
SHORT CUT
อธิบดีกรมประมง ชี้แจงผลการตรวจชนิดสัตว์น้ำในผลิตภัณฑ์ปลากระป๋องว่าใช่ ‘ปลาหมอคางดำ’ หรือไม่ ยืนยันใช้มาตรการกำจัดและนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างเต็มที่
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่สังคมให้ความสนใจและมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลการตรวจชนิดสัตว์น้ำในผลิตภัณฑ์ปลากระป๋อง ระบุว่า กระบวนการตรวจสอบดังกล่าวได้เป็นไปตามเทคนิคมาตรฐานห้องปฏิบัติการสากล โดยใช้หลักสัณฐานวิทยา (Morphology Identification) และหลักอนุกรมวิธาน (Taxonomy) ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับที่กรมประมงใช้ตรวจสอบสินค้าสัตว์น้ำเพื่อการส่งออกและผ่านการประเมินจากประเทศคู่ค้าทั่วโลก
โดยกรมประมงได้ตรวจสอบตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ส่งมาเมื่อวันที่ 5 พ.ค. 69 จำนวน 3 ชุด พบว่า
ชุดที่ 1 ผลิตภัณฑ์ปลาแมคเคอเรลในซอสมะเขือเทศ ตราโบนัส จำนวน 10 กระป๋อง ผลการจำแนกชนิดทางกายภาพ พบเป็นปลาซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศทั้ง 10 กระป๋อง
ชุดที่ 2 ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปบรรจุกระป๋อง ไม่ติดฉลาก จำนวน 4 กระป๋อง ผลการจำแนกชนิดทางกายภาพ พบเป็นปลานิลในซอสมะเขือเทศ ทั้ง 4 กระป๋อง
ชุดที่ 3 ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปบรรจุกระป๋อง ไม่ติดฉลาก จำนวน 6 กระป๋อง ผลการจำแนกชนิดทางกายภาพ พบเป็นปลานิลในซอสมะเขือเทศ ทั้ง 6 กระป๋อง
สรุปผลตรวจทั้ง 3 ชุด ไม่พบปลาหมอคางดำแต่อย่างใด
ทั้งนี้ อธิบดีกรมประมงอธิบายว่า การจำแนกชนิดปลากระป๋องสามารถใช้หลักทางสัณฐานวิทยาในการจำแนกระหว่าง ‘ปลานิล’ และ ‘ปลาหมอคางดำ’ ได้ เนื่องจากปลาทั้งสองชนิดมีลักษณะจำเพาะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เช่น จำนวนแถวเกล็ดเหนือเส้นข้างลำตัว
กรณีที่ผลการตรวจวิเคราะห์ของหน่วยงานอื่นมีความแตกต่างกัน ต้องพิจารณาว่าเป็นตัวอย่างจากรุ่นการผลิตเดียวกันหรือกระป๋องเดียวกันหรือไม่ เนื่องจากโรงงานอาจใช้วัตถุดิบจากหลายแหล่งในแต่ละรุ่นการผลิต รวมถึงปัจจัยแวดล้อมของตัวอย่างที่ตรวจต่างกัน
ส่วนผลการสุ่มสำรวจแหล่งน้ำธรรมชาติ จำนวน 204 แหล่งน้ำ ใน 21 จังหวัด พบว่า มี 2 จังหวัดที่ไม่พบการระบาด คือ ปราจีนบุรี และปัตตานี อีก 9 จังหวัดมีการระบาดในระดับความชุกชุมน้อย และอีก 10 จังหวัดมีความชุกชุมในระดับปานกลาง
กรมประมงยืนยันด้วยว่า ที่ผ่านมาได้มีการใช้มาตรการกำจัดและนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างเต็มที่ ด้วยการแปรรูปเป็นอาหารคน อาหารสัตว์ และปุ๋ยชีวภาพ พร้อมสร้างการรับรู้ด้านการแปรรูปเพื่อการบริโภค (ระยะที่ 2) ณ ตลาดนัดกรมประมงในวันที่ 14, 21 และ 28 สิงหาคม 2569 เพื่อเผยแพร่เมนูอาหารจากปลาหมอคางดำ อาทิ ทอดมัน ขนมจีน ซาโมซ่า ซาลาเปา ไส้อั่ว จ๊อปลา และปลาแดดเดียว นอกจากนี้ยังมีมาตรการกำจัดปลาหมอคางดำโดยใช้ปลานักล่า อาทิ ปลากะพงขาว ปลาอีกง
นอกจากนี้ อธิบดีกรมประมง ยังเปิดเผยถึงการจัดสรรงบประมาณในการแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ โดยเตรียมเสนอคำของบประมาณปี 2570 วงเงินประมาณ 19.35 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อน 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่ การประเมินความชุกชุมในแหล่งน้ำธรรมชาติ, กิจกรรมลงแขกลงคลอง, การผลิตและปล่อยสัตว์น้ำผู้ล่า และการวิจัยชีวเทคนิคเพื่อควบคุมการแพร่กระจาย พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ และร่วมพัฒนางานวิจัย อันจะนำไปสู่การควบคุมและแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำที่มีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อไป