
SHORT CUT
ในขณะที่บางพื้นที่โคอาลาใกล้สูญพันธุ์ บางแห่งกลับมีจำนวนล้นจนป่าเสื่อมโทรม นี่คือเหตุผลว่าทำไมการอนุรักษ์ต้องอยู่ในกรอบของความพอดี
โคอาลา มักถูกมองว่าเป็นสัตว์น่ารักและเป็นสัญลักษณ์ของธรรมชาติออสเตรเลีย ภาพโคอาลานั่งกอดต้นไม้ทำให้หลายคนรู้สึกว่ามันคือสัตว์ที่ควรถูกปกป้องจากการสูญพันธุ์ แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ ในบางพื้นที่ โคอาลาไม่ได้ “น้อยเกินไป” หากแต่ “มากเกินไป” และจำนวนที่มากเกินนี้กำลังสร้างปัญหาอย่างจริงจังให้กับธรรมชาติ
พื้นที่ทางตอนใต้ของออสเตรเลีย เช่น เกาะเฟรนช์ และเทือกเขาเมานต์ลอฟตี ประชากรโคอาลาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ต้นยูคาลิปตัสซึ่งเป็นแหล่งอาหารหลักถูกกินจนแทบไม่เหลือใบ ป่าไม้เริ่มเสื่อมโทรม และไม่สามารถฟื้นตัวได้ทันกับการกินของมันที่มีจำนวนหนาแน่น
ปัญหาสำคัญคือ โคอาลาเป็นสัตว์ที่เลือกกินอาหารมาก จากต้นยูคาลิปตัสหลายร้อยสายพันธุ์ พวกมันกินเพียงไม่กี่ชนิด และมักกินต้นเดิมซ้ำ ๆ เมื่อมีโคอาลามากเกินไป ต้นไม้เหล่านี้จึงถูกใช้งานหนักเกินขีดจำกัด ส่งผลให้ต้นไม้โทรม ตาย และทำให้โครงสร้างของป่าเสียสมดุล
เมื่อแหล่งอาหารลดลง ผลกระทบก็ย้อนกลับมาที่โคอาลา มีรายงานพบโคอาลาผอมแห้ง อ่อนแรง และอดอยาก ในบางกรณีถึงขั้นตกจากต้นไม้และตาย ปัญหานี้แสดงให้เห็นว่า จำนวนที่มากไม่ได้หมายความว่าพวกมันจะมีคุณภาพชีวิตที่ดี ตรงกันข้าม มันอาจเป็นสัญญาณว่าระบบนิเวศกำลังรองรับไม่ไหว
สาเหตุหนึ่งของโคอาลาล้นพื้นที่มาจากการกระทำของมนุษย์ในอดีต พวกมันถูกย้ายไปยังพื้นที่ที่ไม่ใช่ถิ่นอาศัยดั้งเดิม ไม่มีผู้ล่าตามธรรมชาติ และมีต้นไม้ที่เหมาะสมต่อการขยายพันธุ์ ประกอบกับการปลูกยูคาลิปตัสเชิงเดี่ยวเพื่ออุตสาหกรรม ทำให้จำนวนเพิ่มขึ้นโดยไม่มีการควบคุม
สิ่งที่น่ากังวลคือ ปัญหาโคอาลาล้นพื้นที่มักกลบปัญหาอีกด้านหนึ่ง นั่นคือ ในหลายพื้นที่ทางตะวันออกของออสเตรเลีย โคอาลากลับลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่องจากการตัดป่า การขยายตัวของเมือง ไฟป่า และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาพโคอาลาจำนวนมากในบางพื้นที่ ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าสายพันธุ์นี้ปลอดภัยแล้ว
การจัดการโคอาลาที่มีจำนวนมากเกินไปไม่ใช่เรื่องง่าย การย้ายถิ่นมีค่าใช้จ่ายสูงและเสี่ยงล้มเหลว การกำจัดสัตว์ไม่สามารถทำได้ในทางสังคมและกฎหมาย ส่วนการควบคุมการสืบพันธุ์ต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล
นักวิชาการจึงเสนอว่า ทางออกที่ยั่งยืนที่สุดคือการจัดการในระดับภูมิทัศน์ ฟื้นฟูป่าให้มีความหลากหลายมากขึ้น และควบคุมจำนวนโคอาลาให้อยู่ในระดับที่ธรรมชาติรองรับได้
สุดท้ายแล้ว การอนุรักษ์ไม่ได้หมายถึงการทำให้มีจำนวนมากที่สุด แต่คือการทำให้พวกมันสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างสมดุล หากปล่อยให้มากเกินไปโดยไม่จัดการ ความตั้งใจดีอาจกลายเป็นปัญหาที่ทำร้ายทั้งป่าและโคอาลาเองในระยะยาว
ที่มา: the guardian