svasdssvasds

อิหร่านเผชิญ 'ฝนกรดดำ' หลังคลังน้ำมันถูกโจมตี หวั่นมลพิษระยะยาว

อิหร่านเผชิญ 'ฝนกรดดำ' หลังคลังน้ำมันถูกโจมตี หวั่นมลพิษระยะยาว

"มืดหม่นเหมือนอนาคตของชาวอิหร่านขณะนี้" คำบอกเล่าจากชาวอิหร่าน หลังถูกสหรัฐ-อิสราเอล ยิงถล่มคลังน้ำมัน สร้างควันดำหนาทึบลอยทั่วฟ้า สร้าง 'ฝนกรดสีดำ' อันตรายสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

กลุ่มหมอกควันหนาทึบสีดำทมิฬลอยฟุ้งเหนือท้องฟ้ากรุงเตหะรานของอิหร่าน หลังจากคลังน้ำมัน 4 แห่งและศูนย์โลจิสติกส์ปิโตรเลียมทั้งในและนอกกรุงเตหะรานถูกโจมตี การโจมตีดังกล่าว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 20 ราย

นอกจากชีวิตที่สูญเสียไป การโจมตีครั้งนี้ได้สร้างผลกระทบเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่ซัดเอามลพิษร้ายแรงมายังชาวอิหร่านกว่า 10 ล้านคนด้วย 

ในเช้าของวันอาทิตย์ที่ 8 มี.ค. 2569 เกิดฝนตกหนัก ทางการได้ประกาศเตือนถึง ‘ฝนกรดดำ’ อาจทำให้ผู้คนจำนวนมากมีอาการเจ็บคอและแสบตา หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของอิหร่านแนะนำให้ประชาชนในกรุงเตหะรานอยู่แต่ในบ้าน สภาเสี้ยวเดือนแดงของอิหร่านกล่าวว่า สารเคมีที่เป็นพิษและพวงพุ่งออกมาหลังจากถูกสหรัฐและอิสราเอลโจมตี อาจทำให้เกิดฝนกรดและเป็นอันตรายต่อผิวหนังและปอด 

Cr.Reuters

จึงแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเปิดเครื่องปรับอากาศ หรือออกไปข้างนอกขณะฝนตก นอกจากนี้ประชาชนต้องปกป้องอาหารที่เปิดโล่งและสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ข้างนอก และแม้ฝนจะหยุดตกแล้ว ก็ยังไม่ควรออกจากบ้าน เพราะการระเหยของในทำให้เกิดสารพิษในอากาศระดับสูงด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ นายแพทย์ชาห์ราม คอร์ดาสตี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยาและมะเร็งวิทยาชาวอิหร่านเตือนว่า ก๊าซพิษและฝุ่นละอองขนาดเล็กอาจทำให้ระคายเคืองตาและทางเดินหายใจ ทำให้มีอาการหอบหืด โรคปอด และโรคหัวใจแย่ลง เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งบางชนิด

เมื่อได้รับคำเตือนดังกล่าว สิ่งต่อมาที่ชาวอิหร่านต้องเจอคือ หน้ากากอนามัยและยาพ่นแก้หอบแพงขึ้น นายเอ (นามสมมุติ) ประชาชนชาวอิหร่านที่อาศัยอยู่ในเตหะรานเผยว่า “สถานการณ์น่ากลัวมากจนยากจะบรรยาย ควันปกคลุมไปทั่วเมือง ฉันหายใจไม่ออกอย่างรุนแรงและแสบร้อนที่ดวงตาและลำคอ หลายคนก็รู้สึกเช่นเดียวกัน แต่ผู้คนจำเป็นต้องออกไปข้างนอก เพราะไม่มีทางเลือก”

นายเอ ยังบอกอีกว่า แม้แต่หน้ากากอนามัยก็หายากซื้อยากแล้ว นี่คือความผิดพลาดครั้งใหญ่ และขอเรียกร้องให้ผู้มีความสามารถโดยเฉพาะสื่อต่างประเทศพิจารณาสถานการณ์ ว่าประชาชนควรทำอย่างไรภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้ นี่เป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติอย่างแท้จริง

Cr.Reuters

“ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้นมาก ผมซื้อเครื่องพ่นยามาในราคา 850,000 โมาน (หรือราว ๆ 200 บาท) ผู้คนจะเอาเงินจากไหนมาซื้อ คนเตหะรานจำนวนมากเป็นแรงงานรายวันซึ่งว่างงานมานานมากแล้ว อาหารก็แพงมาก หลายอย่างก็ขาดแคลน”

ไลลา ครูสาววัย 27 ปีในกรุงเตหะราน กล่าวว่า "เธอหายใจไม่ออก” ภาพที่เธอเห็นเหมือนมีอะไรบางอย่างคล้ายสัตว์ประหลาดสีดำกลืนกินท้องฟ้าเหนือกรุงเตหะรานไป และได้เปลี่ยนรถสีขาวกลายเป็นรถสีดำ” 

“ฉันนั่งอยู่ในรถแค่ 15 นาที แล้วก็สูดอากาศนี้เข้าไป ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร แต่ตอนนี้ฉันปวดหัว ผิวหนังบนใบหน้า โดยเฉพาะริมฝีปาก รู้สึกเจ็บและถลอก แสบร้อนและรู้สึกเหมือนมีแก๊สน้ำตาเจือจางอยู่ในอากาศ มันระคายเคืองตา และฉันต้องกระแอมบ่อยๆ” 

นอกจากมลพิษที่เกิดขึ้นฉับพลันกับผู้คนแล้ว ผู้เชี่ยวชาญยังกังวลต่อสารพิษจากฝนกรดที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจาก ฝนกรดดำเกิดจากการเผาไหม้น้ำมันที่ปล่อยเขม่าก้อนใหญ่พวยพุ่งออกมา ซึ่งสารพิษดังกล่าวจะลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ตกลงมาในรูปแบบฝนกรด ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพืชพรรณ สัตว์ป่า และระบบนิเวศโดยรอบ

Cr.Reuters

ผู้เชี่ยวชาญยังระบุอีกว่า ฝนดังกล่าวมีการปนเปื้อนสารไฮโดรคาร์บอน เขม่าคาร์บอน และฝุ่น PM2.5 รวมถึงสารก่อมะเร็งซึ่งเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง อีกทั้งยังมีโลหะหนักที่ถูกทำลายระเหยปนเปื้อนอยู่ในอากาศ 

ซึ่งมลพิษเหล่านี้สามารถทำให้แหล่งน้ำธรรมชาติกลายเป็นกรด หากค่า pH ลดต่ำกว่า 5 ปลาส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถอยู่รอดได้ และหากลดระดับ 4 แหล่งน้ำหลายแห่งแทบจะไม่เหลืออกซิเจนเลย และก็อาจทำให้สิ่งมีชีวิตในน้ำไม่สามารถอยู่รอดได้

ส่วนภาคพื้นดิน ฝนกรดจะทำให้แคลเซียมในดินลดลง ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญของพืช และอาจทำให้ธาตุอะลูมิเนียมที่เป็นพิษละลายออกมาสู่แหล่งน้ำ ทำลายสมดุลระบบนิเวศและส่งผลต่อการเติบโตของพืช

และสิ่งที่สำคัญที่สุด ฝนกรดอาจปนเปื้อนแหล่งน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภคของประชาชน ทำให้น้ำเกิดการปนเปื้อน และทำให้หลายชุมชนเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มได้

นอกจากนี้ หากสภาพอากาศไม่เป็นใจ เช่น ปริมาณลมและปริมาณฝนยังรุนแรงในขณะที่ไฟไหม้ยังไม่ดับสนิท ก็อาจปล่อยสารพิษออกมาต่อเนื่อง แต่กลุ่มควันจะจางลง แต่นักสิ่งแวดล้อมเตือนว่า มลพิษที่ตกค้างในดินและน้ำ รวมถึงอากาศอาจจะคงอยู่ไปอีกนานและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

ที่มาข้อมูล

The Guardian

Time Magazine

Fortune

related