
SHORT CUT
‘โรงไฟฟ้านิวเคลียร์SMRไทย’ ขยับอีกขั้น รัฐเร่งวางกติกา-ปั้นคน-ดันอุตสาหกรรมไทยรับ SMR แต่ ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ หวั่นต้นทุนจริงสูงกว่าที่ประเมิน กระทบต้นทุนผลิตไฟฟ้า และค่าไฟคนไทยในอนาคต
ทิศทางพลังงานไทยกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ หลังการจัดทำร่างแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย หรือ PDP 2026 เดินหน้าควบคู่กับเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดและลดการปล่อยคาร์บอน โดยหนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกจับตาคือ ‘SMR’ หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor) ซึ่งถูกนำมาพิจารณาเป็นหนึ่งในทางเลือกของโครงสร้างพลังงานในอนาคต
ประเด็นนี้ถูกหยิบขึ้นมาถกในงานเสวนา ‘The Big Issue PDP 2026 Energy Green Power’ จัดโดยฐานเศรษฐกิจ และโพสต์ทูเดย์ โดยภาคอุตสาหกรรมมองว่า SMR มีศักยภาพช่วยเพิ่มพลังงานสะอาด ขณะที่นักวิชาการตั้งคำถามถึงต้นทุนที่อาจถูกประเมินไว้ต่ำกว่าความเป็นจริง
นที สิทธิประศาสน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทางเลือกต่างๆ ในร่าง PDP 2026 มีสัดส่วนพลังงานสะอาดประมาณ 65% 73% และ 89% ซึ่งตัวเลขดังกล่าวมีการนำเทคโนโลยี SMR มารวมอยู่ด้วย
แม้ SMR จะไม่ใช่พลังงานหมุนเวียน หรือ RE (Renewable Energy) ในความหมายทั่วไป แต่ในระดับสากลถือเป็นพลังงานสะอาด เนื่องจากมีการปล่อยคาร์บอนต่ำ และสามารถสนับสนุนเป้าหมายการมุ่งสู่ Net Zero ของประเทศได้
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ถูกจับตาควบคู่กันคือ ‘ต้นทุน’ โดย ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และพลังงาน ตั้งข้อกังวลถึงตัวเลขต้นทุนค่าไฟฟ้าเฉลี่ย หรือ LCOE (Levelized Cost of Electricity) ของ SMR ที่นำมาใช้ประกอบการจัดทำร่าง PDP 2026 ซึ่งประเมินต้นทุนในอีก 10 ปีข้างหน้าไว้ราว 2 บาท และไม่ถึง 2.50 บาทต่อหน่วย
ศ.ดร.พรายพลมองว่า ตัวเลขดังกล่าวอาจต่ำกว่าความเป็นจริง หรือเป็นการ ‘Underestimate’ เมื่อเทียบกับต้นทุนเทคโนโลยีในปัจจุบัน จึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนสมมติฐานด้านราคาและต้นทุนของเทคโนโลยีต่างๆ ในร่างแผนให้รอบคอบ พร้อมทำ ‘Sensitivity Analysis’ หรือการวิเคราะห์ความอ่อนไหว เพื่อประเมินผลกระทบหากต้นทุน SMR ในอนาคตสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้
วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในงานเสวนายังมองว่า ต้นทุนที่แท้จริงของ SMR ในปัจจุบันเปรียบได้กับ ‘ฐานภูเขาน้ำแข็ง’ เพราะยังมีต้นทุนบางส่วนที่ประเมินได้ไม่ชัดเจน และอาจปรากฏขึ้นเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนก่อสร้างและดำเนินโครงการจริง
หากต้นทุนก่อสร้างหรือ LCOE ของ SMR สูงกว่าที่ประเมินไว้ ผลกระทบจึงอาจลามไปถึงต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและค่าไฟฟ้าในอนาคต ทำให้โจทย์ของพลังงานสะอาดไม่ได้มีเพียงการลดคาร์บอน แต่ต้องตอบให้ได้ด้วยว่าเทคโนโลยีดังกล่าวมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและไม่กลายเป็นภาระค่าไฟของประชาชนและภาคอุตสาหกรรมในระยะยาว
รัฐวางกติกา SMR แต่ยังไม่ตัดสินใจสร้าง
ขณะที่รัฐบาลเดินหน้าเตรียมความพร้อมด้านพลังงานนิวเคลียร์ โดยเฉพาะ SMR เพื่อสร้างทางเลือกด้านพลังงานในอนาคต แต่ย้ำว่ายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะก่อสร้างโรงไฟฟ้า SMR ที่ใด หรือเลือกใช้เทคโนโลยีจากผู้พัฒนารายใด
'ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์' รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (พนส.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบกรอบนโยบายการกำกับดูแลโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เพื่อเตรียมความพร้อมของประเทศให้สอดรับกับแนวทางของร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2024)
การประเมินความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานนิวเคลียร์ตามแนวทางของ IAEA ทั้ง 19 ประเด็น พบว่าไทยมีความพร้อมแล้ว 10 ประเด็น อีก 6 ประเด็นยังต้องพัฒนา และมี 3 เรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการ ได้แก่ การกำหนดนโยบายระดับชาติ การจัดตั้งองค์กรบริหารจัดการเพื่อขับเคลื่อนโครงการ หรือ Nuclear Energy Programme Implementing Organization (NEPIO) และการวางแผนจัดหาเงินลงทุน
4 กติกาหลัก ก่อนเดินหน้า SMR
ที่ประชุม พนส. จึงเห็นชอบแนวทางเตรียมความพร้อม 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
1. กฎหมายและความรับผิดทางนิวเคลียร์
มอบหมายให้สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) เร่งจัดทำร่าง พ.ร.บ. ความรับผิดทางแพ่งต่อความเสียหายทางนิวเคลียร์ เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี พร้อมวางระบบประกันภัย หลักประกันทางการเงิน และกองทุนของรัฐให้โปร่งใส เป็นธรรม และสอดคล้องมาตรฐานสากล
2. ปั้นกำลังคนรองรับเทคโนโลยี
กระทรวง อว. กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และกระทรวงพลังงาน จะร่วมจัดทำหลักสูตรและแผนพัฒนากำลังคนระยะยาว ทั้งด้านเทคโนโลยี SMR และการกำกับดูแลความปลอดภัย
3. จัดการกากกัมมันตรังสีตลอดวงจร
ปส. จะจัดทำกรอบนโยบายแห่งชาติด้านการจัดการกากนิวเคลียร์และเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นจนจบวงจรชีวิต เพื่อไม่ให้ปัญหาถูกส่งต่อเป็นภาระของคนรุ่นต่อไป
4. ดันผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ Supply Chain โลก
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จะร่วมกับ ปส. และสถาบันวิจัยที่เกี่ยวข้อง วางยุทธศาสตร์เชื่อมโยงและผลักดันผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลกของ SMR
ไม่ใช่แค่ซื้อเทคโนโลยี แต่ต้องสร้างมูลค่าให้ไทย
ยศชนัน ย้ำว่า การประชุมครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าไทยตัดสินใจเดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้า SMR หรือเลือกเทคโนโลยีใด แต่เป็นการเตรียมประเทศล่วงหน้าทั้งด้านกฎหมาย บุคลากร และระบบกำกับดูแล เพื่อให้มีข้อมูลและศักยภาพเพียงพอก่อนเข้าสู่การตัดสินใจเชิงนโยบาย
เป้าหมายคือเปลี่ยนบทบาทไทยจาก ‘Technology Buyer’ หรือผู้ซื้อเทคโนโลยี ไปสู่ ‘Technology Value Creator’ หรือประเทศที่สามารถสร้างคุณค่าจากเทคโนโลยีได้เอง
เพราะระบบนิเวศของ SMR ไม่ได้มีเพียงตัวโรงไฟฟ้า แต่ยังเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอีกหลายด้าน ตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วนรอบเตาปฏิกรณ์ เช่น ปั๊มและวาล์วสมรรถนะสูง วัสดุก่อสร้างขั้นสูงอย่างปูนและเหล็กที่ทนต่อรังสี ไปจนถึงระบบเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Integration) และระบบจำลองอัจฉริยะ (AI Digital Twin)
ดังนั้น การยกระดับเทคโนโลยีเหล่านี้เข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมไทยจำเป็นต้องใช้เวลา ทั้งด้านมาตรฐาน เทคโนโลยี และความปลอดภัย โดยรัฐบาลมองว่าการเตรียมความพร้อมต้องเริ่มก่อนที่เทคโนโลยีจะเข้ามาถึงประเทศ
ปส.ย้ำ ‘3S’ ต้องมาก่อน ความปลอดภัยสูงสุด
ด้าน นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ย้ำว่า ปส. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศ จะยึดหลัก ‘3S’ เป็นหัวใจสำคัญ ได้แก่ Safety หรือความปลอดภัย, Security หรือความมั่นคงปลอดภัย และ Safeguards หรือการพิทักษ์ความปลอดภัย
ขณะนี้ ปส. เร่งพัฒนากรอบระเบียบ ข้อบังคับ และแผนเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี ตั้งแต่ระดับนโยบายไปจนถึงระดับพื้นที่ พร้อมเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม รับรู้ข้อมูลอย่างโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ของไทย
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ พนส. จำนวน 6 ราย จากหลากหลายสาขา ทั้งวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ นิติศาสตร์ และแพทยศาสตร์ เพื่อร่วมวางรากฐานระบบนิเวศด้านนิวเคลียร์ของไทย
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า ภารกิจของรัฐบาลในเวลานี้ยังไม่ใช่การตัดสินใจ ‘สร้างโรงไฟฟ้า SMR’ แต่คือการวางกติกา ปั้นคน สร้างระบบกำกับดูแล และเตรียมภาคอุตสาหกรรมให้พร้อม ขณะเดียวกันโจทย์สำคัญจากเวที ‘The Big Issue PDP 2026 Energy Green Power’ คือการทำให้ต้นทุนของ SMR สะท้อนความเป็นจริงมากที่สุด
เพราะหากไทยต้องเดินหน้าเทคโนโลยีนิวเคลียร์ในอนาคต เป้าหมายไม่ได้อยู่แค่การมีโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้น แต่ต้องทำให้ไทยสามารถสร้าง ‘มูลค่า’ จากเทคโนโลยีนี้ได้เอง โดยไม่ทิ้งภาระต้นทุนและค่าไฟไว้ให้คนไทยในอนาคต