'โลกร้อน' คุกคามพืชทั่วโลก หลายชนิด 'เสี่ยงสูญพันธุ์' สิ้นศตวรรษนี้

'โลกร้อน' คุกคามพืชทั่วโลก หลายชนิด 'เสี่ยงสูญพันธุ์' สิ้นศตวรรษนี้

ผลวิจัย เผยพันธุ์พืชทั่วโลกกว่า 7 - 16% อาจสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยมากกว่า 90% ภายในสิ้นศตวรรษนี้ เนื่องจากโลกร้อนส่งผลให้เกิดภัยแล้ง ไฟป่าและอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้น

SHORT CUT

  • งานวิจัยเตือน พืชทั่วโลกกว่า 7 - 16% เสี่ยงสูญพันธุ์ภายในสิ้นศตวรรษนี้ เพราะสูญเสียถิ่นอาศัยจาก ‘โลกร้อน’ ภัยแล้ง และไฟป่า
  • แม้พืชจะย้ายไปพื้นที่ใหม่ได้ แต่ความเสี่ยงยังสูง เพราะพื้นที่ที่เหมาะต่อการอยู่รอดกำลังลดลงทั่วโลก
  • การเปลี่ยนแปลงของพืชจะกระทบทั้งระบบนิเวศ อาหาร สัตว์ป่า และการกักเก็บคาร์บอน ซึ่งอาจส่งผลต่อมนุษย์เป็นลูกโซ่

ผลวิจัย เผยพันธุ์พืชทั่วโลกกว่า 7 - 16% อาจสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยมากกว่า 90% ภายในสิ้นศตวรรษนี้ เนื่องจากโลกร้อนส่งผลให้เกิดภัยแล้ง ไฟป่าและอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้น

นักวิทยาศาสตร์ เตือนว่า พืชจำนวนมากที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์อันคุ้นตาอาจไม่สามารถอยู่รอดได้ภายในสิ้นศตวรรษนี้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการสูญเสียชนิดพันธุ์ หลังสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการดำรงชีวิตของพืชหลายชนิดลดลงหรือเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ทีมนักวิจัยได้จัดทำแบบจำลองขึ้น เพื่อคาดการณ์ขอบเขตการกระจายพันธุ์ในอนาคตของพืชมีท่อลำเลียง (Vascular Plants) กลุ่มพืชที่มีระบบลำเลียงน้ำและสารอาหาร ซึ่งคิดเป็นเกือบทั้งหมดของพืชบนโลก โดยศึกษาพืชมากกว่า 67,000 ชนิด หรือประมาณ 18% ของพืชมีท่อลำเลียงที่มนุษย์รู้จักในปัจจุบัน

ผลการศึกษาพบว่า พืชประมาณ 7% - 16% อาจสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยมากกว่า 90% ภายในช่วงปลายศตวรรษนี้ ซึ่งจะทำให้เผชิญความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์ โดยในกลุ่มพืชที่ได้รับผลกระทบ มีทั้ง Catalina Ironwood หรือ Island Ironwood ต้นไม้หายากเฉพาะถิ่นในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ รวมถึง ต้นกนกนารีสีฟ้า (Bluish spike-moss) พืชในสายวิวัฒนาการโบราณ ที่มีอายุย้อนไปมากกว่า 400 ล้านปี

'โลกร้อน' คุกคามพืชทั่วโลก หลายชนิด 'เสี่ยงสูญพันธุ์' สิ้นศตวรรษนี้

นอกจากนี้ ยังพบว่า ราว 1 ใน 3 ของพืชสกุลยูคาลิปตัส ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มพืชที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของออสเตรเลียก็อาจได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเช่นกัน

ทีมนักวิจัยได้ข้อสรุปดังกล่าวจากการวิเคราะห์ข้อมูลหลายล้านรายการเกี่ยวกับตำแหน่งการกระจายตัวของพืช ควบคู่ไปกับการจำลองสถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในช่วงปี 2081-2100 โดยจากการศึกษา พบว่า ถิ่นที่อยู่อาศัยของพืชไม่ได้หมายถึงเพียงจุดใดจุดหนึ่งบนแผนที่ แต่หมายถึงชุดเงื่อนไขทั้งหมดที่จำเป็นต่อการอยู่รอด ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ ปริมาณฝน ชนิดของดิน การใช้ประโยชน์พื้นที่ รวมถึง ลักษณะภูมิประเทศ เช่น ร่มเงา

'โลกร้อน' คุกคามพืชทั่วโลก หลายชนิด 'เสี่ยงสูญพันธุ์' สิ้นศตวรรษนี้

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science ระบุว่า ในหลายพื้นที่ของโลก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้ชุดเงื่อนไขที่เหมาะสมเหล่านี้ลดลง ส่งผลให้พื้นที่ ซึ่งยังคงมีองค์ประกอบครบถ้วนสำหรับการอยู่รอดของพืชแต่ละชนิดเหลือน้อยลงเรื่อย ๆ

ตาม ปกติแล้ว การเคลื่อนย้ายของพืชเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ และต้องใช้เวลาหลายชั่วอายุของพืช  ผ่านกระบวนการแพร่กระจายของเมล็ดหรือสปอร์ ซึ่งต้องอาศัยลม น้ำ สัตว์ หรือแรงโน้มถ่วง แต่สิ่งที่ทำให้นักวิจัยประหลาดใจคือ แม้จะสมมติให้พืชสามารถเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ใหม่ที่เหมาะสมได้อย่างไร้ข้อจำกัด อัตราความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ก็ยังแทบไม่แตกต่างจากสถานการณ์จริง

ข้อค้นพบนี้มีนัยสำคัญอย่างยิ่งต่อแนวทางอนุรักษ์ในอนาคต เนื่องจากที่ผ่านมา นักอนุรักษ์จำนวนมากมองว่า การช่วยย้ายถิ่น  (Assisted Migration) ซึ่งหมายถึงการช่วยนำพืชไปปลูกในพื้นที่ใหม่ที่เหมาะสมกว่า อาจเป็นทางออกสำคัญของวิกฤตภูมิอากาศ อย่างไรก็ตาม หากปัญหาหลักคือการที่พื้นที่เหมาะสมโดยรวมกำลังลดลง การช่วยเคลื่อนย้ายพืชเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะรักษาความหลากหลายทางชีวภาพเอาไว้ได้

ผลกระทบที่คาดการณ์ไว้ยังแตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาค โดยพืชที่ปรับตัวให้เข้ากับสภาพหนาวเย็นในแถบอาร์กติกอาจสูญเสียถิ่นอาศัยเมื่อพื้นที่ที่มีอากาศหนาวจัดลดลง ขณะที่พื้นที่แห้งแล้ง เช่น บางส่วนของพื้นที่ทางตะวันตกของสหรัฐฯ และภูมิภาคที่มีภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน จะเผชิญความเสี่ยงจากภัยแล้งที่รุนแรงขึ้น ความชื้นในดินลดลง และไฟป่าที่เกิดบ่อยขึ้น

ส่วนทางตอนใต้และชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลีย ภูมิประเทศชายฝั่งทะเลอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการขยายถิ่นอาศัยของพืช

'โลกร้อน' คุกคามพืชทั่วโลก หลายชนิด 'เสี่ยงสูญพันธุ์' สิ้นศตวรรษนี้

ขณะเดียวกัน งานวิจัยยังพบว่า ความหลากหลายของพืชในท้องถิ่นอาจเพิ่มขึ้น 28% ของพื้นผิวโลก เมื่อพืชบางสายพันธุ์เคลื่อนเข้าสู่พื้นที่เหมาะสมใหม่ โดยพื้นที่ที่อาจเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวได้แก่ พื้นที่เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนบางแห่งซึ่งมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นและอาจช่วยให้พืชชนิดใหม่สามารถเติบโตได้ แม้อุณหภูมิจะสูงขึ้นก็ตาม

นักวิจัยอธิบายว่า การเพิ่มขึ้นของจำนวนชนิดพืชในบางพื้นที่ไม่ได้หมายความว่าระบบนิเวศโดยรวมกำลังดีขึ้นแต่ปรากฎการณ์ลักษณะนี้คือการสับเปลี่ยนครั้งใหญ่ของพืชทั่วโลก โดยบางชนิดกำลังหายไปจากพื้นที่ดั้งเดิม ขณะที่บางชนิดย้ายเข้าไปในพื้นที่ใหม่

การเปลี่ยนแปลงนี้ยังอาจก่อให้เกิด “ชุมชนพืชรูปแบบใหม่” (Novel Communities) ซึ่งหมายถึงกลุ่มพืชที่ไม่เคยอยู่ร่วมกันตามธรรมชาติมาก่อน แต่จะมาอยู่ในพื้นที่เดียวกันเป็นครั้งแรก ซึ่งนับจนถึงตอนนี้ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าปฏิสัมพันธ์ระหว่างพืชเหล่านี้จะส่งผลอย่างไรต่อระบบนิเวศ

พืชถือเป็นรากฐานสำคัญของระบบนิเวศบนบกเกือบทั้งหมด ช่วยกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ รักษาเสถียรภาพของดิน เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและอาหารของสัตว์ป่า ตลอดจนเป็นวัตถุดิบสำหรับอาหาร ยา ไม้ และทรัพยากรต่าง ๆ ที่มนุษย์ใช้ประโยชน์ ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงความหลากหลายของพืชจึงส่งผลกระทบต่อธรรมชาติและผู้คนได้เป็นลูกโซ่

ที่มา: Reuters

https://www.reuters.com/business/environment/climate-change-threatens-global-plant-species-habitats-shrink-2026-05-23/

Credit ภาพ: Reuters

 

related