
SHORT CUT
อ.เจษฎา แนะให้พลิกวิกฤตกรณีพบปลาชนิดอื่นในปลากระป๋อง มาเป็นโอกาสในการผลิต 'ปลากระป๋องปลาหมอคางดำ' เพื่อจำหน่าย ช่วยควบคุมจำนวนประชากรในแหล่งน้ำธรรมชาติ
จากกรณีที่ประชาชนพบปลากระป๋อง ซึ่งระบุว่าเป็นปลาแมคคอเรล แต่เมื่อเปิดออกมากลับมีลักษณะเหมือนปลานิลหรือปลาหมอคางดำ ต่อมา เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2569 อย.ได้เข้าตรวจค้นและอายัดปลากระป๋องจากโรงงานดังกล่าวกว่า 12,000 กระป๋อง และได้จัดส่งไปให้กรมประมงตรวจว่าเป็นปลาหมอคางดำหรือไม่นั้น ในวันที่ 6 พ.ค. นายวัชระพงศ์ ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ได้ประกาศว่า จากการตรวจสอบ "ทางวิทยาศาสตร์" ซึ่งไม่ได้ระบุวิธีการตรวจสอบต่อสาธารณชน โดยกรมประมงพบว่าเป็น 'ปลานิล'
โดยนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.ที่ติดตามเรื่องปลาหมอคางดำมาอย่างต่อเนื่องได้ประสานมายังไบโอไทยเพื่อขอให้มีการตรวจวิเคราะห์ปลากระป๋องจากโรงงานดังกล่าวคู่ขนานอีกทางหนึ่ง
ต่อมาวันที่ 14 ก.ค. 2569 ที่ห้องแถลงข่าวรัฐสภา ไบโอไทยได้แถลงผลการตรวจวิเคราะห์ จากการส่งตัวอย่างไปยัง ศูนย์ความเป็นเลิศนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมอาหารทะเล (International Center of Excellence in Seafood Science and Innovation) คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เพื่อขอสนับสนุนทางวิชาการในตรวจวิเคราะห์
ผลการตรวจสอบพบว่า ปลาซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศ 'ตราดอกตันหยง' ของ บริษัทศรีรุ้งงามฟู้ดส์จำกัด ซึ่งเป็นข่าวดังเมื่อสองเดือนก่อนนี้ โดยสกัดดีเอ็นเอ เพิ่มปริมาณสารพันธุกรรม และวิเคราะห์ลำดับเบสด้วยเทคนิค Sanger Sequencing โดยใช้เครื่องหมายพันธุกรรม Mini16S และ UniCOI โดยเปรียบเทียบลำดับเบสกับฐานข้อมูล GenBank ของ NCBI พบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็น ปลาหมอคางดำ (Sarotherodon melanotheron)
นอกจากนี้ยังได้ตรวจสอบปลากระป๋องตราอื่นๆเพิ่มเติมอีก 1 ตัวอย่าง (ซึ่งยังไม่เคยมีการตรวจวิเคราะห์มาก่อน) ได้แก่ ปลาซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศ 'ตราปิ่นทอง' น้าหนักสุทธิ 425 กรัม ของบริษัทสุรใจฟู้ดส์อินดัสทรี จำกัด ต.บางแก้ว อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ปรากฎว่า เป็นปลานิล ไม่ใช่ปลาซาร์ดีนดังที่ระบุไว้ในฉลาก
รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า แสดงว่า ปลาหมอคางดำ ก็สามารถนำมาทำเป็นปลากระป๋องได้นะครับ ฮะๆ แค่ต้องขออนุญาตและติดฉลากให้ถูกต้องเท่านั้น
กระป๋องที่ราชการเอาไปตรวจ เป็นคนละกระป๋องกับที่ไบโอไทยตรวจ ดังนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นปลาชนิดเดียวกันครับ (ของไบโอไทยตรวจนี่ ยี่ห้อนึงก็เป็นปลานิล อีกยี่ห้อเป็นปลาหมอคางดำ)
ป.ล. ที่ผิดกฏหมายแน่นอน คือ ทั้งสองโรงงานนี้แหละ ที่ทำอาหารออกมาไม่ตรงฉลาก และไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำวางจำหน่ายจ่ายแจก
นอกจากนี้ รศ.ดร.เจษฎา ยังสนับสนุนให้นำปลาหมอคางดำมาทำเป็นปลากระป๋องขาย จะได้ลดจำนวนปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำ
ปลาหมอคางดำกับปลานิล เป็นปลาในวงศ์เดียวกันคือ วงศ์ปลาหมอสี แต่เป็นคนละสกุล
เรื่องนี้ต้องแยกประเด็นให้ดี
1. ถ้าทำปลากระป๋อง ต้องบอกความจริงว่า ใช้ปลาอะไรทำ
2. ปลาหมอคางดำ กินได้ ไม่ตาย แต่ก้างเยอะ เนื้อน้อย -> ควรนำมาหมักปลาร้า, ทำน้ำปลา, ทำปุ๋ย
3. เอเลี่ยนสปีชี่ ไม่ได้มีแต่ปลาหมอคางดำ ปลาบึกก็ใช่ ปลาดุกที่ปล่อยกันโครมๆ ก็ใช่
4. ถ้าจะเอาผิดคนนำเข้าปลาหมอคางดำ ก็ดำเนินเรื่องไป แต่ไม่ใช่ทำให้คนรู้สึกว่าปลาหมอคางดำเป็นสัตว์ประหลาดขนาดนั้น
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เผยความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ปลากระป๋อง ภายหลังได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชน โดย อย. ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สมุทรสาคร เข้าตรวจสอบสถานที่ผลิตและเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ส่งตรวจพิสูจน์ชนิดพันธุ์ปลา ณ กรมประมง ซึ่งเป็นหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจพิสูจน์สายพันธุ์ปลา ผลการตรวจยืนยันพบว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ชนิดปลาไม่ตรงตามที่ได้รับอนุญาตจาก อย. ขณะนี้ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว
เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากการเก็บตัวอย่างปลากระป๋องที่พบ ณ สถานที่ผลิต จำนวน 3 รายการ ผลการตรวจพิสูจน์สายพันธุ์ปลาจากกองตรวจสอบคุณภาพสินค้าประมง กรมประมง พบว่า
ผลการตรวจพิสูจน์ดังกล่าวยืนยันว่า ผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 รายการใช้ชนิดปลาไม่ตรงตามที่ยื่นจดทะเบียนไว้กับ อย. ซึ่งเข้าข่ายเป็นการผลิตอาหารปลอมตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ขณะนี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครได้ร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบางโทรัดเพื่อดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าว ในข้อหาดังนี้
อย. ขอย้ำว่า การแสดงรายละเอียดผลิตภัณฑ์บนฉลากอาหารจะต้องตรงกับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ อย. จะติดตามและดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานและความโปร่งใสของผลิตภัณฑ์อาหารที่จำหน่ายในประเทศไทย
ที่มา : FB Jessada Denduangboripant