ออสเตรเลียลุยภารกิจใช้ 'หมาดมกลิ่น' กู้ชีพโคอาลาจากไฟป่า

ออสเตรเลียลุยภารกิจใช้ 'หมาดมกลิ่น' กู้ชีพโคอาลาจากไฟป่า

เมื่อบ้านหายไปเพราะโลกร้อน โคอาลากำลังเสี่ยงสูญพันธุ์ โปรเจกต์สุดล้ำจึงเปลี่ยนสัญชาตญาณ 'หมาซนพลังสูง' ให้กลายเป็นนักสืบสี่ขากู้ชีพเพื่อนร่วมโลก

SHORT CUT

  • ออสเตรเลียใช้สุนัขดมกลิ่นที่ฝึกมาเป็นพิเศษจากสถานสงเคราะห์ เพื่อค้นหาและช่วยเหลือโคอาลาที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าและการสูญเสียถิ่นที่อยู่
  • สุนัขใช้ความสามารถในการดมกลิ่นที่ไวกว่ามนุษย์เพื่อตามรอยจากมูลหรือขนของโคอาลาที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้สูง ทำให้การค้นหาและช่วยเหลือมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ภารกิจนี้นอกจากจะช่วยชีวิตโคอาลาโดยตรงแล้ว ยังช่วยเก็บข้อมูลสำคัญเพื่อระบุพื้นที่ปลอดภัยและประเมินสุขภาพของประชากรโคอาลาสำหรับวางแผนการอนุรักษ์

เมื่อบ้านหายไปเพราะโลกร้อน โคอาลากำลังเสี่ยงสูญพันธุ์ โปรเจกต์สุดล้ำจึงเปลี่ยนสัญชาตญาณ 'หมาซนพลังสูง' ให้กลายเป็นนักสืบสี่ขากู้ชีพเพื่อนร่วมโลก

รู้ไหมว่า 'โคอาลา' สัตว์ไอคอนสุดน่ารักของออสเตรเลีย กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตครั้งใหญ่?

การขยายตัวของเมือง การถางป่า และไฟป่าที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ กำลังบีบให้บ้านของพวกมันเล็กลง เมื่อบ้านหายไป โคอาลาก็ต้องเดินดิน เสี่ยงต่อการโดนรถชน ถูกสัตว์อื่นทำร้าย หรือเครียดจนติดโรคได้ง่ายขึ้น แต่ปัญหาคือ "เราจะช่วยพวกมันทันได้ยังไง ในเมื่อพวกมันชอบพรางตัวอยู่บนยอดไม้สูงลิ่วในป่ากว้าง?"

นี่คือจุดเริ่มต้นของภารกิจสุดล้ำ เมื่อกองทุนระหว่างประเทศเพื่อสวัสดิภาพสัตว์ (IFAW) ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยซันไชน์โคสต์ (UniSC) ผุดโปรเจกต์ดึงตัว 'น้องหมาไฮเปอร์สุดแสบ' มารับบท 'นักสืบสี่ขา' ช่วยชีวิตเพื่อนร่วมโลก

โอกาสครั้งใหม่ในป่าใหญ่

มนุษย์เราอาจจะมองหาโคอาลายาก เพราะพวกมันมักจะพรางตัวเนียน ๆ อยู่บนยอดไม้สูงลิ่ว แต่สำหรับสุนัขแล้ว พวกมันใช้ 'จมูก' มองเห็นโลก ซึ่งไวกว่าพวกเราถึง 100,000 เท่า!

โครงการนี้จึงได้เข้าไปคัดเลือกสุนัขมาร่วมทีม โดยทาง IFAW ระบุว่า "เราฝึกสุนัขที่เคยอยู่ในสถานสงเคราะห์และมีพลังงานสูง ซึ่งหากไม่ได้รับการฝึกสอน สุนัขเหล่านี้อาจไม่มีโอกาสได้รับการรับเลี้ยงเลย” เนื่องจากความแอ็กทีฟและซนทะลุปรอทจนคนทั่วไปอาจจะเลี้ยงไม่ไหว แต่ในโลกของการอนุรักษ์ พฤติกรรมบ้าพลังนี้คือขุมทรัพย์ชั้นดี! เพราะพวกมันจะมองว่าการวิ่งฝ่าป่าทึบเพื่อดมหา 'มูล' หรือ 'ขน' ของโคอาลา เป็นเกมที่สนุกที่สุดในโลก โดยมีรางวัลตอบแทนเป็นแค่ 'ลูกบอลลูกเดียว' เท่านั้น สัญชาตญาณความไฮเปอร์ จึงถูกเปลี่ยนมาเป็นพลังในการปกป้องสิ่งแวดล้อม

ตำนาน 'Bear' และการส่งต่อไม้ต่อ

ที่มา: Bear, the koala detection dog /ifaw

หากจะพูดถึงความสำเร็จของโครงการนี้ คงต้องเอ่ยถึง 'Bear' สุนัขพันธุ์บอร์เดอร์ คอลลี ผสมคูลลี ผู้เป็นตำนาน 'สวมรองเท้าบูตสีแดง' ลุยพื้นที่ไฟป่า 'Black Summer' เพื่อค้นหาโคอาลาที่บาดเจ็บและขาดน้ำจนช่วยชีวิตพวกมันไว้ได้นับร้อยตัว

ล่าสุดในเดือ นมีนาคม 2026 'Bear' ได้ประกาศเกษียณอายุอย่างเป็นทางการในวัย 11 ปี หลังจากทำงานรับใช้ธรรมชาติมาอย่างยาวนานนับทศวรรษ แต่มรดกที่น้องทิ้งไว้คือความเชื่อมั่นในโครงการนี้ ปัจจุบันทีมวิจัยกำลังตามหา 'ทายาทคนใหม่' จากสถานสงเคราะห์สุนัข เพื่อมาสานต่อภารกิจดมกลิ่นกู้ชีพ โดยใช้เกณฑ์เดิมคือต้องเป็นสุนัขที่ 'บ้าลูกบอล' และมีพลังงานเหลือล้นเหมือนรุ่นพี่อย่าง 'Bear' นั่นเอง

อึ 1 ก้อน และขน 1 เส้น บอกอะไรเราได้บ้าง?

เมื่อเหล่านักสืบสี่ขาส่งสัญญาณด้วยการหมอบลงที่โคนต้นไม้ สิ่งที่ทีมวิจัยจะได้ไม่ใช่แค่ตัวโคอาลา แต่คือข้อมูลมหาศาลที่มนุษย์แทบไม่มีทางหาเจอได้เอง:

  • ระบุพิกัดเซฟโซน: รู้แน่ชัดว่าป่าผืนไหนคือ 'บ้านหลัก' เพื่อใช้เป็นหลักฐานให้ภาครัฐประกาศเป็นเขตพื้นที่อนุรักษ์และห้ามบุกรุกถางป่า
  • ตรวจสุขภาพเชิงลึก: ตัวอย่างมูลที่เก็บมา สามารถนำไปตรวจ DNA เพื่อดูความหลากหลายทางพันธุกรรม ตรวจหาโรค และวิเคราะห์ความเครียดของประชากรโคอาลาในพื้นที่นั้น ๆ ได้ทันที

จัดวางสิ่งมีชีวิตให้ถูกที่ ถูกเวลา

โมเดลนี้คือตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของการเยียวยาโลก เพราะมันพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตไหนที่ไร้ค่า แต่อยู่ที่ว่าเราจัดวางเขาไว้ถูกที่หรือเปล่า สุนัขที่เคยเกือบหมดโอกาสในสถานสงเคราะห์ พอย้ายมาอยู่ในป่า พวกเขากลายเป็นฮีโร่ที่ช่วยปกป้องโคอาลาไม่ให้สูญพันธุ์ และช่วยให้มนุษย์มีข้อมูลที่แม่นยำในการรักษาผืนป่าเพื่อรับมือกับภาวะโลกร้อนต่อไป

อ้างอิง : ifaw

related