
SHORT CUT
รมว.สุชาติ นำทัพประชุมแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองทั่วประเทศ ภาคเหนือยังวิกฤต ทั่วไทยพบจุดความร้อน759 จุด ป่าอนุรักษ์ 463 จุด ป่าสงวนฯ 175 จุด
เช้าวันนี้ (19 เมษายน 2569) ค่าฝุ่น PM 2.5 ยังวิกฤต ร่วมถึงสถานการณ์ไฟป่าก็ยังน่าเป็นห่วง โดยหลายจังหวัดค่าฝุ่นยังน่าตกใจ เช่น จังหวัดน่านยังเป็นสีม่วงเข้ม จังหวัดแพร่ สีแดง เชียงราย แดง เชียงใหม่แดง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนมากที่รัฐต้องเร่งช่วยเหลือ ล่าสุด ‘สุชาติ ชมกลิ่น’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์และมอบแนวทางแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ที่ จังหวัดเชียงใหม่
โดยมี ‘อรรถพล เจริญชันษา’ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง ควบคุมไฟป่า และหมอกควัน ในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า เข้าร่วมขับเคลื่อนมาตรการและรายงานสถานการณ์วิกฤตในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย รวมถึงรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่และผู้แทนจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นในรูปแบบ Hybrid เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพในการสั่งการและปฏิบัติงานทั่วประเทศ
รมว.ทส. ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความห่วงใยต่อเจ้าหน้าที่ภาคสนามที่ปฏิบัติงานอย่างหนักในการแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันภาคเหนือ ซึ่งปีนี้เผชิญกับสภาวะแห้งแล้งจัดและฝนทิ้งช่วง ท่านได้ชื่นชมการทำงานเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ที่เสียสละกินนอนในป่าเพื่อดับไฟ โดยบูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและภาคประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้สูญเสียจากการปฏิบัติหน้าที่ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกคน
นายสุชาติ ชมกลิ่น กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล มุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหานี้ให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยเน้นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ เช่นเดียวกับกรณีของกรุงเทพมหานครที่เคยเผชิญวิกฤต PM 2.5 อย่างรุนแรง ซึ่งสามารถแก้ไขได้ถูกทางผ่านมาตรการต่าง ๆ สำหรับพื้นที่ภาคเหนือมีปัจจัยเพิ่มเติมคือปัญหาไฟป่าที่เกิดจากทั้งในประเทศและปัญหาหมอกควันข้ามแดน โดยเฉพาะจุดความร้อนจากประเทศเมียนมาที่บางครั้งมีจำนวนสูงกว่าไทยและพัดเข้าสู่พื้นที่เชียงใหม่และเชียงราย ซึ่งกรมควบคุมมลพิษได้เร่งประสานความร่วมมือกับเมียนมาและลาวเพื่อช่วยกันลดจุดความร้อนเหล่านี้อย่างเร่งด่วน
รมว.ทส. ยอมรับว่าในปีนี้มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณเนื่องจากเป็นช่วงรอยต่อของรัฐบาลรักษาการ แต่ปัจจุบันรัฐบาลมีอำนาจเต็มแล้ว จึงกำลังเร่งดำเนินการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนหน่วยงานที่ตกค้าง ทั้งในส่วนของกลาโหม มหาดไทย และภาคชุมชน โดยมีการนำงบประมาณจากรายได้การท่องเที่ยวในภาคใต้มาช่วยสนับสนุนการทำงานในภาคเหนือเพื่อความเท่าเทียม ท่านยังได้ขอความร่วมมือจากผู้นำท้องถิ่นและฝ่ายปกครองในการกำชับกำนันผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยสืบหาข่าวกลุ่มผู้ที่ลักลอบเผาป่าเพื่อหาของป่า ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่สร้างความเดือดร้อนและอันตรายต่อเจ้าหน้าที่อย่างยิ่ง โดยมีเหตุการณ์สลดที่เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าที่อุดรธานีประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอีกหลายราย
รายงานสถานการณ์ไฟป่าและจุดความร้อน (Hotspot) ทั่วประเทศในปัจจุบันตรวจพบจุดความร้อน (Hotspot) รวม 759 จุด โดยกระจายอยู่ในป่าอนุรักษ์ 463 จุด ป่าสงวนแห่งชาติ 175 จุด และพื้นที่นอกป่า 121 จุด แม้ว่าภาพรวมจำนวนจุดความร้อนจะมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ทุกภาคส่วนยังคงร่วมมือปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง โดยได้ดำเนินการปิดพื้นที่อนุรักษ์ไปแล้วรวม 204 แห่ง และมีการประกาศปิดอย่างไม่มีกำหนดในพื้นที่ที่มีสถานการณ์ไฟป่ารุนแรงอีก 6 แห่ง นอกจากนี้ยังมีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดไปแล้ว 24 คดี และคดีลักลอบล่าสัตว์ป่าอีก 23 คดี ซึ่งพบพฤติกรรมการเผาป่าร่วมด้วย
สำหรับสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 พบว่าต้นกำเนิดสำคัญมาจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งกลุ่มควันได้ไหลเข้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ แม้ว่าจำนวนจุดความร้อนและพื้นที่เผาไหม้จะเริ่มลดลง แต่สภาพอากาศที่ปิดและการระบายอากาศที่ไม่ดีส่งผลให้ยังคงมีหมอกควันสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก โดยจังหวัดที่มีสถิติการเผาป่าสูง ได้แก่ แม่ฮ่องสอน, กาญจนบุรี, เชียงใหม่, ตาก, น่าน, อุตรดิตถ์, ลำปาง, พะเยา, ชัยภูมิ และเชียงราย
ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวเสริมว่า อุปสรรคสำคัญในปีนี้คือสภาวะความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายจังหวัด ส่งผลให้เชื้อเพลิงในป่าแห้งตัวและเกิดไฟไหม้กระจายตัวเป็นวงกว้างในเวลาเดียวกัน กรมอุทยานฯ ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานชี้แจงแก่ประชาชนถึงมาตรการประกาศปิดป่า ซึ่งหมายถึงการห้ามบุคคลใดบุคคลหนึ่งเข้าไปในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนตามกฎหมาย เว้นแต่บุคคลหรือชุมชนที่ผ่านการคัดกรองและลงทะเบียนเพื่อเข้าเก็บหาของป่าในพื้นที่และเวลาที่ผ่อนปรนให้เท่านั้น หากพื้นที่ใดพบความเสียหายจากไฟป่าลุกลามอย่างหนักถึงร้อยละ 70-80 จะจำเป็นต้องประกาศปิดป่าถาวรจนกว่าธรรมชาติจะฟื้นฟู
นอกจากนี้ กรมอุทยานฯ ได้สั่งการให้หัวหน้าพื้นที่ป่าอนุรักษ์นำแนวทาง "เชียงดาวโมเดล" มาใช้เป็นต้นแบบในการจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมกับชุมชน โดยครอบคลุมทั้งแผนการป้องกัน แผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงก่อนฤดูไฟ แผนเผชิญเหตุ แผนการใช้ประโยชน์พื้นที่ และแผนฟื้นฟูป่าหลังเกิดไฟไหม้ ซึ่งแผนการดำเนินงานทั้งหมดนี้จะถูกรวบรวมเข้าสู่ระบบราชการเพื่อบรรจุเป็นแผนงบประมาณบูรณาการในปี 2569 และ 2570 เพื่อให้การจัดการไฟป่าในอนาคตมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป
นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะเดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่เพื่อบัญชาการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและผลักดันการแก้ปัญหา PM 2.5 ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม จึงขอให้อธิบดีกรมอุทยานฯ และกรมป่าไม้ เร่งทำโมเดลการทำงานร่วมกับชุมชนเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่าและใช้ประโยชน์อย่างสมดุล โดยยึดถือประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญและมุ่งสู่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนต่อไป พร้อมกันนี้ รมว.ทส.ยังได้ขอให้ประชาสัมพันธ์จังหวัดช่วยสื่อสารความจริงใจและความตั้งใจจริงของภาครัฐให้ประชาชนได้รับทราบ อย่าให้ประเด็นเรื่องไฟป่าและมลพิษถูกนำไปบิดเบือนเป็นเรื่องการเมือง ซึ่งจะทำให้ภาพพจน์การทำงานเสียหาย