
SHORT CUT
กฎหมายเพื่อลมหายใจหรือเพื่อใคร? สส. คว่ำร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ฉบับ สว. หวั่นรวบอำนาจ-เอื้อทุนใหญ่ เร่งตั้ง กมธ.ร่วม 2 สภา ถกจุดเปลี่ยนสำคัญที่ต้องเลือก ระหว่าง "สิทธิประชาชน" กับ "ผลประโยชน์กลุ่มทุน"
ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ยังไม่จบง่ายๆ หลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติ 414 เสียง ต่อ 2 เสียง ไม่เห็นชอบกับการแก้ไขของวุฒิสภา ทำให้ต้องตั้งกรรมาธิการร่วม 2 สภา จำนวน 20 คน เพื่อกลับมาพิจารณาร่างกฎหมายกันใหม่
จุดที่ทำให้เกิดความเห็นต่างสำคัญอยู่ที่การปรับโครงสร้างคณะกรรมการอากาศสะอาดระดับจังหวัด จากเดิมที่สภาผู้แทนราษฎรกำหนดให้นายก อบจ. เป็นประธานกรรมการ แต่ สว. แก้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมปรับลดบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยมองว่าอาจนำไปสู่การรวบอำนาจกลับเข้าสู่ส่วนกลาง
อีกประเด็นที่ถูกจับตาคือการเพิ่มตัวแทนภาคธุรกิจ ทั้งสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เข้าไปในคณะกรรมการอากาศสะอาดหลายระดับ ขณะที่มีข้อกังวลเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะภาคธุรกิจบางส่วนอาจเป็นกลุ่มที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกฎหมายฉบับนี้
นอกจากนี้ ยังมีการแก้ไขหลายเรื่องที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอภิปราย ทั้งการตัดระบบฝากไว้ได้คืน การปรับลดโทษปรับภาคอุตสาหกรรม การตัดระบบรายงานการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ หรือ PRTR รวมถึงการลดกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน และสิทธิในการขอศาลคุ้มครองชั่วคราวหรือดำเนินคดีแบบกลุ่ม
ด้าน สส.บางส่วนจึงเสนอให้ตั้งกรรมาธิการร่วม 2 สภา เพื่อพิจารณาประเด็นที่ยังเห็นต่างกัน โดยเฉพาะโครงสร้างและการกระจายอำนาจ บทกำหนดโทษ กลไกบังคับใช้กฎหมาย PRTR ความรับผิดของสถาบันการเงิน และสิทธิของประชาชน เพื่อให้กฎหมายอากาศสะอาดสามารถคุ้มครองประชาชนและแก้ปัญหามลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลังจากนี้กรรมาธิการร่วมทั้ง 2 สภา จะมี สส. 10 คน และ สว. 10 คน โดยในส่วนของ สส. มีตัวแทนจากพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่วุฒิสภาจะพิจารณารายชื่อกรรมาธิการในวันที่ 7-8 กันยายน 2569
คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า เมื่อร่างกฎหมายกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาของ 2 สภาอีกครั้ง กลไกไหนจะถูกเก็บไว้ กลไกไหนจะถูกตัดออก และสุดท้ายกฎหมายอากาศสะอาดจะให้น้ำหนักกับการคุ้มครองประชาชน การกระจายอำนาจ หรือการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจมากแค่ไหน