
SHORT CUT
เกาหลีใต้ทุ่มเมกะโปรเจกต์ 7.4 แสนล้านดอลลาร์ เปิดแผน 'K-GX' เดินหน้าเลิกพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล มุ่งสู่การเป็นผู้นำพลังงานสะอาด
รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศแผนการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์มูลค่าสูงกว่า 1 พันล้านล้านวอน หรือราว 7.4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้ยุทธศาสตร์ ‘การเปลี่ยนแปลงสีเขียวของเกาหลี’ (Korea Green Transformation: K-GX) จนถึงปี 2035 เพื่อเร่งเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน และลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างเต็มรูปแบบ หวังแก้โจทย์ความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ และรองรับมาตรการกำกับดูแลด้านคาร์บอนที่เข้มงวดขึ้นในระดับสากล
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีใต้เปิดเผยว่า แผนยุทธศาสตร์ K-GX มีดังนี้
โดยประธานาธิบดี ลี แจ มยอง ประกาศเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการยกระดับเกาหลีใต้จากการเป็นเพียงผู้ตาม ให้ก้าวขึ้นเป็นผู้สร้างและผู้นำตลาดสีเขียวระดับโลกด้วยตนเอง
ขณะที่ผลกระทบจากวิกฤตการณ์ตะวันออกกลางที่ทำให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกาหลีใต้ในฐานะหนึ่งใน ‘ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) รายใหญ่ที่สุดในเอเชีย’ ต้องเร่งสร้างความมั่นคงด้านพลังงานจากภายในประเทศ เนื่องจากสภาวะชะงักงันของอุปทานและภาวะความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์โลกได้สร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจในประเทศอย่างรุนแรง
นอกจากนี้รายงานจาก Ember สถาบันวิจัยด้านพลังงานสะอาด ยังระบุว่า การนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลเพื่อการผลิตพลังงานของเกาหลีใต้ในปี 2026 สูงถึง 1.33 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นตัวเลขเกือบ 6 เท่าของภาระหนี้สาธารณะประจำปี และสูงกว่างบประมาณด้านการป้องกันประเทศถึงเกือบ 3 เท่า
ทั้งนี้ การขยายกำลังการผลิตพลังงานลมและแสงอาทิตย์ตามเป้าหมาย 100 กิกะวัตต์ภายในปี 2030 คาดว่าจะช่วยเกาหลีใต้ลดภาระค่าใช้จ่ายในการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลได้สูงถึง 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งเป็นการเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงินและพลังงานของประเทศอย่างยั่งยืน