svasdssvasds

ไทยก้าวสู่ EV Hub อาเซียน งบลงทุนรวม "2 แสนล้านบาท" ตั้งโรงงานผลิตแบตฯ EV ในไทย

ไทยก้าวสู่ EV Hub อาเซียน งบลงทุนรวม "2 แสนล้านบาท" ตั้งโรงงานผลิตแบตฯ EV ในไทย

โรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า กำลังเป็นโจทย์หลักที่ทำให้ไทยกลายเป็น EV Hub ของอาเซียน ล่าสุดมีบริษัทต่างชาติกว่า 10-20 เข้ามาสนใจลงทุนในไทยเป็นจำนวนมาก ชวนมาดูกันว่ามีบริษัทอะไรและแบรนด์ไหนบ้าง

SHORT CUT

  • ไทยกำลังก้าวสู่การเป็น EV Hub ของอาเซียน และมีความเป็นไปได้สูง
  • การลงทุนตั้งโรงงานแบตเตอรี่ EV ในไทย มีบริษัทยักษ์ใหญ่หลากหลายชาติ เช่น BYD, GWM,​​​ CATL, Gotion,​ AESC และอื่นๆอีกมากมายรวมถึงบริษัทไทยที่ได้มีการร่วมลงทุนด้วย
  • ปัจจุบันมีการลงทุนตั้งโรงงานแบตเตอรี่ EV ในประเทศไทย รวมงบประมาณประมาณ 200,000 ล้านบาท

โรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า กำลังเป็นโจทย์หลักที่ทำให้ไทยกลายเป็น EV Hub ของอาเซียน ล่าสุดมีบริษัทต่างชาติกว่า 10-20 เข้ามาสนใจลงทุนในไทยเป็นจำนวนมาก ชวนมาดูกันว่ามีบริษัทอะไรและแบรนด์ไหนบ้าง

ธุรกิจโรงงานผลิตแบตเตอรี่ EV ในไทย ถือเป็นจุดมุ่งหมายหลักหากต้องการที่จะเป็น EV Hub หรือศูนย์กลางการผลิตของรถยนต์ไฟฟ้าในอาเซียน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นโครงการต่างๆที่ส่งเสริมให้แบรนด์ต่างชาติเช่น จีน, อเมริกา หรือประเทศอื่นๆเข้ามาผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ในประเทศไทย

ไทยก้าวสู่ EV Hub อาเซียน งบลงทุนรวม "2 แสนล้านบาท" ตั้งโรงงานผลิตแบตฯ EV ในไทย

ซึ่งปัจจุบันก็มีหลากหลายบริษัทที่เข้ามาเซ็นสัญญาลงทุนและมีแผนที่จะเข้ามาลงทุนหลากหลายแบรนด์ เราได้รวบรวมข่าวสารข้อมูลต่างๆมาให้ดูกันว่า มีบริษัทหรือแบรนด์ไหนที่จะเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในไทยบ้าง

รายชื่อ 9 บริษัท ลงทุนตั้งโรงงานผลิตแบตฯ EV ในไทย

  1. BYD บริษัทจากจีน ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ที่สุดในโลก ลงทุน 17,000 ล้านบาท ตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน กำลังการผลิต 24 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี คาดว่าจะเริ่มผลิตในปี 2567
  2. GWM บริษัทจากจีน ลงทุน 22,000 ล้านบาท ตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่และชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า กำลังการผลิต 10 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี คาดว่าจะเริ่มผลิตในปี 2566
  3. CATL บริษัทจากจีน ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่อีกราย ลงทุน 23,000 ล้านบาท ตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน กำลังการผลิต 35 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี คาดว่าจะเริ่มผลิตในปี 2568
  4. Gotion High-Tech บริษัทจากจีน ลงทุน 1,200 ล้านบาท ตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน กำลังการผลิต 5 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี คาดว่าจะเริ่มผลิตในปี 2566
  5. AESC บริษัทจากญี่ปุ่น ตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน กำลังการผลิต 35 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี ร่วมลงทุนกับ Nissan และ NEC ยังไม่มีการประกาศตัวเลขการลงทุนและกำหนดการเริ่มผลิต
  6. PTT บริษัทจากไทย ร่วมทุนกับ Foxconn จากไต้หวัน ลงทุน 22,500 ล้านบาท ตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน กำลังการผลิต 40 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี คาดว่าจะเริ่มผลิตในปี 2568
  7. GPSC บริษัทจากไทย ร่วมทุนกับ CATL จากจีน ลงทุน 12,000 ล้านบาท ตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน กำลังการผลิต 15 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี คาดว่าจะเริ่มผลิตในปี 2567
  8. Indorama Ventures บริษัทจากไทย ลงทุน 1,800 ล้านบาท ตั้งโรงงานผลิตสารตั้งต้นสำหรับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน คาดว่าจะเริ่มผลิตในปี 2566
  9. บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ลงทุน 24,000 ล้านบาท ตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน กำลังการผลิต 40 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี คาดว่าจะเริ่มผลิตในปี 2568

ขณะนี้ทำให้งบลงทุนทั้ง 9 บริษัทรวมกันกว่า 200,000 ล้านบาทและยังมีบริษัทอื่นๆ ที่สนใจและวางแผนจะตั้งโรงงานแบตเตอรี่ EV ในประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะมีการลงทุนในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ในประเทศไทย มากกว่า 500,000 ล้านบาท ใน 5 ปีข้างหน้า

ไทยก้าวสู่ EV Hub อาเซียน งบลงทุนรวม "2 แสนล้านบาท" ตั้งโรงงานผลิตแบตฯ EV ในไทย

รายชื่อบริษัทที่จะเข้ามาวางแผนลงทุนและผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในไทยยังคงมีอีกหลากหลายแบรนด์ที่กำลังตัดสินใจเข้ามาลงทุนอยู่ เช่น

  • Tesla มีข่าวลือว่า Tesla กำลังมองหาพื้นที่สำหรับสร้างโรงงาน Gigafactory ในประเทศไทย คาดว่าจะสรุปแผนภายในปี 2567
  • Hyundai แสดงความสนใจลงทุนในไทย คาดว่าจะประกาศแผนอย่างเป็นทางการเร็วๆนี้
  • Volkswagen อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ คาดว่าจะตัดสินใจภายในปี 2566
  • Honda วางแผนลงทุน 33,000 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มผลิตแบตเตอรี่ในปี 2568
  • Toyota ร่วมลงทุนกับ Primearth EV Energy คาดว่าจะเริ่มผลิตแบตเตอรี่ในปี 2568

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันทำให้ประเทศไทยมีความเป็นไปได้สูงที่จะกลายเป็น EV Hub ของอาเซียน ด้วยปัจจัยต่างๆ เช่น นโยบายของรัฐบาล สนับสนุนอุตสาหกรรม EV อย่างจริงจัง มีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ส่งเสริมการลงทุน, ฐานการผลิตรถยนต์ ไทยมีฐานการผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน มี skilled labor และ ecosystem ที่พร้อมรองรับ, แรงจูงใจ รัฐบาลมีมาตรการจูงใจทั้งภาษี เงินอุดหนุน และไทยมีตลาด EV ที่เติบโตเร็วอีกทั้งมีบริษัทชั้นนำจากทั่วโลกเข้ามาลงทุน

แต่ยังมีปัจจัยด้านอื่นๆที่ต้องแก้ไขปัญหาเช่น ราคารถยนต์ไฟฟ้ายังสูง, มีสถานีชาร์จไม่เพียงพอ, ไทยยังขาดแคลนเทคโนโลยีบางด้าน, และประเทศอื่นๆในอาเซียนก็พยายามดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรม EV เช่นกัน 

สุดท้ายนี้ประเทศไทยมีโอกาสสูงที่จะเป็น EV Hub ของอาเซียน แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ส่งเสริมเทคโนโลยี และสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภค

related