
SHORT CUT
เชียงใหม่ฝุ่นพิษพุ่ง 4 วันติดอันดับ1ของโลก! แพทย์ เผย ปี’68 คนป่วยมะเร็งปอด รายใหม่ภาคเหนือ 2,500 ราย/ปี เสียชีวิต 1,800 ราย
ทุกปี ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ในภาคเหนือของไทยยังคงวนเวียนมาไม่จบไม่สิ้น ส่งผลให้ยอดผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมะเร็งปอดที่เพิ่มจำนวนขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือ ปัญหานี้กลายเป็นเงื่อนไขสุขภาพที่ประชาชนไม่อาจมองข้าม
สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ หนึ่งในจังหวัดที่เจอกับฝุ่นพิษอย่างหนักมาตลอด ล่าสุดเช้าวันที่ 1 เมษายน 2569 แอปพลิเคชันวัดคุณภาพอากาศ IQAir AirVisual รายงานว่า ค่าฝุ่น PM2.5 ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่พุ่งสูงจนติดอันดับ 1 ของโลกติดต่อกันเป็นวันที่ 4 โดยค่า AQI อยู่ที่ 235 ส่งผลกระทบต่อทุกคนอย่างรุนแรง ประชาชนและเด็กนักเรียนที่ต้องออกไปเรียนซัมเมอร์ต่างสวมหน้ากากอนามัย N95 กันทุกคน
บรรยากาศในตลาด ร้านขายยา และร้านสะดวกซื้อเต็มไปด้วยผู้คนพากันซื้อหน้ากากอนามัยและน้ำเกลือสำหรับล้างจมูก ทำให้ยอดขายหน้ากาก N95 เพิ่มขึ้นกว่า 30% ชายวัย 40 ปีชาวเชียงใหม่เล่าว่า “ปีนี้ฝุ่นหนักกว่าที่คิด ตอนแรกคิดว่าปีนี้อาจเบาลง แต่สถานการณ์กลับพุ่งสูงมาก หายใจลำบากและต้องดูแลตัวเองมากขึ้น”
กลุ่มงานสื่อสารองค์กร งานประชาสัมพันธ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยโดยอ้างอิงข้อมูลจาก อ.นพ.ปริญญา เรือนวิไล อาจารย์ประจำภาควิชาอายุรศาสตร์ หน่วยโรคระบบการหายใจ เวชบำบัดวิกฤตและภูมิแพ้ ว่า ผลสำรวจในปี 2568 พบผู้ป่วยมะเร็งปอดรายใหม่ในภาคเหนือถึง 2,500 รายต่อปี และเสียชีวิต 1,800 รายต่อปี
อ.นพ.ปริญญาอธิบายว่า มะเร็งปอดมักไม่แสดงอาการในระยะแรก และเมื่อแสดงอาการแล้ว มักเข้าสู่ระยะลุกลาม ทำให้รักษายาก มะเร็งปอดแบ่งเป็น 2 ชนิดหลัก ได้แก่
ชนิดเซลล์เล็ก (Small Cell Lung Cancer – SCLC) – แพร่กระจายไว มักพบในผู้สูบบุหรี่ชนิดไม่ใช่เซลล์เล็ก (Non-Small Cell Lung Cancer – NSCLC) – พบมากกว่า แบ่งย่อยเป็นหลายชนิด เช่น squamous, adenocarcinoma
กลุ่มเสี่ยงที่ควรระวัง ได้แก่ ผู้สูบบุหรี่หรืออยู่ใกล้ผู้สูบ ฝุ่น PM2.5 สารก่อมะเร็ง และผู้หญิงภาคเหนือ แม้ไม่สูบบุหรี่ก็มีความเสี่ยงสูงจากมลภาวะทางอากาศ อาการที่ควรสังเกต ได้แก่ ไอเรื้อรัง ไอมีเลือด หายใจลำบาก น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ และเจ็บหน้าอก หากพบอาการเหล่านี้ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์ทรวงอก CT scan หรือการตัดชิ้นเนื้อ
สำหรับการป้องกัน อ.นพ.ปริญญาแนะนำให้หลีกเลี่ยงฝุ่น PM2.5 สวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่เสี่ยง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพปอดเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงหรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคปอด
เชียงใหม่ยังคงเผชิญวิกฤตฝุ่น PM2.5 ที่สะสมมานาน การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพราะนอกจากผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว ปัญหาฝุ่นยังส่งผลต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของคนเชียงใหม่โดยตรง