
SHORT CUT
ปัญหาน้ำเสียยังต้องเร่งแก้ไข คพ. เร่งยกระดับมาตรฐานน้ำเสีย กำชับแหล่งกำเนิดมลพิษจัดหา “ผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย” ภายใน เม.ย. 69
ท่ามกลางภาพจำของประเทศไทยในฐานะแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เบื้องหลังความงดงามนั้นกลับซ่อนวิกฤตที่กำลังก่อตัวเงียบๆ “น้ำเสีย” จากทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ กำลังไหลรวมลงสู่แม่น้ำลำคลองทั่วประเทศโดยขาดการบำบัดอย่างมีประสิทธิภาพ จากชุมชนเมืองที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว สู่ภาคอุตสาหกรรมและบริการที่เติบโตต่อเนื่อง ปริมาณน้ำเสียเพิ่มสูงขึ้นจนเกินขีดความสามารถของระบบจัดการ หลายพื้นที่เริ่มเผชิญน้ำเน่า กลิ่นเหม็น และผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน
วันนี้จะพาไปสำรวจต้นตอของปัญหา ตั้งแต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวันของคนเมือง ไปจนถึงช่องโหว่ในการควบคุมของภาคธุรกิจ พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่า ประเทศไทยกำลังเดินมาถึงจุดที่ต้อง “เลือก” ระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับคุณภาพสิ่งแวดล้อมแล้วหรือไม่ ใครควรเป็นผู้รับผิดชอบก่อนที่สายน้ำจะไม่อาจฟื้นคืนได้อีกต่อไป
‘สุรินทร์ วรกิจธำรง’ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า คพ. ได้ออกกฎกระทรวงการปฏิบัติงานเป็นผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสียและผู้รับจ้างให้บริการบำบัดน้ำเสีย พ.ศ. 2567 เนื่องจากพบว่าสถานประกอบการส่วนใหญ่ประสบปัญหาในการเดินระบบบำบัดน้ำเสีย และพบว่ามีการระบายน้ำทิ้งไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ดังนั้น จึงควรให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถด้านการควบคุมมลพิษทางน้ำ โดยมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจากสภาวิศวกร และสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย ให้กับสถานประกอบการ ซึ่งจะส่งผลให้การระบายน้ำทิ้งเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด และส่งผลให้คุณภาพน้ำในแหล่งน้ำดีขึ้น
สุรินทร์ กล่าวว่า แหล่งกำเนิดมลพิษที่ถูกกำหนดให้ต้องมีผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย จะเป็นสถานประกอบการที่มีปริมาณน้ำเสียมาก และมีความสกปรกสูง ได้แก่ อาคาร ที่ดินจัดสรร ฟาร์มสุกร ระบบบำบัดน้ำเสียรวมชุมชน และแหล่งกำเนิดที่มีน้ำเสียมากกว่า 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เช่น นิคมอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ไม่รวมโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากมีผู้ควบคุมมมลพิษทางน้ำตาม พรบ.โรงงาน กำกับการควบคุมระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงานอยู่แล้ว
คพ. ได้กำหนดให้อาคารอยู่อาศัย เช่น คอนโด รวมทั้ง อาคารพาณิชย์ - สถานพยาบาล – ที่ดินจัดสรร – การเลี้ยงสุกร – ระบบบำบัดน้ำเสียรวมชุมชน - แหล่งกำเนิดมลพิษที่มีระบบบำบัดน้ำเสียตั้งแต่ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวันขึ้นไป ต้องมีผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย โดยเริ่มบังคับใช้กับสถานพยาบาล และอาคารพาณิชย์ เช่น โรงแรม ศูนย์การค้า ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2568 สำหรับแหล่งกำเนิดมลพิษอื่นจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 ทั้งนี้ ผู้ประกอบการแหล่งกำเนิดมลพิษ สามารถค้นหาและแต่งตั้งผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย ได้ทางระบบฐานข้อมูลเพื่อการตรวจสอบและควบคุมมลพิษทางน้ำ