้าระหว่างประเทศขึ้นได้

โดยมาตรการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลอย่าง IRA ที่มุ่งเน้นไปที่การใช้แรงจูงใจทางการเงินในการลงทุนในพลังงานสะอาดนั้นจะเร่งพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดที่แต่เดิมมีต้นทุนการลงทุนที่สูงให้ต่ำลง และโปรเจกต์อาจคืนทุนได้เร็วขึ้น ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน อาจก่อให้เกิดการลงทุนครั้งใหญ่ในห่วงโซ่อุปทานของพลังงานสะอาดในสหรัฐฯ ส่งผลให้สหรัฐฯ กลายมามีบทบาทสำคัญบนในเวทีพลังงานสะอาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ

 

 

 

related