
ดอยหาย = ตายผ่อนส่ง PM2.5 ภาคเหนือ เกินกำลังแล้ว ค่าฝุ่นพุ่งเกิน 800 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร รัฐควรประกาศเป็นเขตภัยพิบัติได้แล้ว เพื่อดึงอนุทินมาบัญชาการ
วันนี้ (31 มี.ค.2569) ค่าฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือยังวิกฤต ติดอัน 1 ของโลกติดต่อกันมาเป็นวันที่ 3 วัน โดยมีค่าฝุ่นพุ่งสูงมากกว่า 800 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยผศ.ดร.ว่าน วิริยา จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยังบอกเลยว่า
“ดอยหาย = ตายผ่อนส่ง เครื่องวัดฝุ่น pm2.5 ของกรมควบคุมมลพิษยังแตะ 700-800 ug/m3 ตั้งแต่ทำงานมายังไม่เคยถึงขนาดนี้...นี่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะครับ มันสูงมากๆๆๆๆ ภาครัฐควรส่งเสียงละครับ แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครออกมาเตือนอะไรสักอย่าง”
นอกจากนี้ ดร.ว่าน ยังตั้งคำถามด้วยว่า การที่ค่าฝุ่นพุ่งสูงมากขนาดนี้ แต่ภาครัฐยังบอกว่า อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ ….. รับได้สำหรับใคร? ฝุ่น PM2.5 ที่หายใจเข้าไป ไม่ได้อยู่แค่ในปอด แต่มีขนาดเล็กพอที่จะซึมเข้ากระแสเลือด และทำลายหลอดเลือดทั่วร่างกาย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ การที่จมูกแห้ง เป็นสัญญาณเตือนว่าระบบร่างกายกำลังถูกโจมตีอย่างหนัก
“เราต้องรอให้เด็กกี่คนเลือดไหล หรือต้องรอให้มีใครเสียชีวิตก่อน มาตรการเชิงรุกที่ทันเวลา ถึงจะถูกนำมาใช้ มาตรฐานค่าฝุ่นที่ปลอดภัยของไทย สอดคล้องกับคำแนะนำใหม่ของ WHO แล้วหรือยัง? ถ้ายังทำไมเราถึงยอมให้ประชาชนเสี่ยง?”
ด้าน นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ หรือ สส.ตี๋ เชียงใหม่ ได้โพสต์แสดงความเห็นถึงวิกฤตฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ โดยเผยว่า
“PM2.5 ภาคเหนือ เกินกำลังพื้นที่เข้าเกณฑ์ประกาศภัยพิบัติ 9 จังหวัด ผู้ว่าฯต้องประกาศเขตภัยพิบัติ-ยกระดับเป็นภัยระดับสามให้รมว.มหาดไทยมาบัญชาการโดยด่วน”
นอกจากนี้ สส.ตี๋ ยังอธิบายว่า ถ้าเราประกาศเขตพิบัติ PM2.5 แล้วจะได้อะไร?
1.เมื่อผู้ว่าฯประกาศเขตภัยพิบัติ ยกระดับเป็นภัยระดับ 3 เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมาบัญชาการ (อนุทิน ชาญวีรกูล) เพราะเรื่องนี้เกินกำลังจังหวัดแล้ว
2.เมื่อรัฐบาลเข้ามาบัญชาการโดยตรง ก็จะมีวอร์รูมระดับภาค และมีอำนาจสั่งกระทรวงต่าง ๆ เสริมกำลังการจัดการระดับประเทศ
3.ปลดล็อกการใช้งบประมาณฉุกเฉิน (เงินทดลองราชการ) ที่ทุกจังหวัดจะมีงบ 50 ล้านบาทต่อจังหวัด และเมื่อยกระดับเป็นระดับ 3 แต่ละกระทรวงจะมีงบประมาณส่วนนี้เฉพาะ เช่น ก.กลาโหม 100 ล้านบาท สำนักนายกฯ 100 ล้านบาท ก.เกษตรฯ 100 ล้านบาท ก.มหาดไทย 50 ล้านบาท และอีกหลายกระทรวง
4.งบฉุกเฉอนมีในกระเป๋าแล้วกว่า 620 ล้านบาท ยังขยายได้อีก แต่ต้องประกาศเขตภัยพิบัติก่อนจึงจะใช้ได้
5.เงินกว่า 620 ล้านบาท สามารถใช้ไปกับ
สส.ตี๋ ยังเผยอีกว่า สถานการณ์ตอนนี้ต้องยอมรับว่า ปัญหานี้ต้องมีการเตรียมการล่วงหน้ากันนานามากแล้ว ในตลอด 1 ปี กับหลายรัฐบาลที่ผ่านมา แต่ท้ายที่สุดก็ไม่มีการเตรียมการล่วงหน้า แม้จะยกประเด็นขึ้นในสภาหลายครั้ง ตอนนี้เราไม่สามารถแก้ปัญหาได้ 100% แต่เราต้องลดผลกระทบด้านสุขภาพกับประชาชนให้ได้มากที่สุด และจัดการกับต้นเหตุให้เหลือน้อยที่สุด
นี่คือสิ่งที่ผู้นำทุกระดับ รัฐบาล รัฐมนตรี ทั้งหลายต้องดำเนินการ ผมไม่สนว่าคุณจะเข้ามาในตำแหน่งด้วยวิธีใด จะแบ่งมุ้ง แบ่งเก้าอี้อย่างไร แต่ขอให้ทุกคนทำงานตามอำนาจที่ตนมีอยู่ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ หากไม่รู้ว่าอำนาจที่ตนได้มาทำอะไรบ้าง ก็ขอให้ยอมรับว่าตนไม่รู้แล้วรับฟังให้รอบด้านด้วย